ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์อณูพันธุกรรมของเชื้อสเตรปโตค๊อคคัส อินนิเอ้ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาการก่อโรคสเตรปโตค๊อคโคซีส ในปลา

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์อณูพันธุกรรมของเชื้อสเตรปโตค๊อคคัส อินนิเอ้ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาการก่อโรคสเตรปโตค๊อคโคซีส ในปลา
นักวิจัย : ชาญณรงค์ รอดคำ
คำค้น : multiplex PCR , simultaneous detection , Streptococcus agalactiae , Streptococcus iniae
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=MRG5080209 , http://research.trf.or.th/node/4815
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การติดเชื้อสเตรปโตค๊อคคัสหรือโรคสเตรปโตค๊อคโคซีส (Streptococcosis) เป็นโรคหรือการติดเชื้อหลักที่พบในการเลี้ยงปลานิลในระดับฟาร์มของประเทศไทย สาเหตุหลักที่พิสูจน์แยกได้จากโรคนี้คือแบคทีเรียในกลุ่มสเตรปโตค๊อคคัสได้แก่ สเตรปโตค๊อคคัส อินนิเอ้ (Streptococcus iniae) และสเตรปโตค๊อคคัส อะกาแลคติเอ้ (Streptococcus agalactiae) การศึกษาวิจัยนี้มุ่งเน้นที่ S. iniae ในเรื่องของการตรวจสอบวินิจฉัย การพิสูจน์เชื้อ ลักษณะของเชื้อ กระบวนการก่อโรคของเชื้อ และอณูพันธุศาสตร์ของ S. iniae S. iniae จำนวน 10 ไอโซเลท (Isolates) ถูกแยกได้จากปลานิล (Oreochromis niloticus) ที่ติดเชื้อจากฟาร์มในจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และปราจีณบุรี โดยขอเรียกชื่อเชื้อทั้ง 10 ไอโซเลท เป็น SiniaeCU1-10 ซึ่งเชื้อทั้ง 10 ไอโซเลทนี้ถูกแยกและพิสูจน์โดยวิธีมาตรฐานโดยดูจากลักษณะปรากฏและคุณสมบัติทางชีวเคมีต่างๆ รวมทั้งจากวิธีการทางอณูชีววิทยาคือวิธีปฏิกิริยาลูโซ่โพลี่เมอเรส (PCR) โดยใช้ไพรเมอร์ (primers) ที่จำเพาะกับลำดับเบสของยีนแลคเตท ออกซิเดส (lactate oxidsae gene, lctO gene) ของ S. iniae นอกจากนี้วิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลี่เมอเรสแบบมัลติเพลก (Multiplex PCR) ก็ได้นำมาใช้ในการตรวจพิสูจน์เชื้อ S. iniae และ S. agalactiae ในคราวเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการตรวจพิสูจน์เชื้อเมื่อมีการติดเชื้อแบบผสมเกิดขึ้น (Mixed infection) ซึ่งการติดเชื้อแบบผสมนี้ทำให้ยุ่งยากต่อการพิสูจน์ยืนยันชนิดของเชื้อ นอกจากนี้ผู้วิจัยยังได้สร้างจีโนมิก ดีเอ็นเอ ไลบราลี่ (Genomic DNA library) ของเชื้อ S. iniae ขึ้น โดยใส่ชิ้นดีเอ็นเอชิ้นเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 1-2 กิโลเบส (1-2 kb) เข้าไปไว้ในพลาสมิด pUC118 ไลบราลี่ได้ถูกตรวจสอบและวิเคราะห์โดยการหาลำดับเบสของยีนที่ถูกใส่ไว้ในพลาสมิดโดยวิธีการ Sequencing จนถึงวันนี้ พลาสมิดจากไลบราลี่จำนวน 198 โคลน (clones) ได้ถูกหาลำดับเบสของยีนที่ใส่ไว้และนำมาวิคราะห์หาความเหมือนหรือต่างจากข้อมูลของจุลชีพอื่นๆ ที่อยู่ในฐานข้อมูล NCBI database ข้อมูลของลำดับเบสของท่อนดีเอ็นเอที่ได้ถูกจำแนกตามลักษณะของหน้าที่ของยีนได้เป็น 17 จำพวก (categories) จากข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์พบยีนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยความรุนแรงในการก่อโรค (virulence-related genes) จำนวน 12 ยีน ได้แก่ hemolysin streptolysin S, Phosphoglucomutase, M-like protein (simA), C5a peptidase (scpI), Fibriogen binding protein, and capsule operon จากผลการศึกษาพบว่าการวิเคราะห์จีโนม (Genome analysis) เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการระบุยีนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยความรุนแรงในการก่อโรคและกระบวนการก่อโรคของ S. iniae อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาเพิ่มเติมโดยละเอียดในส่วนของยีนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยความรุนแรงในการก่อโรคและกระบวนการก่อโรคของ S. iniae ต่อไป Streptococcus infection or streptococcosis is the major disease of farmed Tilapia in Thailand. The common causative agents of streptococcosis isolated from farmed Tilapia in Thailand are Streptococcus iniae and Streptococcus agalactiae. S. iniae causes meningoencephalitis and death in aquatic animal species and also has been identified as an emerging human pathogen producing fulminant soft tissue infection. This study was focused on S. iniae in diagnosis, characteristics, pathogenesis and molecular genetic. Ten (10) isolates of S. iniae were isolated from farmed Nile Tilapia (Oreochromis niloticus) in Supanburi province, Kanchanaburi province and Prachinburi province of Thailand named SiniaeCU1-10. They were identified by both conventional biochemical method and polymerase chain reaction (PCR) with primers specific to lactate oxidase gene (lctO gene) of S. iniae. Further more, the multiplex PCR were developed for simultaneous detection and differentiation of S. iniae and S. agalactiae since Nile Tilapia in Thailand usually infected by both species either alone or mixed infection. The genomic DNA library of S. iniae strain SiniaeCU1 was constructed by using plasmid pUC118. The plasmid library was determined and analyzed the sequence by whole genome random sequencing procedure. To date, approximately 198 clones of plasmid genomic libraries have been randomly sequenced and subjected to homology search by BLAST algorithm. The nucleotide sequences were classified into 17 broad functional categories. Furthermore, we identified 12 potential virulence-related genes including hemolysin streptolysin S, Phosphoglucomutase, M-like protein (simA), C5a peptidase (scpI), Fibriogen binding protein, and capsule operon. The results reveal that genome analysis is a powerful method for identify of genes involved in virulence and pathogenesis of S. iniae. The information obtained from this study can be applied for study of virulence and pathogenesis of S. iniae.

บรรณานุกรม :
ชาญณรงค์ รอดคำ . (2554). การวิเคราะห์อณูพันธุกรรมของเชื้อสเตรปโตค๊อคคัส อินนิเอ้ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาการก่อโรคสเตรปโตค๊อคโคซีส ในปลา.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชาญณรงค์ รอดคำ . 2554. "การวิเคราะห์อณูพันธุกรรมของเชื้อสเตรปโตค๊อคคัส อินนิเอ้ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาการก่อโรคสเตรปโตค๊อคโคซีส ในปลา".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชาญณรงค์ รอดคำ . "การวิเคราะห์อณูพันธุกรรมของเชื้อสเตรปโตค๊อคคัส อินนิเอ้ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาการก่อโรคสเตรปโตค๊อคโคซีส ในปลา."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
ชาญณรงค์ รอดคำ . การวิเคราะห์อณูพันธุกรรมของเชื้อสเตรปโตค๊อคคัส อินนิเอ้ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาการก่อโรคสเตรปโตค๊อคโคซีส ในปลา. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.