| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามแนวคิดของไวกอทสกี |
| นักวิจัย | : | บังเอิญ สร้อยกล่อม |
| คำค้น | : | การเขียน -- การศึกษาและการสอน (ประถมศึกษา) , เรียงความ , การโน้มน้าวใจ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | แรมสมร อยู่สถาพร , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16479 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540 พัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยวิธีการสอนเขียนเรียงความแบบโน้มน้าวตามแนวคิดของไวกอทสกี ตัวอย่างประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2539 โรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบทดสอบความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ตามแนวคิดของไวกอทสกี ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยตามหลักสูตรการสอนการเขียนเรียงความ แบบโน้มน้าวตามแนวคิดของไวกอทสกี ซึ่งเบอร์คัลเตอร์ (Burkhalter, 1995) ได้นำเสนอไว้ ประกอบด้วย 6 จุดประสงค์ คือ 1) การสอนให้นักเรียนรู้จักเรียงความแบบโน้มน้าว 2) การช่วยนักเรียนในการพัฒนาการอ้างเหตุผลและคาดหมายข้อคัดค้านของผู้อ่าน 3) การกระตุ้นให้นักเรียนเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว 4) การเปลี่ยนวิธีการอ้างเหตุผลจากการพูดเป็นการอ้างเหตุผลด้วยการเขียน 5) การชี้ให้เห็นถึงการอ้างเหตุผลที่ดีและการอ้างเหตุผลที่ไม่ดี และ 6) การสนับสนุนทรรศนะของตนเอง ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์โดยการเปรียบเทียบความสามารถ ในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าวตามแนวคิดของไวกอทสกี ของนักเรียน ก่อนและหลังการทดลอง โดยการทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์การพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความ แบบโน้มน้าวตามแนวคิดของไวกอทสกี ขณะดำเนินการทดลองสอนโดยการวัดสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ด้วยแบบทดสอบความสามารถ ในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ตามแนวคิดของไวกอทสกี (Burkhalter, 1995) ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามแนวคิดของไวกอทสกีหลังการได้รับการสอนเขียนเรียงความ แบบโน้มน้าวตามแนวคิดของไวกอทสกี มีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการเขียนเรียงความ แบบโน้มน้าวก่อนได้รับการสอนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 2. คะแนนเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการเขียนเรียงความ แบบโน้มน้าวตามแนวคิดของไวกอทสกีขณะดำเนินการทดลอง หลังจากวัดด้วยแบบทดสอบความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ตามแนวคิดของไวกอทสกี (Burkhalter, 1995) โดยทั่วไปเพิ่มขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
บังเอิญ สร้อยกล่อม . (2540). การพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามแนวคิดของไวกอทสกี.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บังเอิญ สร้อยกล่อม . 2540. "การพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามแนวคิดของไวกอทสกี".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บังเอิญ สร้อยกล่อม . "การพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามแนวคิดของไวกอทสกี."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2540. Print. บังเอิญ สร้อยกล่อม . การพัฒนาความสามารถในการเขียนเรียงความแบบโน้มน้าว ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามแนวคิดของไวกอทสกี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2540.
|
