| ชื่อเรื่อง | : | ศักยภาพของสารคะเตชินจากชาเขียวที่ช่วยลดปริมาณสารประกอบธาตุเหล็กรีดอกซ์ในเซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจในหลอดทดลองและสิ่งมีชีวิต |
| นักวิจัย | : | สมเดช ศรีชัยรัตนกูล |
| คำค้น | : | คาเมลเลียไซเนนซิส , ชาเขียว , ธาลัสซีเมีย , ภาวะเหล็กเกิน , ออกซิเดทีฟสเตรส |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RMU5080074 , http://research.trf.or.th/node/5353 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ความรู้พื้นฐาน: ภาวะเหล็กเกินแบบทุติยภูมิพบได้บ่อยครั้งในผู้ป่วยธาลัสซีเมียชนิดบีตาที่ได้รับการเติมเลือดเป็นประจาและแสดงให้พบเห็นธาตุเหล็กรูปที่เป็นพิษคือ NTBI ในพลาสมา การทาลายเซลล์และไมโตคอนเดรียสามารถเกิดขึ้นได้จากธาตุเหล็กรูป LIP ในเซลล์ที่เป็นตัวเร่งการสร้างกลุ่มสาร ROS เซลล์ตับของผู้ป่วยธาลัสซีเมียมีระดับสาร LIP และ ROS สูงกว่าเซลล์ตับคนปกติ ผู้ป่วยธาลัสซีเมียที่มีภาวะเหล็กเกินได้รับการรักษาด้วยยาขับเหล็กเดสเฟอริออกซามีน ดีเฟอริโพรนและดีเฟอราซิรอกเพื่อกาจัดเหล็กส่วนเกินออกจากร่างกายพร้อมด้วยสารแอนติออกซิแดนท์เช่นวิตามินอีเพื่อลดภาวะออกซิเดทีฟสเตรสในร่างกาย ชามีผลดีต่อสุขภาพหลายอย่าง สารคะเตชินจาพวก EGC, EC, C, EGCG และ ECG พบเป็นส่วนประกอบหลักในสารสกัดชาเขียว ที่สาคัญคือสารสกัดชาเขียวและสาร EGCG มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็ง กาจัดสารพิษและขับเหล็กในหลอดทดลองและร่างกายสิ่งมีชีวิตได้ วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสัมฤทธิผลของสารสกัดชาเขียวและสาร EGCG ต่อสถานะของธาตุเหล็กและภาวะออกซิเดทีฟสเตรสในหนูทดลองปกติ WT หนูทดลองโรคธาลัสซีเมีย BKO และ DH และเซลล์ตับเพาะเลี้ยง รวมทั้งตรวจหาความเป็นพิษของสารทั้งสองนี้ต่อเซลล์ตับเพาะเลี้ยง วิธีทดลอง: ทาการเตรียมและตรวจวัดคุณสมบัติต้านออกซิเดชันของตัวอย่างสารสกัดชาเขียวและสาร EGCG สาหรับใช้ตลอดการทดลอง เลี้ยงหนูทดลองด้วยอาหารเสริมธาตุเหล็กเฟอโรซีนนาน 3 เดือนเพื่อเหนี่ยวนาให้เกิดภาวะเหล็กเกินแล้วป้อนหนูทดลองด้วยสารสกัดชาเขียวและสาร EGCG นานต่อไปอีก 3 เดือน ทาการตรวจวัดตัวชี้วัดสถานะธาตุเหล็ก (ได้แก่ NTBI, LIP, LIC และ tissue iron deposition) และภาวะออกซิเดทีฟสเตรส (ได้แก่กลูตาไธโอน ศักย์ไฟฟ้าบริเวณเยื่อหุ้มไมโตคอนเดรีย ROS และ MDA) รวมทั้งตรจหาความเป็นพิษของสารทดสอบทั้งสองต่อเซลล์เพาะเลี้ยงด้วยวิธี MTT dye ผลการทดลอง: สารสกัดชาเขียวและสาร EGCG ช่วยลดระดับ NTBI และ MDA ในพลาสมา ROS ในเม็ดเลือดแดงและปริมาณเหล็กสะสมในตับ และเพิ่มระดับกลูตาไธโอนได้อย่างมีประสิทธิผลในหนูที่มีภาวะเหล็กเกิน ผลการย้อมเนื้อเยื่อตับด้วยสีพิเศษแสดงให้เห็นว่ามีเม็ดเลือดขาวจานวนมากเคลื่อนที่มาอยู่ตรงบริเวณเส้นเลือดดาใหญ่และมีการสะสมเหล็กจานวนมากในเนื้อเยื่อตับของหนูที่กินอาหารเสริมธาตุเหล็ก สารสกัดชาเขียวสาร EGCG สามารถลดการสะสมธาตุเหล็กในเนื้อเยื่อตับ ม้ามและหัวใจได้อย่างชัดเจน สารทดสอบทั้งสองนี้ยังช่วยลดระดับ LIP, ROS และค่าศักย์ไฟฟ้าบริเวณเยื่อหุ้มไมโตคอนเดรียในเซลล์ตับเพาะเลี้ยงที่มีภาวะเหล็กเกินได้อย่างมีนัยสาคัญและขึ้นกับปริมาณสารที่ใช้ด้วย สารทั้งสองนี้มีความเป็นพิษต่อเซลล์ตับ primary hepatocyte มากกว่าเซลล์ตับ HepG2 cells และช่วยเพิ่มการมีชีวิตของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเพาะเลี้ยง สรุปและวิจารณ์ผลการทดลอง: สารคะเตชินจากชาเขียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาร EGCG สามารถลดความเข้มข้น NTBI ในพลาสมาและการสะสมธาตุเหล็กในตับของหนูทดลองที่มีภาวะเหล็กเกินได้อย่างมีประสิทธิผล ทาให้ปริมาณเหล็กในร่างกายลดต่าลงกว่าเดิม สารคะเตชินน่าจะช่วยป้องกันการสร้าง ROS โดยผ่านทางปฏิกิริยาฮาร์เบอร์ไวส์-เฟนตอนที่มีไอออนธาตุเหล็กเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาและทาให้ช่วยบรรเทาการเกิดพยาธิสภาพที่ตับได้ รวมทั้งยังช่วยทาให้กลไกต้านออกซิเดชันดีขึ้นโดยเพิ่มการสร้างกลูตาไธโอนในเซลล์และร่างกายให้มากขึ้น ถ้าฝช้สารคะเตชินและสาร EGCG ในปริมาณสูงๆอาจทาหน้าที่เป็นสารโปรออกซิแดนท์มากกว่าเป็นสารแอนติออกซิแดนท์และมีความเป็นพิษต่อเซลล์ได้ จึงแนะนาว่าสาร EGCG ควรทาหน้าที่สองอย่างพร้อมกันคือเป็นยาขับเหล็กที่เข้าไปกาจัดเหล็กภายในเซลล์ออกไปได้และเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ช่วยทาลายอนุมูลอิสระที่มีอยู่ ข้อเสนอแนะสาหรับงานวิจัยในอนาคต: การทางานของสารคะเตชินและอีจีซีจีในชาเขียวอาจสัมพันธ์กับการจับตรึงเหล็กในเซลล์และในร่างกายผู้ป่วยที่มีภาวะเหล็กเกิน ยังคงต้องทาการศึกษาผลของชาเขียวและสารคะเตชินต่อไปเพื่อช่วยให้ภาวะเหล็กเกินและออกซิเดทีฟสเตรสในผู้ป่วยธาลัสซีเมียดียิ่งขึ้นต่อไป การสร้างสูตรและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชาเขียวเป็นสิ่งจาเป็นในการนาไปใช้ศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยธาลัสซีเมียชนิดบีตา |
| บรรณานุกรม | : |
สมเดช ศรีชัยรัตนกูล . (2554). ศักยภาพของสารคะเตชินจากชาเขียวที่ช่วยลดปริมาณสารประกอบธาตุเหล็กรีดอกซ์ในเซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจในหลอดทดลองและสิ่งมีชีวิต.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สมเดช ศรีชัยรัตนกูล . 2554. "ศักยภาพของสารคะเตชินจากชาเขียวที่ช่วยลดปริมาณสารประกอบธาตุเหล็กรีดอกซ์ในเซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจในหลอดทดลองและสิ่งมีชีวิต".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สมเดช ศรีชัยรัตนกูล . "ศักยภาพของสารคะเตชินจากชาเขียวที่ช่วยลดปริมาณสารประกอบธาตุเหล็กรีดอกซ์ในเซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจในหลอดทดลองและสิ่งมีชีวิต."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. สมเดช ศรีชัยรัตนกูล . ศักยภาพของสารคะเตชินจากชาเขียวที่ช่วยลดปริมาณสารประกอบธาตุเหล็กรีดอกซ์ในเซลล์ตับและเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจในหลอดทดลองและสิ่งมีชีวิต. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
