| ชื่อเรื่อง | : | โครงการศึกษาแนวทางการฟื้นฟูผักพื้นบ้านในพื้นที่ทามโดยชุมชน กรณีป่าทามชุมชนกุดเป่ง ตำบลยางคำ อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด |
| นักวิจัย | : | ผา กองธรรม |
| คำค้น | : | ผักพื้นบ้าน , ร้อยเอ็ด |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2549 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG47E0025 , http://research.trf.or.th/node/5736 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่นเรื่องการศึกษาแนวทางการฟื้นฟูผักพื้นบ้านในพื้นที่ทามโดยชุมชนกรณีศึกษาป่าทามชุมชนกุดเป่ง ตำบลยางคำ อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นการศึกษาถึงสถานการณ์ผักพื้นบ้านในพื้นที่ป่าทาม ที่ชุมชนมีองค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์จากผักทาม เพื่อหาแนวทางและวิธีการในการส่งเสริมฟื้นฟูผักทาม เนื่องจากป่าทามชุมชนกุดเป่ง ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ และอยู่ในอาณาเขตของชุมชน 4 หมู่บ้าน คือ บ้านเหล่าข้าว บ้านดอนสำราญ บ้านดอนจิกบ้านท่างาม ตำบลยางคำ อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นป่าทามที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ นานาชนิด และเป็นแหล่งหาอยู่หากินของชาวบ้าน ทั้ง 4 ชุมชน และชุมชนใกล้เคียงมาเป็นเวลายาวนาน มีทั้งการทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และเก็บหาอาหารธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็น แหล่งที่สร้างรายได้เสริมให้กับกลุ่มแม่บ้าน โดยการนำ กก หรือ ผือ มาใช้ประโยชน์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เป็น เสื่อ กระเป๋า กระตี๊บข้าว และที่สำคัญเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติ “ผักทาม” ซึ่งพืชที่เกิดขึ้นในป่าทามสามารถกินได้เกือบทุกชนิด และมีความหลากหลายในรสชาด ทั้งผักบก ผักน้ำ ผักครึ่งบกครึ่งน้ำ ชุมชนที่อยู่ใกล้ป่าทามจะกินผักทามกันทุกครัวเรือน ทุกมื้อทุกคาบจะมีผักทามเป็น เครื่องเคี้ยวใส่ไว้ในพาข้าว ซึ่งวิถีชีวิตของชาวบ้านจะลงไปทำมาหากินในป่าทามทุกวัน เมื่อเวลากลับบ้านจะต้องเก็บผักติดไม้ติดมือมาเป็นอาหาร ทั้งสะดวกสบาย ประหยัดเงิน ไม่ต้องปลูก ไม่ต้องซื้อปลอดภัยทั้งสารเคมีและยาฆ่าแมลง แถมมีรสชาดดี “แซบ” กินผักทามทำให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง คนสมัยก่อนจึงมีอายุยืนยาว เพราะผักทามเปรียบเสมือนยาอายุวัฒนะ เป็นยาสมุนไพร ผักทาม นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังสามารถเก็บไปขายเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี โดยไม่ต้องนำไปแปรรูปก็ขายได้ แต่ปัจจุบันนี้ผักทามมีจำนวนลดลงมาก บางชนิดก็สูญพันธุ์ไปก็มี เนื่องจากได้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าทามกุดเป่งเพื่อทำการเกษตร และเกิดจากการเก็บผักทามอย่างทำลายเพื่อหวังผลเพื่อขายเป็นรายได้เพียงอย่างเดียว และเกิดปัญหาอย่างรุนแรง คือ น้ำท่วมป่าทามเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนราษีไศลที่มีการเก็บกักน้ำในปี พ.ศ.2536 จากสถานการณ์ปัญหาดัง กล่าวจึงทำให้วิถีชีวิตของคนในชุมชนที่ลงไปใช้ประโยชน์ในทามเปลี่ยนไปเช่นกัน จากที่เคยหาอยู่หากินในทามก็เปลี่ยนมาเป็นการซื้ออยู่ซื้อกินมากขึ้น โดยให้ความสนใจและซื้อผักตลาดเพื่อนำมาบริโภคในครัวเรือนมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มรายจ่ายให้ครัวเรือนมากขึ้น นอกจากนั้นผักตลาดยังไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพร่างกายในเรื่องการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง เป็นการเร่งในการผลิตและเพื่อให้ผักสวยงามเพียงหวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว โดยมิได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งแตกต่างจากการกินผักทามที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังเป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ที่เป็นอาหารของชุมชนมาอย่างยาวนาน มีประโยชน์ทั้งเป็นอาหาร เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย มากไปกว่านั้นยังเป็นองค์ประกอบที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบ นิเวศในพื้นที่ป่าบุ่ง-ป่าทาม ซึ่งเมื่อใดที่พืชผักถูกทำลายไปก็หมายถึง ระบบนิเวศถูกทำลายไปด้วย วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษารวบรวมองค์ความรู้ การใช้ประโยชน์ของผักพื้นบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และศึกษาวิธีการจัดการผักพื้นบ้านทามให้มีความสมบูรณ์และเชื่อมโยงกับเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมของชุมชน กระบวนการศึกษาวิจัย เป็นกระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วม โดยร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ผักพื้นบ้านทาม และวางแผนลงพื้นที่ศึกษา สำรวจข้อมูล จำนวนชนิด ปริมาณของผักพื้นบ้านทามที่มีอยู่ในปัจจุบัน นำข้อมูลนำมาสรุปวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุผักทามที่ลดน้อยลงไป มีชนิดใด ประเภทใดบ้างที่สูญหายไปบ้าง นอกจากนั้นมีการสัมภาษณ์ผู้เฒ่า ผู้แก่ในชุมชน ในเรื่ององค์ความรู้ของผักทาม และมีการวางแผนกำหนดแนวทางในการฟื้นฟูผักทามร่วมกับชุมชน โดยการทดลองฟื้นฟูระดับครัวเรือนและระดับป่าชุมชน ทีมวิจัยมีการติดตามผลการทดลองแล้วนำข้อมูลมาสรุปวิเคราะห์ จัดเวทีเสนอผลการศึกษาเพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเพิ่มเติมข้อมูล จากกระบวนการศึกษาดังกล่าว ชุมชนมีองค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์จากผักทามในเรื่องการกิน การเก็บ ซึ่งไม่เป็นการทำลายและรู้ถึงสถานการณ์ของผักทามที่มีผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการบุกรุกพื้นที่ทาม เพื่อทำการเกษตรของชาวบ้าน และจากการเก็บกักน้ำของเขื่อนราษีไศล ทำให้พื้นที่ป่าทามชุมชนกุดเป่ง ถูกน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลายาวนาน จึงทำให้ผักทามลดน้อยลงไป บางชนิดสูญ พันธุ์ไปก็มี และทำให้ชุมชนไม่สามารถลงไปใช้ประโยชน์ในทามได้อีก ทำให้วัฒนธรรมการบริโภคของชาวบ้านเปลี่ยนไปจากการกินผักทาม เปลี่ยนมาเป็นการซื้อผักตลาดมากขึ้น ทำให้เพิ่มภาระในการใช้จ่ายในครอบครัวโดยไม่จำเป็น ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นชุมชนจึงมีความตระหนักและเห็นความสำคัญในการบริโภคผักพื้นบ้านทาม และมีการปลูกฟื้นฟูผักพื้นบ้านไว้ บริโภคในครัวเรือน โดยมีแนวทางส่งเสริมฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรในพื้นที่ป่าทามในห้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูผักพื้นบ้านทามให้เป็นอาหารของชุมชนตลอดไป และเพื่อเป็นการลดรายจ่ายในการซื้อผักตลาด และหลีกเลี่ยงจากสารพิษ สารเคมีที่ตกค้างในผักตลาดต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
ผา กองธรรม . (2549). โครงการศึกษาแนวทางการฟื้นฟูผักพื้นบ้านในพื้นที่ทามโดยชุมชน กรณีป่าทามชุมชนกุดเป่ง ตำบลยางคำ อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ผา กองธรรม . 2549. "โครงการศึกษาแนวทางการฟื้นฟูผักพื้นบ้านในพื้นที่ทามโดยชุมชน กรณีป่าทามชุมชนกุดเป่ง ตำบลยางคำ อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ผา กองธรรม . "โครงการศึกษาแนวทางการฟื้นฟูผักพื้นบ้านในพื้นที่ทามโดยชุมชน กรณีป่าทามชุมชนกุดเป่ง ตำบลยางคำ อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print. ผา กองธรรม . โครงการศึกษาแนวทางการฟื้นฟูผักพื้นบ้านในพื้นที่ทามโดยชุมชน กรณีป่าทามชุมชนกุดเป่ง ตำบลยางคำ อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.
|
