| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการจัดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร กรณีศึกษาโรงเรียนปทุมราชวงศา อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ |
| นักวิจัย | : | จารุวรรณ บุตรเคน |
| คำค้น | : | การเรียนรู้ , ภาษาอังกฤษ , อำนาจเจริญ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDG52E0009 , http://research.trf.or.th/node/5532 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และเพื่อหาแนวทางและรูปแบบการเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างมีส่วนร่วมเพื่อการสื่อสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 60 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกอย่างเจาะจง (Purposive Exampling) จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนปทุมราชวงศา อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นโรงเรียนประจำอำเภอที่ได้รับการรับรองให้เป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน จากกระทรวงศึกษาธิการ เปิดทำการสอนในระดับมัธยมศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1- 6 จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น จำนวน 1,724 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง จำนวน 1 ฉบับ แผนการจัดการเรียนรู้ และการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยใช้ระเบียบการมีส่วนร่วมและการสัมภาษณ์เชิงลึก การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำเสนอแบบพรรณนาวิเคราะห์ผลการศึกษาปรากฏดังนี้ จากการศึกษาปัญหาในการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่านักเรียนมีปัญหาในเรื่องการสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสาเหตุของปัญหามาจากหลายสาเหตุ ทั้งจากตัวบุคคล คือนักเรียนยังขาดความรู้พื้นฐานในเรื่องของไวยากรณ์และคำศัพท์ที่จำเป็นและการขาดเจตคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษของนักเรียน และกิจกรรมการเรียนการสอนของครูผู้สอน จากกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อค้นหารูปแบบการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน ซึ่งรูปแบบที่ได้คือ 1. กระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมที่จัดขึ้นภายในห้องเรียน เรียกว่า”รูปแบบการเรียนรู้แบบผ่อนคลาย” เป็นการเรียนที่สอดแทรกด้วยกิจกรรมที่สนุกสนานและกระตุ้นการเรียนรู้ ซึ่งกิจกรรมที่ใช้คือ (1) กิจกรรมการเรียนการสอนด้วยเพลง (2) กิจกรรมการเรียนการสอนโดยแสดงบทบาทสมมติ (3) กิจกรรมการเรียนการสอนด้วยเกม (4) กิจกรรมส่งเสริมทักษะการจำ (การสร้างศัพท์แบบตลก) 2. กิจกรรมเสริมหลักสูตรในรูปแบบของกิจกรรมค่ายภาษาอังกฤษผลจากการจัดกิจกรรม ปรากฏว่า นักเรียนสนใจและกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้นและเข้าใจในบทเรียนมากขึ้นโดยสังเกตการณ์ตอบคำถามและทำแบบทดสอบหลังเรียน นอกจากนี้นักเรียนกล้าที่จะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ นอกเหนือจากคำพูดทักทายกันเท่านั้น และกระบวนการเรียนอย่างมีส่วนร่วมสามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น จากการศึกษานอกจากกระบวนการเรียนการสอนอย่างมีส่วนร่วมจะมีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนแล้ว พบว่าครูและผู้ปกครองก็มีผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องของกำลังใจและแรงผลักดันภายใน ที่เกิดจากการดูแลและเอาใจใส่ในการเรียนรู้ของผู้เรียนมากขึ้น จากกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ทำให้ครู นักเรียนและผู้ปกครอง ตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของชุมชน สังคมและประเทศต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
จารุวรรณ บุตรเคน . (2553). แนวทางการจัดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร กรณีศึกษาโรงเรียนปทุมราชวงศา อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. จารุวรรณ บุตรเคน . 2553. "แนวทางการจัดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร กรณีศึกษาโรงเรียนปทุมราชวงศา อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. จารุวรรณ บุตรเคน . "แนวทางการจัดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร กรณีศึกษาโรงเรียนปทุมราชวงศา อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. จารุวรรณ บุตรเคน . แนวทางการจัดการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร กรณีศึกษาโรงเรียนปทุมราชวงศา อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
