ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาใช้สารสกัดจากอบเชยในการป้องกันและควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงน้ำดอกไม้

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาใช้สารสกัดจากอบเชยในการป้องกันและควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงน้ำดอกไม้
นักวิจัย : เนตรนภิส เขียวขำ
คำค้น : anthracnose , Cinnamomum , MIC , โรคแอนแทรกโนส
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5180278 , http://research.trf.or.th/node/6444
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

สารสกัดหยาบ lipophillic phase จากอบเชย 5 ชนิด คือ เปลือกต้นอบเชยไทย (Cinnamomum aromaticum) เปลือกต้นอบเชยเทศ (C. verum) เปลือกต้นอบเชยญวน (C. loureirii) เปลือกต้นและใบเชียด (C. iners) และเปลือกต้นและใบจวง (C. porrectum) ซึ่งสารสกัดหยาบจากเปลือกต้นอบเชยเทศและเปลือกต้นอบเชยญวนแสดงคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญของเชื้อรา Cladosporium herbarum อย่างชัดเจน ด้วยวิธี Bioautography โดยมีสารสกัดหยาบจากเปลือกอบเชยญวนส่วนที่ละลายในเมทานอลเพียงชนิดเดียวที่แสดงคุณสมบัติยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides สาเหตุโรคแอนแทรกโนส มีค่า Minimum inhibitory concentration (MIC) เท่ากับ 625 µg/ml ที่เวลา 24 ชม. และมีค่า MIC เท่ากับ 1,250 µg/ml ที่เวลา 48 ชม. โดยไม่มีสารสกัดหยาบอบเชยชนิดใดที่สามารถยับยั้งการงอกของสปอร์เชื้อรา Lasiodiplodia theobromae สาเหตุโรคขั้วผลเน่า การแยกสารประกอบจากสารสกัดหยาบจากเปลือกอบเชยญวนส่วนที่ละลายในเมทานอลด้วยวิธี Dry column chromatography ควบคู่กับการทดสอบคุณสมบัติการยับยั้งการเจริญของเชื้อราด้วยวิธี Bioautography ทำให้ได้สารประกอบที่ละลายในสารละลายเฮกเซน 25 เปอร์เซ็นต์ในไดเอทิลอีเทอร์ (Fraction VI1 ตำแหน่งที่ 1; sample A) ที่มีบริเวณการยับยั้งการเจริญของเชื้อรามากที่สุด และเมื่อศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดอบเชยต่อการควบคุมโรคแอนแทรกโนสบนผลมะม่วง พบว่ากรรมวิธีที่พ่น ด้วยสารสกัดหยาบที่ละลายด้วยเอทานอล 5 เปอร์เซ็นต์ ที่ความเข้มข้น 10,000 ppm และทิ้งไว้เป็นเวลา 5 ชม. ก่อนการปลูกเชื้อเชื้อรา C. gloeosporioides ด้วยวิธีการพ่น มีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคลดลง11.11 เปอร์เซ็นต์เทียบกับชุดควบคุม และมีความรุนแรงของการเกิดโรค 21.56 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ เมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีควบคุม และพบว่ากรรมวิธีที่ใช้สารประกอบ Sample A ที่ละลายในเอทานอล 5 เปอร์เซ็นต์ ความเข้มข้น 10,000 ppm หยดลงบนกระดาษกรองวางบนบริเวณที่มีการปลูกเชื้อแบบไม่ทำแผล มีการเกิดโรคน้อยที่สุด 19.45 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีความแตกต่างทางสถิติเมื่อเปรียบเทียบกับกรรมวิธีควบคุม กรรมวิธีการพ่นหรือจุ่มด้วยสารสกัดหยาบอบเชยญวนไม่มีผลต่อ ลักษณะปรากฏ สีเปลือก กลิ่น รสชาติ การยอมรับโดยรวมของมะม่วง Crude extracts of five cinnamon species (stem barks of Cinnamomum aromaticum, C. verum and C. loureirii, stem barks and leaves of C. iners and C. porrectum) were tested for inhibitory activity against mango fruit diseases. The lipophillic crude extracts of C. verum and C. loureirii had strongest inhibitory effect against Cladosporium herbarum on bioautography assay. Only crude extract of C. loureirii which dissolving in MeOH showed antifungal activity against Colletotrichum gloeosporioides cause anthracnose by minimum inhibitory concentration (MIC) value at 625 µg/ml at 24 hr and 1,250 µg/ml at 48 hr. All crude extracts could not inhibit spore germination of Lasiodiplodia theobromae cause stem end rot. A crude extract of C. loureirii which dissolving in MeOH was separated by dry column chromatography and correspondingly, their bioautography showed antifungal activity. Fraction eluted with 25% hexane in EtOAc (Fraction VI1 position 1; sample A) showed separately inhibition zone indicating antifungal compounds. Study of antifungal ability to control anthracnose, spraying 10,000 ppm of crude extract in 5% EtOH in sterile water on mango fruits after 5 hr spray with inoculated with C. gloeosporioide showed decrease disease incidence at 11.11% and 21.56% of disease severity as lowest but not significant. Unwound inoculate mango fruits were dropped 10,000 ppm of Sample A in 5% EtOH in sterile water. The result showed lowest 19.45% of disease incidence compare with control but not significant. Treatments with crude extract of C. loureirii which dissolving in MeOH by dipping and spraying did not effect on appearance, color of peel, flavor, odor, taste and acceptance quality of mango fruits.

บรรณานุกรม :
เนตรนภิส เขียวขำ . (2554). การพัฒนาใช้สารสกัดจากอบเชยในการป้องกันและควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงน้ำดอกไม้.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เนตรนภิส เขียวขำ . 2554. "การพัฒนาใช้สารสกัดจากอบเชยในการป้องกันและควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงน้ำดอกไม้".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เนตรนภิส เขียวขำ . "การพัฒนาใช้สารสกัดจากอบเชยในการป้องกันและควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงน้ำดอกไม้."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
เนตรนภิส เขียวขำ . การพัฒนาใช้สารสกัดจากอบเชยในการป้องกันและควบคุมโรคหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงน้ำดอกไม้. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.