| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูภาษา-วัฒนธรรมชองเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม |
| นักวิจัย | : | รุ่งเพชร ผันผาย |
| คำค้น | : | การเรียนรู้ , จันทรบุรี , ภาษาชอง , วัฒนธรรมชอง |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG49M0002 , http://research.trf.or.th/node/5853 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการ “การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ฟื้นฟูภาษา-วัฒนธรรมชอง เป็นแหล่งการเรียนรู้ชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม” เล่มนี้ เป็นการดำเนินกิจกรรมพัฒนาแหล่งเรียนรู้ชุมชนชาวชอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ ฟื้นฟูภาษา-วัฒนธรรมชอง ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ของชุมชน ทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรมชอง โดยหากระบวนการให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการดำเนินกิจกรรมศูนย์การเรียนรู้ฯ ซึ่งเป็นแนวทางนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยใช้พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นสถานที่ดำเนินการ จากการดำเนินกิจกรรมได้เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ โดยอาศัยกิจกรรมการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ฯ ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ของชาวชองในแบบที่ย่นย่อ ซึ่งที่ผ่านมาได้ขาดความเคลื่อนไหวด้วยความเหนื่อยล้าของผู้ดำเนินงาน ดังนั้น จึงเกิดกระบวนการต่างๆ เพื่อสร้างความเคลื่อนไหว และศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้กลับมามีชีวิตชีวา และเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะคนชอง จากการศึกษาทางคณะทีมวิจัยพบว่ากิจกรรมที่ทำให้คนในชุมชนหรือคนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมได้เป็นอย่างมาก นั่นคือ กิจกรรมที่ก่อเกิดความสนุกสนาน เป็นกันเองระหว่างผู้ร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่างๆ นั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ 1) กิจกรรมการสอนผลิตหนังสือนิทานภาษาชอง ซึ่งอาศัยประสบการณ์ความรู้ ความทรงจำของแต่ละคน และการเรียนรู้เรื่องระบบตัวเขียนภาษาชองด้วย จึงเกิดกิจกรรมการสอนผลิตหนังสือให้ครูชองโรงเรียนเครือข่ายภาษาชองคนในชุมชนอื่นๆ ที่สนใจ กระบวนการดังกล่าวเป็นการถ่ายทอดกันเองภายในกลุ่มคนชอง ดังนั้น บรรยากาศจึงมีความเป็นกันเองมากที่สุด 2) กิจกรรมการฟื้นฟูการละเล่นพื้นบ้านและรำวงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับลักษณะนิสัยของคนชองทุกรุ่น ทุกเพศ ทุกวัย กล่าวคือ คนชองเป็นคนสนุกสนาน และชอบพบปะพูดคุยกับญาติพี่น้อง มิตรสหาย ดังนั้นช่วงเวลาว่างเว้นจากการงานอาชีพอย่างน้อยปีละครั้ง ชาวชองจะพบปะกันเพื่อทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมในเชิงสันทนาการดังกล่าวร่วมกันโดยใช้สถานที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ เป็น สถานที่ดำเนินการ กิจกรรมนี้ยังเป็นเครื่องมือสานสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างคนชองในชุมชน ระหว่างคนชองวัยผู้เฒ่าผู้แก่หรือผู้อาวุโสกับเด็กๆ วัยรุ่นชาวชองทั้งหญิงและชาย โดยเฉพาะวัยรุ่นชาย ที่เป็นเครื่องลดปัญหาการออกไปเที่ยวหรือไปทำกิจกรรมนอกชุมชนซึ่งอาจมีเรื่องมีราวทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน ในขณะเดียวกัน กิจกรรมนี้ยังสามารถเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสมาชิกในชุมชนที่เป็นคนต่างถิ่นและมาอาศัยทำมาหากินในชุมชนชองด้วย 3) กิจกรรมเที่ยวป่าเพื่อย้อยรอยวิถีชีวิตคนชอง เป็นที่ถูกอกถูกใจของคนที่ชอบเดินป่ายิ่งนักโดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนชองวัยกลางคน และเยาวชนที่สนใจและอาสาเข้ามาร่วมกิจกรรมกันเอง โดยไม่ต้องบอกกล่าวเชิญชวน ซึ่งกิจกรรมนี้อาจจะมีการพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ธรรมชาติและได้เรียนรู้วิถีชีวิตของปู่ย่าตายายของคนชองในอดีตอีกด้วย 4) กิจกรรมเพื่อฟื้นฟูประเพณีเชิงพิธีกรรมความเชื่อของชาวชองในพื้นที่ชุมชนต่างๆ เช่น บุญส่งทุ่ง และบุญส่งบก เป็นต้น ซึ่งทำให้คนในชุมชนเข้ามาร่วมกันมากโดยไม่ต้องคะยั้นคะยอเชิญชวน 5) กิจกรรมการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ประเพณีชอง ผ่านศูนย์การเรียนรู้ฯ นั้น พบว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความเคลื่อนไหวให้กับศูนย์การเรียนรู้ฯ ได้ดี ทำให้คนชองได้แลกเปลี่ยนความรู้กับคนคนภายนอกชุมชนด้วย 6) กิจกรรมต่างๆ ที่แกนนำศูนย์การเรียนรู้ฯ จัดขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมในอาคารนั้น ได้ทำให้หญิงชาวชองกลุ่มหนึ่งที่มีความชำนาญเรื่องการทำอาหารพื้นบ้าน ได้มีโอกาสแสดงตัวตนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมได้อีกทางหนึ่งด้วย ในขณะเดียวกัน ในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนนั้นมีอุปสรรคต่อการขับเคลื่อน คือ แกนนำหรือผู้นำที่เป็นคนรุ่นใหม่คนชองที่มีใจและสามารถติดต่อประสานงานกับหน่วยงานองค์กรภายนอกนั้นยังขาดแคลน เนื่องจากเยาวชนที่สนใจและใส่ใจอย่างจริงจังล้วนออกไปศึกษาเล่าเรียนนอกชุมชน มีโอกาสกลับมาช่วยงานไม่ได้บ่อยนัก ซึ่งนอกจากแกนนำคนอื่นๆ ที่สามารถดำเนินกิจกรรมทางวัฒนธรรมเองได้อยู่แล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อประสานงานกับหน่วยงานหรือองค์กรที่จะเข้ามาให้การสนับสนุนช่วยเหลือในด้านงบประมาณ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์การเรียนรู้ฯ เป็นอย่างมาก ซึ่งต้องมีสรรหาคนกลุ่มนี้ต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
รุ่งเพชร ผันผาย . (2553). การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูภาษา-วัฒนธรรมชองเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. รุ่งเพชร ผันผาย . 2553. "การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูภาษา-วัฒนธรรมชองเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. รุ่งเพชร ผันผาย . "การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูภาษา-วัฒนธรรมชองเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. รุ่งเพชร ผันผาย . การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูภาษา-วัฒนธรรมชองเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน โดยชุมชนมีส่วนร่วม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
