ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการเสริมเกลือโซเดียมไบคาร์บอเนต ร่วมกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวสายยาว ต่อคุณสมบัติน้ำนม เมตาบอลิสมของไขมัน และองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนมโค

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการเสริมเกลือโซเดียมไบคาร์บอเนต ร่วมกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวสายยาว ต่อคุณสมบัติน้ำนม เมตาบอลิสมของไขมัน และองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนมโค
นักวิจัย : จิตรกมล ธนศักดิ์
คำค้น : CLA , cow , fatty acids , milk composition , Milk yield , sodium bicarbonate , Soybean oil , กรดไขมัน , ซี-แอล-เอ , น้ำมันถั่วเหลือง , ปริมาณน้ำนม , องค์ประกอบน้ำนม , โคนม , โซเดียมไบคาร์บอเนต
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5080369 , http://research.trf.or.th/node/6351
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมโซเดียมไบคาร์บอเนต (NaHCO3) ในระดับที่แตกต่างกันร่วมกับอาหารข้นเสริมน้ำมันถั่วเหลือง ที่มีอัตราส่วนอาหารหยาบในระดับต่ำ ต่อผลผลิตน้ำนมองค์ประกอบของน้ำนมโค และองค์ประกอบของกรดไขมันในของเหลวจากกระเพาะหมัก ในพลาสม่า และในไขมันนม จากการศึกษาในโคนมจำนวน 27 ตัว โดยให้เปลือกข้าวโพดหมัก 20 กิโลกรัม และอาหารข้น7.5 กิโลกรัม ซึ่งมีส่วนประกอบของน้ำมันปาล์ม 6.7% เมื่อเทียบกับน้ำหนักแห้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์จากนั้นสัตว์จะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มการทดลอง ได้แก่ 1) กลุ่มให้อาหารข้นสูตรเสริมน้ำมันปาล์ม(ควบคุม) จำนวน 6 ตัว; 2) กลุ่มให้อาหารข้นเสริมน้ำมันถั่วเหลือง (SB) จำนวน 7 ตัว; 3) กลุ่มให้อาหารข้นเสริมน้ำมันถั่วเหลืองร่วมกับโซเดียมไบคาร์บอเนต 1 เปอร์เซนต์ (SB1) จำนวน 7 ตัว และ 4) กลุ่มให้อาหารข้นเสริมน้ำมันถั่วเหลืองร่วมกับโซเดียมไบคาร์บอเนต 2 เปอร์เซนต์ (SB2) จำนวน 7 ตัว ทำการบันทึกปริมาณน้ำนมทุกวัน และตรวจองค์ประกอบของน้ำนมในปลายสัปดาห์ที่ 0, 1, 2, 3 และ 4 และเก็บตัวอย่างของเหลวจากกระเพาะหมัก เลือด และน้ำนมเพื่อไปตรวจหาองค์ประกอบของไขมัน รวมทั้งการตรวจความเป็นกรด-ด่าง และ กรดไขมันระเหยได้ (VFA) ของกระเพาะหมักในปลายสัปดาห์ที่ 0 และ 4ด้วย ซึ่งผลการทดลองพบว่าโคในกลุ่ม SB, SB1 และ SB2 มีองค์ประกอบของกรดไขมันชนิดC18:1n9trans, C18:2n6 และ C18:3n3 ในไขมันนมสูงกว่าโคในกลุ่มควบคุม ขณะที่เปอร์เซนต์ไขมันโดยรวมลดลงในโคกลุ่ม SB แต่ไม่พบความแตกต่างของปริมาณน้ำนมโดยรวมในทุกกลุ่มการทดลองนอกจากนี้ยังพบกรดไขมันชนิด cis9,trans11-18:2 ที่สูงขึ้นในไขมันนมโคกลุ่ม SB1และ ยังพบกรดไขมันชนิด trans10,cis12-18:2 ที่มากกว่าในไขมันนมโคกลุ่ม SB และ SB1 เมื่อเทียบกับโคในกลุ่มควบคุมอีกด้วย กรดไขมันชนิด C16:0 จะลดลงทั้งในกระเพาะหมักและไขมันนมของโคกลุ่ม SB, SB1 และ SB2 นอกจากนี้ กรดไขมันชนิด C18:0 ในไขมันนมยังเพิ่มขึ้นในโคกลุ่ม SB1 และ SB2 นอกจากนี้โคในกลุ่มSB1 นั้นยังพบสัดส่วนของ C18:0 ที่ลดลง แต่กลับมี C18:1n9trans ในพลาสม่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในพลาสม่า ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงการเกิดกระบวนการ biohydrogenation ที่ไม่สมบูรณ์ได้ชัดเจนกว่าโคในกลุ่มอื่น จากผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าการเติมโซเดียมไบคาร์บอเนตในอาหารมีแนวโน้มที่จะป้องกันการลดลงของไขมันนม ที่เป็นผลจากการเสริมน้ำมันถัวเหลืองในอาหารเพื่อเพิ่มสัดส่วนของกรดไลโนเลอิก (C18:2n6) และกรดไลโนเลนิก (C18:3n3) ในไขมันนม และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเสริมน้ำมันถั่วเหลืองต่อสัดส่วนของกรดไขมันดังกล่าวในไขมันนม นอกจากนี้โซเดียมไบคาร์บอเนตในระดับที่เหมาะสมในการปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในกระเพาะหมัก ยังมีผลส่งเสริมการสังเคราะห์กรดไขมันชนิด CLA ที่เพิ่มขึ้นในไขมันนมได้อีกด้วย The objective of this study was to determine the effect of sodium bicarbonate (NaHCO3) supplemented in soybean oil-rich diets on milk yield, composition and fatty acid (FA) profiles in rumen, plasma and milk. Twenty-seven cows were obtained, each cow was fed 20 kg corn silage and 7.5 kg concentrate on dry matter basis containing 6.7% palm oil for 4 wks. Subsequently, during the experimental period (4 wks), cows were assigned to each of the four dietary treatments which were fed the diets containing palm oil (control PO; n=6), soybean oil (SB; n=7), soybean oil with 1% NaHCO3 (SB1; n=7), soybean oil with 2% NaHCO3 (SB2; n=7). Milk yields were recorded daily and milk compositions were evaluated by the end of wk 0, 1, 2, 3 and 4. Individual samples of ruminal fluid, blood and milk were taken at wk 0 and 4 to determine FA profiles as well as ruminal pH and VFA. The SB, SB1 and SB2 did not alter the production of milk. Milk fat percentage was decreased in cows fed SB compared to the control. The milk FA profiles evaluation indicated that feeding SB, SB1, and SB2 increased the proportion of n-9, n-6 and n-3 FA. The cis9,trans11-18:2 were greater in cows fed SB1 and higher trans10,cis12-18:2 were presented in cows fed SB and SB1 compared to the control. Saturated FA-16:0 were lower both in rumen and milk fat of cows fed SB, SB1 and SB2. In addition, C18:0 were increased in milk of cows fed SB1 and SB2 diets, however, this FA was lower in plasma of cows fed SB1 when compared to SB diet. These findings suggest that, to regulate the higher n-9, n-6 and n-3 FA in milk, the addition of NaHCO3 tends to prevent milk fat depression of cows fed SB-rich diets and can enhance the effects of SB on the omega-FA and the special CLA in milk production.

บรรณานุกรม :
จิตรกมล ธนศักดิ์ . (2554). การศึกษาการเสริมเกลือโซเดียมไบคาร์บอเนต ร่วมกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวสายยาว ต่อคุณสมบัติน้ำนม เมตาบอลิสมของไขมัน และองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนมโค.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จิตรกมล ธนศักดิ์ . 2554. "การศึกษาการเสริมเกลือโซเดียมไบคาร์บอเนต ร่วมกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวสายยาว ต่อคุณสมบัติน้ำนม เมตาบอลิสมของไขมัน และองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนมโค".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
จิตรกมล ธนศักดิ์ . "การศึกษาการเสริมเกลือโซเดียมไบคาร์บอเนต ร่วมกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวสายยาว ต่อคุณสมบัติน้ำนม เมตาบอลิสมของไขมัน และองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนมโค."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
จิตรกมล ธนศักดิ์ . การศึกษาการเสริมเกลือโซเดียมไบคาร์บอเนต ร่วมกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวสายยาว ต่อคุณสมบัติน้ำนม เมตาบอลิสมของไขมัน และองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำนมโค. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.