ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

บทบาทของการอบดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์และสาเหตุโรคพืชในดิน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : บทบาทของการอบดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์และสาเหตุโรคพืชในดิน
นักวิจัย : นิวัฒ เสนาะเมือง
คำค้น : Fusarium oxysporum fsp. Lycopersici , Phytophthora parasitica , Pythium aphanidermatum , Raltonia solanacearum , Sclerotium rolfsii , soil solarization , คลุมดิน , พลังงานแสงอาทิตย์ , พลาสติกใส , เชื้อในดิน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=BRG3980008 , http://research.trf.or.th/node/4709
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เพื่อหาทางป้องกันเชื้อสาเหตุโรคพืชในดินที่สำคัญ เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะที่เป็นสาเหตุโรคเหี่ยวที่เกิดจากแบคทีเรีย (Ralstonia solanacearum) ราเมล็ดผักกาด (Sclerotium rolfsii) ราไฟท๊อปโทรา (Phytophthora parasitica) ราฟิวซาเรียม (Fusarium oxysporum f.sp. lycopersici) และราพิเทียม (Pythium aphanidermatum) ที่ใช้เป็นโมเดลวิจัยการอบดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์และสาเหตุโรคพืชในดิน จากการผลการวิจัยพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าหากใช้พลาสติกใส (ดีกว่าสีแดงและสีดำ) คลุมดินที่ไถพรวนและมีความชื้นที่ระดับ field capacity หากปฏิบัติในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม อุณหภูมิภายใต้พลาสติกจะอยู่ระหว่าง 50-55 องศาเซลเซียส ภายใน 1 สัปดาห์ สามารถควบคุมเชื้อแบคทีเรีย R. solanacearum, ราเมล็ดผักกาด (S. rolfsii) และราไฟทอปโทรา (P. parasitica) ที่อาศัยอยู่ในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื้อสาเหตุโรคพืชทั้ง 3 ชนิดที่ฝังตัวอยู่ในดินตั้งแต่ผิวดินถึงระดับความลึก 10 เซ็นติเมตร ไม่มีชีวิตรอด ส่วนเชื้อฟิวซาเรียม ต้องใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ จึงจะมีผลทำให้ปริมาณเชื้อลดลง หากปฏิบัติการอบดินช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว มิถุนายน-มกราคม ต้องใช้เวลามากขึ้นโดยใช้เวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ เชื้อ Pythium aphanidermatum และ Fusarium oxysporum f.sp. lycopersici ทนทานต่อการอบดิน การอบดินมีผลทำลายเชื้อสาเหตุโรคพืชที่ทำให้เกิดโรคทางใบ เช่น เชื้อ Alternaria spp., Cladosporium sp., Curvularia sp., Helminthosporium maydis, Nigrospora sp., และ Pestalotiopsis sp., ซึ่งร่วงหล่นหรืออาศัยอยู่บนเศษซากพืชในแปลงปลูกภายใน 20 วัน ของการคลุมพลาสติก การคลุมดินเป็นการจัดการเกี่ยวกับชนิดและปริมาณจุลินทรีย์ใหม่ เช่น นำเชื้อจุลินทรีย์ปรปักษ์ Trichoderma sp., หรือแบคทีเรีย Bacillus หรือ fluorescent pseudomonas ใส่เข้าไป ดินก็จะมีจุลินทรีย์ชนิดเหล่านี้ครอบครองพื้นที่ได้เกือบทั้งหมด เป็นการจัดการเพื่อสร้าง suppressive soil ในพื้นที่ได้ง่าย

บรรณานุกรม :
นิวัฒ เสนาะเมือง . (2554). บทบาทของการอบดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์และสาเหตุโรคพืชในดิน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นิวัฒ เสนาะเมือง . 2554. "บทบาทของการอบดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์และสาเหตุโรคพืชในดิน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นิวัฒ เสนาะเมือง . "บทบาทของการอบดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์และสาเหตุโรคพืชในดิน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
นิวัฒ เสนาะเมือง . บทบาทของการอบดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ต่อการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์และสาเหตุโรคพืชในดิน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.