ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีเขียวสกุล Cladophora (ไก) เพื่อเป็นอาหารปลาบึกระยะที่ 2

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีเขียวสกุล Cladophora (ไก) เพื่อเป็นอาหารปลาบึกระยะที่ 2
นักวิจัย : ศิริเพ็ญ ตรัยไชยาพร
คำค้น : สาหร่ายสีเขียว , อาหารปลาบึก
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020065 , http://research.trf.or.th/node/5092
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีเขียว สกุล Cladophora (ไก) เพื่อเป็นอาหารปลาบึก (ระยะ 2) ได้ดำเนินการโดยเพาะเลี้ยงสาหร่ายไกแบบมหมวลในบ่อซีเมนต์โดยใช้น้ำทิ้งจากโรงอาหารปัจจัยทางกายภาพ-เคมี ระหว่างการเพาะเลี้ยงคือ อุณหภูมิน้ำ 26-32 ๐C ความเข้มแสง 6,500-43,200 ลักซ์ ความเร็วกระแสน้ำ 0.20 เมตรต่อวินาที ค่าความเป็นกรดด่างหรือค่าพีเอชเมื่อเริ่มต้นเพาะเลี้ยงมีค่า 7 แต่ค่าพีเอช จะเพิ่มขึ้นระหว่างเพาะเลี้ยงเป็น 7.36-9.73 ความกระด้างและความเป็นด่างมีค่า 21.13-68.21 และ 62.33-110.00 มิลลิกรัมต่อลิตรCaCO3 ปริมาณของแข็งที่แขวนลอยในน้ำ ออกซิเจนที่ละลายน้ำ บีโอดีและซีโอดี 2.00-34.67, 3.37-13.87, 0.43-11.57 และ 1.10-29.59 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ ส่วนปริมาณสารอาหารไนโตรเจนและฟอสฟอรัสระหว่างการเพาะเลี้ยงมีช่วงความเข้มข้นค่อนข้างกว้างคือ ปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจน ไนเตรทไนโตรเจน และออร์โธฟอสเฟตฟอสฟอรัส มีค่า < 0.001–1.069 , < 0.001– 1.580 และ < 0.001–14.780 มิลลิกรัมต่อลิตร ตามลำดับ สาหร่ายไกมีอัตราการเจริญเติบโตสูงสุดหลังเพาะเลี้ยง 1 ถึง 2 สัปดาห์ คือ 1,247 กรัม/ตารางเมตร/สัปดาห์ หลังจากนั้นอัตราการเจริญเติบโตจะลดลง เนื่องจากสาหร่ายเจริญเติบโตเต็มที่จนแน่นบ่อ ทำให้มีการบังแสงแดดกันเอง จนสาหร่ายไกบางส่วนตาย มวลชีวภาพของสาหร่ายไกหลังจากเพาะเลี้ยงระยะเวลา 6-8 สัปดาห์ (เมื่อเก็บเกี่ยวมวลชีวภาพเพียงครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุดการเพาะเลี้ยง) ได้สาหร่ายไก 3,187 กรัม/ตารางเมตร (น้ำหนักเปียก) ในการเพาะเลี้ยงสาหร่ายไกพบว่าควรเก็บเกี่ยวมวลชีวภาพของสาหร่ายไกออกบางส่วนทุก 1-2 สัปดาห์ หรือ เมื่อสาหร่ายไกมีการเจริญเติบโตจนเกือบเต็มพื้นที่บ่อ สาหร่ายไกผลิตแคโรทีนอยด์ 893.92-1,728.95 ไมโครกรัมต่อกรัม (น้ำหนักแห้ง) ซึ่งปริมาณสารอาหารมีอิทธิพลต่อการผลิตแคโรทีนอยด์ของสาหร่ายไก โดยสาหร่ายไกที่เพาะเลี้ยงโดยควบคุมให้มีปริมาณสารอาหารที่พอเหมาะโดยมีการเติมน้ำทิ้งเพื่อเพิ่มสารอาหารทุกๆ สัปดาห์ สาหร่ายไกจะผลิตแคโรทีนอยด์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติมออร์โธฟอสเฟตฟอสฟอรัสจะทำให้สาหร่ายไกเพิ่มการผลิตแคโรทีนอยด์ พบว่าสาหร่ายไกที่เพาะเลี้ยงในน้ำทิ้งโรงอาหารที่เติมออร์โธฟอสเฟตฟอสฟอรัส 20 มิลลิกรัม จะผลิตแคโรทีนอยด์ได้สูงสุด 1,728.95 ไมโครกรัมต่อกรัม ส่วนคุณค่าทางโภชนาการของสาหร่ายไกที่เพาะเลี้ยงมีค่าโปรตีน 10.05-17.58% ไขมัน 1.84-6.02% คาร์โบไฮเดรต 30.07-49.96% เถ้า 14.39-30.22% เยื่อใย 20.15-27.90% และความชื้น 9.45-15.32% จากการทดลองเลี้ยงปลาบึกโดยให้อาหารผสมสาหร่ายไก 0-15% พบว่าสาหร่ายไกสามารถใช้ ทดแทนปลาป่นหรืออาหารโปรตีนสูงจากแหล่งอื่นได้ถึง 15% โดยสามารถช่วยเสริมการเจริญเติบโต และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โปรตีนในอาหารได้ นอกจากนี้การผสมสาหร่ายไก ในอาหารยังมีผลต่อการเพิ่มระดับคุณค่าทางโภชนาการ และแคโรทีนอยด์ในเนื้อปลาบึก โดยอาหารผสมสาหร่ายไก 10-15% มีผลต่อการเพิ่มแคโรทีนอยด์ในเนื้อปลาดีที่สุด และอาหารผสมสาหร่ายไกในสัดส่วนดังกล่าวยังมีต้นทุนการผลิตเนื้อปลาต่ำกว่าอาหารสำเร็จรูปที่ไม่ผสมสาหร่ายไก และอาหารผสมไกเพียง 5% ดังนั้นจึงสมควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในการใช้สาหร่ายไกผสมในอาหารปลาในสัดส่วนที่สูขึ้นเป็น 20-50 % รวมทั้งอาหารสัตว์อื่นโดยเฉพาะไก่กระทงและไก่ไข่ต่อไป

บรรณานุกรม :
ศิริเพ็ญ ตรัยไชยาพร . (2555). การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีเขียวสกุล Cladophora (ไก) เพื่อเป็นอาหารปลาบึกระยะที่ 2.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศิริเพ็ญ ตรัยไชยาพร . 2555. "การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีเขียวสกุล Cladophora (ไก) เพื่อเป็นอาหารปลาบึกระยะที่ 2".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ศิริเพ็ญ ตรัยไชยาพร . "การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีเขียวสกุล Cladophora (ไก) เพื่อเป็นอาหารปลาบึกระยะที่ 2."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2555. Print.
ศิริเพ็ญ ตรัยไชยาพร . การเพาะเลี้ยงสาหร่ายสีเขียวสกุล Cladophora (ไก) เพื่อเป็นอาหารปลาบึกระยะที่ 2. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2555.