| ชื่อเรื่อง | : | การแสดงออกของ HSPGs จากเซลล์ตับบนเซลล์มะเร็งและการประยุกต์ใช้โมโนโคลนอล แอนติบอดีจำเพาะต่อ HSPGs จากเซลล์ตับในการยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง |
| นักวิจัย | : | ปรียานาถ วงศ์จันทร์ |
| คำค้น | : | Hepatocellular carcinoma , HSP , HSPG , MCM , neovascularization , VEGF , xenograft |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RMU5080018 , http://research.trf.or.th/node/5334 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | 1E4-1C2 เป็นโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่ผลิตขึ้นจากการฉีดกระตุ้นสัตว์ทดลองด้วย human liver HSPGs สามารถทำปฏิกิริยากับโมเลกุลบนผิวเซลล์เม็ดเลือดขาวแยกจากผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ได้แก่ AML, CML (blast crisis) และ แต่ไม่ทำปฏิกิริยากับเซลล์เม็ดเลือดขาวคนปกตินอกจากนี้ยังทำปฏิกิริยากับเซลล์มะเร็งชนิดก้อนที่ทดสอบ ได้แก่ HepG2, B16F1, Hela, KB1, SW1353, MCF-7 และ HT-29) แอนติบอดีสามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดชนิดเพาะเลี้ยง HL-60 และ K562 และเซลล์มะเร็งชนิดก้อน HepG2 อย่างมีนัยสำคัญและเป็นไปตามขนาดความเข้มข้นที่ใช้ เมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุม (anti-HIV p24 mAb, IgG1 isotype control) การศึกษายังชี้ให้เห็นว่าการยับยั้งในหลอดทดลองน่าจะเป็นผลจากการเหนี่ยวนำ เซลล์เข้าสู่กระบวนการอะพอพโตสิสส่งผลให้วัฏจักรของเซลล์หยุดอยู่ที่ระยะ Sub-G1 โดยพบปริมาณ DNA สูงขึ้นเมื่อเลี้ยงเซลล์ในสภาวะที่มีแอนติบอดีเป็นเวลานาน 48 ชั่วโมง ผลของแอนติบอดีเป็นไปตามขนาดที่ใช้และแตกต่างกับชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบสัญญาณที่แสดงค่ากิจกรรมของเอนไซม์ caspase-8 ภายในเซลล์สูงขึ้นในสภาวะที่มีแอนติบอดี 1E4-1C2 โมเลกุลที่จำเพาะต่อแอนติบอดีซึ่งตรวจพบบนผิวเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด AML และเซลล์มะเร็งเพาะเลี้ยงชนิดก้อน มีขนาดน้ำหนักโมเลกุลตั้งแต่ 45-200 kD โดยประมาณ การศึกษาในสัตว์ทดลองที่ได้รับการปลูกเซลล์มะเร็ง พบว่าสัตว์ทดลองที่ได้รับการฉีดด้วยแอนติบอดี 1E4-1C2 ทุกวันๆ ละ 1 ครั้งเป็นเวลา 4 วันหลังการปลูกเซลล์มะเร็ง มีขนาดของก้อนมะเร็งเล็กกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม การตรวจสอบชิ้นเนื้อที่ย้อมด้วยสี Hematoxylin/Eosin ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจ คือการสร้างหลอดเลือดใหม่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็งในหนูทดลองมีจำนวนน้อยกว่า และขนาดเล็กกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมจึงอาจกล่าวได้ว่าโมเลกุลที่จำเพาะต่อแอนติบอดีน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างหลอดเลือดใหม่เมื่อเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง ผลการวิเคราะห์แถบโปรตีนขนาดน้ำหนักโมเลกุล 80 kD ที่สามารถทำปฏิกิริยากับแอนติบอดีพบว่าประกอบด้วยโปรตีนหลายชนิด เมื่อนำลำดับกรดอะมิโนเปรียบเทียบกับฐานข้อมูล พบว่ามีโปรตีนสำคัญสองชนิดที่น่าสนใจ คือ โปรตีนในกลุ่ม heat shock protein และ Minichromosome maintenance protein 7 (MCM-7) ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบมากในเซลล์มะเร็ง และมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเพิ่มดีเอ็นเอในระยะแบ่งตัว จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า โมเลกุลที่จำเพาะต่อแอนติบอดี 1E4-1C2 น่าจะมีลำดับกรดอะมิโนบางส่วนที่เหมือนหรือคล้าย หรือ อาจมีบางส่วนที่สามารถปฏิสัมพันธ์กับhuman liver HSPGs จึงสามารถตรวจพบได้ด้วยแอนติบอดีจำเพาะต่อ 1E4-1C2 และส่งผลต่อกระบวนการเพิ่มดีเอ็นเอ และการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งในสภาวะที่มีแอนติบอดี |
| บรรณานุกรม | : |
ปรียานาถ วงศ์จันทร์ . (2553). การแสดงออกของ HSPGs จากเซลล์ตับบนเซลล์มะเร็งและการประยุกต์ใช้โมโนโคลนอล แอนติบอดีจำเพาะต่อ HSPGs จากเซลล์ตับในการยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปรียานาถ วงศ์จันทร์ . 2553. "การแสดงออกของ HSPGs จากเซลล์ตับบนเซลล์มะเร็งและการประยุกต์ใช้โมโนโคลนอล แอนติบอดีจำเพาะต่อ HSPGs จากเซลล์ตับในการยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปรียานาถ วงศ์จันทร์ . "การแสดงออกของ HSPGs จากเซลล์ตับบนเซลล์มะเร็งและการประยุกต์ใช้โมโนโคลนอล แอนติบอดีจำเพาะต่อ HSPGs จากเซลล์ตับในการยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. ปรียานาถ วงศ์จันทร์ . การแสดงออกของ HSPGs จากเซลล์ตับบนเซลล์มะเร็งและการประยุกต์ใช้โมโนโคลนอล แอนติบอดีจำเพาะต่อ HSPGs จากเซลล์ตับในการยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
