| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องสำหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมหลัก |
| นักวิจัย | : | ภัทรา ลาชโรจน์ |
| คำค้น | : | การปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม , การพัฒนาอาชีพ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | อวยชัย วุฒิโฆสิต , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2550 |
| อ้างอิง | : | http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15259 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (สถ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550 กระบวนการการพัฒนาวิชาชีพสถาปัตยกรรมในระดับสากลนั้น ประกอบด้วยขั้นตอนการพัฒนาแบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอนตามลำดับการเข้าสู่วิชาชีพ ได้แก่ 1) การศึกษาเพื่อปูพื้นฐานบุคลากรวิชาชีพทางสถาปัตยกรรม 2) การฝึกปฏิบัติวิชาชีพเมื่อสำเร็จการศึกษาก่อนเข้าสู่วิชาชีพ 3) การสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และ 4) การพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องตลอดอายุการปฏิบัติวิชาชีพ ในปัจจุบัน การควบคุมดูแลและการพัฒนาวิชาชีพสถาปัตยกรรมในประเทศไทยยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบที่ครบสมบูรณ์ และไม่ได้เป็นไปตามแนวปฏิบัติสากล สภาสถาปนิกได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดวางแนวทางการพัฒนาวิชาชีพให้เกิดเป็นระบบที่สมบูรณ์ รวมทั้งเพื่อพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเสรีการค้าและบริการ ทางสภาสถาปนิกจึงได้มีแนวความคิดในการจัดวางแนวทางการพัฒนาวิชาชีพสถาปัตยกรรมให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่งรวมถึงระบบพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องด้วย ระบบพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องนี้เป็นระบบที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติวิชาชีพสากล เป็นการรักษาและเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถและทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติวิชาชีพสำหรับสถาปนิกผู้ปฏิบัติวิชาชีพในทุกระดับ เพื่อให้สถาปนิกมีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมต่อสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ และสามารถปฏิบัติวิชาชีพได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยการเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดรูปแบบและรายละเอียดการดำเนินการโครงการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง และเพื่อเสนอทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับการจัดรูปแบบโครงการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องสำหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมหลักในประเทศไทย โดยทำการศึกษารวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์และแบบสอบถามสถาปนิก และรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดรูปแบบและรายละเอียดการดำเนินการโครงการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่อง และเพื่อเสนอทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับการจัดรูปแบบโครงการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องสำหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมหลักในประเทศไทย โดยทำการศึกษารวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์และแบบสอบถามสถาปนิก และรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากการศึกษาสามารถสรุปว่าในการพิจารณาจัดทำโครงการพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องควรมีการพิจารณาปัจจัยเบื้องต้นต่างๆ ได้แก่ 1) หน่วยงานรับผิดชอบ องค์กรหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 2) บทบาทหน้าที่และการประสานงานขององค์กร 3) การดำเนินการให้เกิดการเข้าร่วมโครงการ 4) การพิจารณาการเข้าร่วม 5) การใช้ผลการดำเนินการ 6) กิจกรรมและรูปแบบการเข้าร่วม 7) การแยกหมวดหมู่เนื้อหาและค่าน้ำหนักหน่วยกิต และ 8) รายละเอียดเนื้อหา และจากความสัมพันธ์ของปัจจัยเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าควรจัดให้มีความหลากหลายของรูปแบบและกิจกรรมเพื่อตอบสนองกลุ่มสถาปนิกที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน ทั้งจากปัจจัยด้านประสบการณ์ ขอบเขตงานรับผิดชอบ และความสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถสรุปได้ว่าในการวางแผนดำเนินการนั้นควรมีการแบ่งช่วงดำเนินการตามศักยภาพและความพร้อมของสถาปนิกและองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มดำเนินการด้วยวิธีการจูงใจในช่วงแรก ก่อนที่จะมีการบังคับใช้เพื่อการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเมื่อมีการดำเนินการที่สมบูรณ์และเป็นระบบมากกว่านี้ |
| บรรณานุกรม | : |
ภัทรา ลาชโรจน์ . (2550). แนวทางพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องสำหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมหลัก.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภัทรา ลาชโรจน์ . 2550. "แนวทางพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องสำหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมหลัก".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ภัทรา ลาชโรจน์ . "แนวทางพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องสำหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมหลัก."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print. ภัทรา ลาชโรจน์ . แนวทางพัฒนาวิชาชีพต่อเนื่องสำหรับวิชาชีพสถาปัตยกรรมหลัก. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.
|
