| ชื่อเรื่อง | : | กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อป้องกันการเข้าสู่การเล่นการพนัน ต.นาด่าน อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู |
| นักวิจัย | : | สมพัฒน์ ธิปโชติ |
| คำค้น | : | การพนัน , หนองบัวลำภู , เด็ก , เยาวชน |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG50E0012 , http://research.trf.or.th/node/5904 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม นักวิจัยท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการวิจัย มีที่ปรึกษาการวิจัยเป็นนักวิชาการ และมีนักวิจัยชุมชนร่วมด้วย รวมทั้งหมด 49 คน เก็บข้อมูลจากกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เล่นการพนัน กลุ่มเด็กและเยาวชนที่ไม่เล่นการพนัน พ่อ แม่ ผู้ปกครองเด็กที่เล่นการพนัน ผู้นำชุมชน ครูประจำชั้นนักเรียนที่เล่นการพนัน เจ้าของร้านค้าในชุมชน และพระภิกษุในชุมชน โดยการสังเกต การสัมภาษณ์เชิงลึก และกระบวนการระดมสมอง ใช้เวลาศึกษาจาก 1 พฤษภาคม 2550 – 30 มีนาคม 2551 การวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกเก็บรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นที่สอง เป็นการวางแผนดำเนินงานโดยใช้การระดมความคิดเห็นและคืนข้อมูลสู่ชุมชน และขั้นที่สาม เป็นการปฏิบัติตามแผน ผลการวิจัยจากการวิเคราะห์เนื้อหา โดยใช้กรอบแนวคิดการมีส่วนร่วมของชุมชนและการเสริมสร้างพลังอำนาจ พบว่า 1) บริบทของปัญหาวิจัย ถึงแม้ผู้คนจะรู้ว่าการเล่นการพนันก่อให้เกิดปัญหาทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ แต่กลับเห็นว่าการเล่นการพนันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นประเพณีบางคนยึดถือเป็นอาชีพ ไม่จำเป็นต้องแก้ไข 2) เด็กทุกคนต่างเคยเล่นการพนันตามความหมายว่าการพนันคือการเล่นที่ได้เสียเป็นเงิน แต่มีกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เสี่ยงมาก จำนวน 43 คน 3)กระบวนการเริ่มเข้าสู่การเล่นการพนัน คือ เด็กจะดูผู้ใหญ่เล่น โดยเฉพาะในงานศพหรือวันสงกรานต์ เด็กจะเดาในใจ ถ้าเดาถูกจะลองเล่น ถ้าได้เงินจะอยากได้อีก ถ้าเสียเงินอยากได้คืน จึงเข้าสู่การเล่นการพนันต่อมา ปัจจัยที่ทำให้เด็กและเยาวชนเล่นการพนัน คือ ความเชื่อว่าการเล่นการพนันเป็นประเพณี เชื่อว่านักพนันสปอร์ต เชื่อว่าเป็นการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เชื่อว่าการเล่นการพนันเป็นการเสี่ยงดวงชะตา ปัจจัยภายนอก คือ เด็กมีเงินเหลือจากการใช้จ่าย และเล่นตามพ่อ แม่หรือผู้ใหญ่ ปัจจัยภายในตัวของเด็กและเยาวชน คือ ความอยากได้เงิน ความภาคภูมิใจที่หาเงินได้ ด้วยตนเอง มีความต้องการแสดงออก และเล่นการพนันตามกลุ่มเพื่อน และมีปัจจัยเสริม คือ การชื่นชมของผู้ใหญ่ผู้ปกครองเมื่อเด็กเล่นได้ เจ้าหน้าที่รัฐไม่บังคับตามกฎหมาย หาซื้ออุปกรณ์การเล่นได้ง่าย และมีเวลาว่างมาก ทีมวิจัยดำเนินการแก้ปัญหา 3 โครงการ คือ โครงการเข้าค่ายปรับแต่งจิตเพื่อพัฒนาตนเองและชุมชน เพื่อให้บุคคลในครอบครัวและเด็กเข้าใจกัน โครงการตำรวจน้อยในโรงเรียน เพื่อควบคุมการเล่นการพนันในโรงเรียน และเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กว่าการพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดี และโครงการคณะหมอลำทีมวิจัย เพื่อสร้างอาชีพให้เด็กมีรายได้ ได้แสดงออก และป้องกันการตั้งวงเล่นการพนันในงานศพให้เด็กเห็น ผลการดำเนินการวิจัยทำให้เกิดความตื่นตัวในชุมชนเรื่องการเล่นการพนันในเด็กและเยาวชน ผู้ใหญ่ห้ามปรามเด็กไม่ให้เล่นการพนัน มีผู้ใหญ่บางคนเลิกเล่นการพนันจากการเป็นนักวิจัย อีกทั้งทีมวิจัยได้เรียนรู้การทำงานร่วมกัน การตัดสินใจบนฐานข้อมูล มากกว่าความรู้สึก ผลการวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึง กระบวนการแก้ปัญหาที่สาเหตุของปัญหามีความซับซ้อนปลูกฝังมานานจนเป็นประเพณี ความเชื่อ ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม บนฐานข้อมูลที่เป็นจริงของชุมชน โดยไม่ต้องได้รับคำสั่งจากหน่วยงานอื่น แต่ปัญหาที่ซับซ้อนอย่างนี้คงไม่สามารถแก้ได้ง่ายๆ จึงควรมีกระบวนการต่อเนื่อง และค้นหากระบวนการที่เหมาะสมกับพื้นที่ต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
สมพัฒน์ ธิปโชติ . (2553). กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อป้องกันการเข้าสู่การเล่นการพนัน ต.นาด่าน อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สมพัฒน์ ธิปโชติ . 2553. "กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อป้องกันการเข้าสู่การเล่นการพนัน ต.นาด่าน อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สมพัฒน์ ธิปโชติ . "กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อป้องกันการเข้าสู่การเล่นการพนัน ต.นาด่าน อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. สมพัฒน์ ธิปโชติ . กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อป้องกันการเข้าสู่การเล่นการพนัน ต.นาด่าน อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
