| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนารูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน |
| นักวิจัย | : | ปวีณา หมดราคี |
| คำค้น | : | การเรียนรู้องค์การ , การบริหารงานบุคคล , โรงเรียนเอกชน -- การบริหาร , ปริญญาดุษฎีบัณฑิต |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | นันทรัตน์ เจริญกุล , ณัฐนิภา คุปรัตน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/16347 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552 พัฒนารูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน วิธีดำเนินการวิจัยเป็นแบบวิจัยและพัฒนา มีขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ระยะหลัก 5 ขั้นตอนย่อย ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การวิจัยเอกสารคือ การกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัยและการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ระยะที่ 2 พหุกรณีศึกษาที่มีการปฏิบัติที่ดี มีขั้นตอนประกอบด้วย (1) การศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน และ (2) การสร้างรูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน เป็นการประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 คน และระยะที่ 3 การวิจัยเชิงสำรวจ มีขั้นตอนประกอบด้วย (1) การพัฒนารูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน เป็นการประเมินรูปแบบโดยผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน จำนวน 682 คน และ (2) การปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานฉบับสมบูรณ์ เครื่องมือในการวิจัยคือ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติเชิงบรรยาย ผลการวิจัย มีดังนี้ 1) สภาพปัจจุบันของการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชนพบว่า โรงเรียนเอกชนมีการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานด้วยวิธีการต่างๆ เรียงตามลำดับดังนี้ 1) การจัดอบรมครูโดยใช้วิทยากรภายนอก 2) การส่งครูเข้าอบรมกับหน่วยงานหรือสถาบันต่างๆ 3) การศึกษาดูงาน 4) การสนับสนุนให้ครูศึกษาต่อ 5) การอบรมครูโดยใช้วิทยากรภายใน และ 6) การติดตามนิเทศการสอน 2) รูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชนที่เหมาะสมคือ รูปแบบบูรณาการ การจัดการเชิงระบบ มีส่วนประกอบ 4 ส่วน คือ (1) หลักการของรูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน ประกอบด้วย 11 หลักการ คือ การตั้งเป้าหมาย การบูรณาการ การเน้นสมรรถนะ ความยืดหยุ่น ความเป็นระบบ การเรียนรู้ผู้ใหญ่ การสร้างแรงจูงใจ ความรับผิดชอบ การปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การกำกับติดตาม และการสนับสนุน (2) ลักษณะของรูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงาน ได้แก่ ระบบย่อยของโรงเรียน ประกอบด้วย 4 ระบบย่อยคือ ระบบย่อยด้านคน ระบบย่อยด้านโครงสร้าง ระบบย่อยด้านงาน และระบบย่อยด้านเทคโนโลยี และวงจรการเรียนรู้ในที่ทำงาน ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนคือ การประเมินสภาพการจัดการการเรียนรู้ การออกแบบการจัดการการเรียนรู้ การจัดการการเรียนรู้ และการประเมินผลการจัดการการเรียนรู้ (3) แนวทางการนำรูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชนไปใช้ มีแนวทางในการปฏิบัติสรุปได้ดังนี้ 1) กำหนดเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน 2) วางแผนโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง 3) สร้างความตระหนัก 4) สร้างแรงจูงใจ 5) พัฒนาความสามารถของบุคลากร 6) สื่อสาร 7) จัดช่วงเวลาให้มีการพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 8) จัดทำเป็นคู่มือ และ 9) ดำเนินการในกลุ่มทดลองก่อนขยายผลทั่วทั้งโรงเรียน (4) เงื่อนไขของการนำรูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชนไปใช้มี 2 ปัจจัยคือ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จและปัจจัยที่เป็นอุปสรรค |
| บรรณานุกรม | : |
ปวีณา หมดราคี . (2552). การพัฒนารูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปวีณา หมดราคี . 2552. "การพัฒนารูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปวีณา หมดราคี . "การพัฒนารูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print. ปวีณา หมดราคี . การพัฒนารูปแบบการจัดการการเรียนรู้ในที่ทำงานสำหรับครูโรงเรียนเอกชน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.
|
