ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปาปาราซซี่กับประเด็นจริยธรรมในการนำเสนอภาพแอบถ่ายของบุคคลมีชื่อเสียงในสื่อสิ่งพิมพ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปาปาราซซี่กับประเด็นจริยธรรมในการนำเสนอภาพแอบถ่ายของบุคคลมีชื่อเสียงในสื่อสิ่งพิมพ์
นักวิจัย : กมลชนก รุจิวัฒนพงศ์
คำค้น : ปาปารัซซี , การถ่ายภาพ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พีระ จิรโสภณ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16234
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ เนื้อหาภาพข่าวแอบ จากสื่อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร 9 ชื่อฉบับ ได้แก่ คมชัดลึก ไทยรัฐ ดาราเดลี่ สยามดารา สยามบันเทิง มายาชาแนล สตาร์นิวส์ ซุบซิบ และกอสซิปสตาร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548 ถึง 1 พฤศจิกายน 2549 โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) รวมทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในประเด็นจริยธรรม ผลการศึกษาพบว่า 1. ข่าวภาพแอบถ่ายที่พบทั้งหมดมี 1,536 ชิ้นข่าว โดยพบในกลุ่มนิตยสารบันเทิงมากที่สุด เฉลี่ยนำเสนอ 5.93 ชิ้นข่าวต่อฉบับ โดยนิตยสารกอซซิปสตาร์ นำเสนอมากที่สุดเฉลี่ย 11.38 ชิ้นข่าวต่อฉบับ 2. ภาพแอบถ่ายมักนำเสนอในลักษณะภาพชุด นำเสนอในหน้าบันเทิง เน้นถ่ายภาพดารานักแสดงมีที่สถานภาพโสด ขณะทำกิจธุระทั่วไปในอิริยาบถส่วนตัวและในสถานที่สาธารณะ บุคคลในภาพมักไม่รู้ตัวว่าถูกถ่ายเพราะช่างภาพใช้วิธีการเฝ้าติดตามถ่าย โดยมากถ่ายในมุมปกติและมีจุดสนใจที่ตัวบุคคล เนื้อหาข่าวประกอบภาพแอบถ่าย มักเป็นเรื่องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและใช้ภาษาส่อเสียดเกินจริง องค์ประกอบคุณค่าข่าวภาพแอบถ่ายเน้นเรื่อง ความเด่นความมีชื่อเสียง เรื่องทางเพศ และความขัดแย้ง 3. กลุ่มช่างภาพและบรรณาธิการมีทัศนะว่าสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลสาธารณะจะลดน้อยลงไปเมื่อพวกเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะ สื่อจึงมีสิทธิรับรู้ และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของบุคคลสาธารณะนั้นได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่ ขณะที่กลุ่มนักวิชาการและนักกฏหมายเห็นว่า การแอบถ่ายทำได้ เมื่อบุคคลมีชื่อเสียงนั้นปรากฏตัวในที่สาธารณะ แต่จะต้องให้ประโยชน์แก่ส่วนรวมด้วย และเห็นว่าหลักกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ มีความล้าหลังไม่ทันกับเทคโนโลยี มีความไม่ชัดเจนเรื่องนิยามคำว่า”ที่สาธารณะ” “บุคคลสาธารณะ” มี บทลงโทษที่ไม่รุนแรง และเห็นว่า องค์กรทางวิชาชีพ โดยเฉพาะสมาคมต่างๆของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพยังไม่มีบทบาทในการควบคุมกันเอง เพราะเน้นบริหารงานสวัสดิการของบุคลากรสมาชิกมากกว่าการควบคุมมาตรฐานและคุณภาพของวิชาชีพ 4. ในกระบวนการทำงาน การตัดสินใจเชิงจริยธรรมของภาพแอบ ถ่าย มี 2 ระดับ ระดับที่1 เป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลของช่างภาพ ซึ่งมักได้รับอิทธิพลจาก นโยบายองค์กร รวมทั้งสถานการณ์ปฏิบัติงาน เช่น สถานที่ พฤติกรรม และกิจกรรมของบุคคลสาธารณะ ตลอดจนจังหวะของมุมกล้อง ส่วนระดับที่2 เป็นการตัดสินใจของกองบรรณาธิการ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการพิจารณา คุณภาพของภาพถ่าย แนวทางการนำเสนอภาพและประเด็นข่าว หลักกฎหมาย คุณค่าข่าว นโยบายองค์กร เป็นต้น 5. โดยทั่วไป ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นว่า กระบวนการนำเสนอข่าวภาพแอบถ่ายค่อนข้างมีจริยธรรมวิชาชีพต่ำ เพราะถูกควบคุมด้วยนโยบายที่เน้นผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่า ทางแก้คือการปรับเปลี่ยนนโยบายองค์กรให้คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้น ในกลุ่มองค์กรสื่อควรเพิ่มความตระหนักในการกำกับดูแลและกำหนดจริยธรรมร่วมกันในการนำเสนอข่าวภาพแอบถ่าย ส่วนบุคคลมีชื่อเสียงควรเข้าใจบทบาทสถานภาพของตนและวางตัวให้เหมาะสมกับค่านิยมสังคมไทย สำหรับผู้อ่านก็ควรมีส่วนร่วมในการส่งข้อคิดเห็นเชิงจริยธรรมของภาพแอบถ่ายกลับมายังสื่อด้วย

บรรณานุกรม :
กมลชนก รุจิวัฒนพงศ์ . (2550). ปาปาราซซี่กับประเด็นจริยธรรมในการนำเสนอภาพแอบถ่ายของบุคคลมีชื่อเสียงในสื่อสิ่งพิมพ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กมลชนก รุจิวัฒนพงศ์ . 2550. "ปาปาราซซี่กับประเด็นจริยธรรมในการนำเสนอภาพแอบถ่ายของบุคคลมีชื่อเสียงในสื่อสิ่งพิมพ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กมลชนก รุจิวัฒนพงศ์ . "ปาปาราซซี่กับประเด็นจริยธรรมในการนำเสนอภาพแอบถ่ายของบุคคลมีชื่อเสียงในสื่อสิ่งพิมพ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
กมลชนก รุจิวัฒนพงศ์ . ปาปาราซซี่กับประเด็นจริยธรรมในการนำเสนอภาพแอบถ่ายของบุคคลมีชื่อเสียงในสื่อสิ่งพิมพ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.