| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบคุณภาพและอัตราความคลาดเคลื่อนของการกำหนดเกรดแบบอิงกลุ่ม และอิงเกณฑ์ เมื่อใช้แบบสอบเลือกตอบที่มีการตอบ และการตรวจให้คะแนนความรู้บางส่วนด้วยวิธีแตกต่างกัน |
| นักวิจัย | : | รัตนา ไชยตรี |
| คำค้น | : | การให้คะแนน (นักเรียนและนักศึกษา) , ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบ , การวัดผลทางการศึกษา , การสอบอิงเกณฑ์ , การสอบ |
| หน่วยงาน | : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | ศิริชัย กาญจนวาสี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | 9741426933 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/15113 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1) เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบคุณภาพ ด้านความตรง ความเที่ยง ฟังก์ชันสารสนเทศและประสิทธิภาพสัมพันธ์เฉลี่ยของแบบสอบ จากวิธีการตอบและตรวจให้คะแนนความรู้บางส่วนที่ประยุกต์วิธีของคูมบ์ส ประยุกต์วิธีของเดรสเซลและชมิดท์ และ วิธีการตอบโดยบอกระดับความมั่นใจ 2) เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบอัตราความคลาดเคลื่อนในการกำหนดเกรดแบบอิงกลุ่ม และอิงเกณฑ์ ของคะแนนที่ได้จากวิธีการตอบและตรวจให้คะแนนความรู้บางส่วนที่ประยุกต์วิธีของคูมบ์ส ประยุกต์วิธีของเดรสเซลและชมิดท์ และวิธีการตอบโดยบอกระดับความมั่นใจ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2548 ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 8 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 1,005 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ความตรงตามสภาพ ความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายใน ค่าอำนาจจำแนก ค่าความยาก ฟังก์ชันสารสนเทศ ประสิทธิภาพสัมพันธ์เฉลี่ยของแบบสอบ และวิเคราะห์อัตราความคลาดเคลื่อนของการกำหนดเกรด โดยโปรแกรม PASCALE และ SPSS ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. วิธีประยุกต์การให้คะแนนของเดรสเซลและชมิดท์ให้ค่าความตรงตามสภาพสูงกว่าวิธีอื่น ๆ รองลงมา คือ วิธีประยุกต์การให้คะแนนของคูมบ์ส และวิธีการตอบโดยบอกระดับความมั่นใจ ตามลำดับ 2. วิธีการตอบโดยระดับความมั่นใจให้ค่าความเที่ยงสูงที่สุด รองลงมาคือวิธีประยุกต์การให้คะแนนของเดรสเซลและชมิดท์ และวิธีประยุกต์การให้คะแนนของคูมบ์ส 3. วิธีการตอบโดยบอกระดับความมั่นใจให้ค่าอำนาจจำแนกสูงที่สุด รองลงมาคือวิธีประยุกต์ของเดรสเซลและชมิดท์ และวิธีประยุกต์การให้คะแนนของคูมบ์ส ให้ค่าความยากสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น รองลงมาคือวิธีการตอบโดยบอกระดับความมั่นใจ และวิธีประยุกต์การให้คะแนนของเดรสเซลและชมิดท์ 4. วิธีการตอบโดยบอกระดับความมั่นใจให้ค่าฟังก์ชันสารสนเทศของข้อสอบ ฟังก์ชันสารสนเทศของแบบสอบและอัตราส่วนสารสนเทศระหว่างแบบสอบสูงสุด และวิธีประยุกต์การให้คะแนนของคูมบ์สมีค่าสารสนเทศต่ำสุด 5. อัตราความคลาดเคลื่อนของการกำหนดเกรด พบว่า วีประยุกต์การให้คะแนนของเดรสเซลและชมิดท์มีอัตราความคลาดเคลื่อนทางบวกของเกรดแบบอิงกลุ่ม และอิงเกณฑ์สูงสุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ส่วนวิธีประยุกต์การให้คะแนนของคูมบ์สมีอัตราความถูกต้องในการกำหนดเกรดทั้งแบบอิงกลุ่มและอิงเกณฑ์สูงสุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น. |
| บรรณานุกรม | : |
รัตนา ไชยตรี . (2549). การเปรียบเทียบคุณภาพและอัตราความคลาดเคลื่อนของการกำหนดเกรดแบบอิงกลุ่ม และอิงเกณฑ์ เมื่อใช้แบบสอบเลือกตอบที่มีการตอบ และการตรวจให้คะแนนความรู้บางส่วนด้วยวิธีแตกต่างกัน.
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัตนา ไชยตรี . 2549. "การเปรียบเทียบคุณภาพและอัตราความคลาดเคลื่อนของการกำหนดเกรดแบบอิงกลุ่ม และอิงเกณฑ์ เมื่อใช้แบบสอบเลือกตอบที่มีการตอบ และการตรวจให้คะแนนความรู้บางส่วนด้วยวิธีแตกต่างกัน".
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รัตนา ไชยตรี . "การเปรียบเทียบคุณภาพและอัตราความคลาดเคลื่อนของการกำหนดเกรดแบบอิงกลุ่ม และอิงเกณฑ์ เมื่อใช้แบบสอบเลือกตอบที่มีการตอบ และการตรวจให้คะแนนความรู้บางส่วนด้วยวิธีแตกต่างกัน."
กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print. รัตนา ไชยตรี . การเปรียบเทียบคุณภาพและอัตราความคลาดเคลื่อนของการกำหนดเกรดแบบอิงกลุ่ม และอิงเกณฑ์ เมื่อใช้แบบสอบเลือกตอบที่มีการตอบ และการตรวจให้คะแนนความรู้บางส่วนด้วยวิธีแตกต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.
|
