| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลได้ของเงินอุดหนุนจากรัฐที่ให้แก่การศึกษาเอกชน |
| นักวิจัย | : | ภคพร วัฒนดำรงค์ |
| คำค้น | : | เงินอุดหนุน , ต้นทุนและประสิทธิผล |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | สุมาลี ปิตยานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16477 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539 วิทยานิพนธ์นี้มีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาต้นทุนและผลได้ของเงินอุดหนุนจากรัฐให้แก่การศึกษาเอกชนโดยการให้เงินอุดหนุนการศึกษาในครั้งนี้ พิจารณาเฉพาะกรณีการให้เงินอุดหนุนเป็นเงินรายหัวนักเรียนของโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษาที่ได้รับเงินอุดหนุนในกรุงเทพฯ วิธีการศึกษามีทั้งในส่วนของการวิเคราะห์ต้นทุนผลได้และการวิเคราะห์เชิงพรรณนา เครื่องมือที่ให้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ อัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนการวิเคราะห์ค่าความไวและการวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง วิธีการคำนวณต้นทุน พิจารณาจากงบประมาณของรัฐที่ให้การอุดหนุนการศึกษาเอกชนนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 จนถึงปี พ.ศ.2538 ส่วนการคำนวณผลได้ พิจารณาเพียงผลได้ในประเด็นของการประหยัดทรัพยากรของรัฐกรณีที่รัฐไม่ให้เงินอุดหนุนการศึกษาเอกชนซึ่งการคำนวณผลได้เกิดจากผลคูณของค่าประมาณจำนวนนักเรียนที่รัฐต้องรับภาระในการจัดการศึกษากับค่าประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียนภาครัฐตามงบประมาณต่าง ๆ ได้แก่ งบดำเนินการ งบลงทุนและงบรวม สำหรับการประมาณค่าสัดส่วนจำนวนนักเรียนที่รัฐต้องรับภาระนั้นส่วนหนึ่งพิจารณาจากการประมาณค่าความยืดหยุ่นของความต้องการเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ได้รับเงินอุดหนุนและพิจารณาจากผลของรายได้ต่อความต้องการศึกษาในโรงเรียนเอกชน ผลการศึกษาพบว่า หากรัฐอนุญาตให้โรงเรียนเอกชนสามารถเก็บค่าเล่าเรียนได้เพิ่มขึ้น และยกเลิกการให้เงินอุดหนุน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงราคาค่าเล่าเรียนก็คือ รัฐจะต้องรับภาระจากการลดลงของความต้องการในการศึกษาโรงเรียนเอกชนที่ได้รับเงินอุดหนุนในอัตราร้อยละ 8 ซึ่งคิดเป็นอัตราที่ไม่สูงมากนัก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย ซึ่งมีหลักฐานงานวิจัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ผู้ที่ศึกษาในโรงเรียนเอกชนที่ได้รับเงินอุดหนุนจะมาจากครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลางจนถึงค่อนข้างต่ำ งานศึกษาครั้งนี้ได้นำเอาความจริงดังกล่าวเข้ามาวิเคราะห์ด้วยเป็นผลกระทบทางด้านรายได้ต่อความต้องการเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ได้รับเงินอุดหนุนซึ่งจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทำให้สัดส่วนจำนวนนักเรียนที่รัฐต้องรับภาระสูงขึ้นอีกร้อยละ 36 รวมเป็นร้อยละ 44 ดังนั้นผลทางด้านราคาและรายได้ทำให้ทราบถึงจำนวนนักเรียนที่รัฐต้องรับภาระ (Number of Relocated Students) ซึ่งเมื่อคิดเป็นมูลค่าทางการเงินแล้วจะมีมูลค่าสูงมาก สำหรับการวิเคราะห์ต้นทุนผลได้พบว่า การให้เงินอุดหนุนการศึกษาเอกชนของรัฐเกิดความคุ้มค่าเพราะมูลค่าปัจจุบันสุทธิมีค่าเป็นบวกและอัตราผลตอบแทนต่อต้นทุนมีค่ามากกว่าหนึ่ง สำหรับการวิเคราะห์ผลกระทบของการให้เงินอุดหนุนต่อปริมาณการศึกษาเอกชนนั้นไม่อาจสรุปได้ว่าก่อให้เกิดการขยายตัวของปริมาณการศึกษาให้กับสังคมเนื่องจากข้อมูลที่แสดงปริมาณการศึกษาเอกชนมีจำนวนลดลงทุกปี ในขณะเดียวกันก็มีการลดลงของโรงเรียนเอกชนในภาพรวมและจำนวนประชากรวัยเรียนที่ลดลง ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมอื่น ๆ มากกว่า |
| บรรณานุกรม | : |
ภคพร วัฒนดำรงค์ . (2539). การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลได้ของเงินอุดหนุนจากรัฐที่ให้แก่การศึกษาเอกชน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภคพร วัฒนดำรงค์ . 2539. "การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลได้ของเงินอุดหนุนจากรัฐที่ให้แก่การศึกษาเอกชน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภคพร วัฒนดำรงค์ . "การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลได้ของเงินอุดหนุนจากรัฐที่ให้แก่การศึกษาเอกชน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2539. Print. ภคพร วัฒนดำรงค์ . การวิเคราะห์ต้นทุน-ผลได้ของเงินอุดหนุนจากรัฐที่ให้แก่การศึกษาเอกชน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2539.
|
