ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ประวัติศาสตร์วิธีคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมไทยของปัญญาชน (พศ.2435-2535)

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ประวัติศาสตร์วิธีคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมไทยของปัญญาชน (พศ.2435-2535)
นักวิจัย : สายชล สัตยานุรักษ์
คำค้น : (พศ.2435-2535) , ประวัติศาสตร์ , ปัญญาชน , วิธีคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมไทย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RSA4380017 , http://research.trf.or.th/node/4519
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิธีคิดเกี่ยวกับ “สังคมและวัฒนธรรมไทย” ของคนไทยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการนิยาม ความหมายของ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” โดยปัญญาชนสำคัญ ๆ ในระยะหนึ่งศตวรรษที่ผ่าน มา เพราะความหมายที่ปัญญาชนกลุ่มนี้สถาปนาขึ้น ช่วยจรรโลงอำนาจรัฐแบบรวมศูนย์อำนาจ จึง ได้รับการถ่ายทอดและปลูกฝังผ่านสื่อต่าง ๆ จนครอบงำความคิดของคนไทยอย่างลึกซึ้ง มโนทัศน์ “ชาติไทย” เป็นที่มาของจินตภาพ “สังคมไทย” และมโนทัศน์ “ความเป็นไทย” เป็นที่มาของจินตภาพ “วัฒนธรรมไทย” ซึ่งจินตภาพ “สังคมไทยและวัฒนธรรมไทย” นี้ กำหนดวิธีคิดของคนไทยในการ อธิบายปรากฏการณ์และปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งทางเลือกในการแก้ปัญหาและการพัฒนาประเทศด้วย โครงการวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาการนิยามความหมาย “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” โดย ปัญญาชนกระแสหลักจำนวน 10 คน ซึ่งได้ทำการสร้างสรรค์ สืบทอด และปรับเปลี่ยนความหมายของ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” ระหว่าง พ.ศ.2435-2535 โดยเน้นการวิเคราะห์ความหมายที่ได้รับ การนิยามขึ้นเพื่อตอบสนองต่อบริบททางการเมืองและทางความคิดอย่างมีพลวัต ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจ วิธีคิดที่จรรโลงโครงสร้างสังคมและความสัมพันธ์เชิงอำนาจในรัฐไทยอย่างลึกซึ้ง ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิยาม ความหมายของ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” เพื่อตอบสนองปัญหาทางการเมืองที่ชนชั้นนำเผชิญ เช่น การสร้างเอกภาพทางความรู้สึกนึกคิด การต่อสู้กับการนิยามความหมายของคนกลุ่มอื่น ๆ และ การจัดระเบียบสังคมหลังจากที่มีการยกเลิกระบบไพร่และระบบทาสไปแล้ว แต่ยังมีความจำเป็นต้อง รักษาโครงสร้างสังคมที่แบ่งคนออกเป็นลำดับชั้นเอาไว้เพื่อให้อำนาจของกลุ่มเจ้ามีเสถียรภาพ มโน ทัศน์ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” ที่ได้รับการสร้างขึ้นโดยปัญญาชน 3 พระองค์นี้ แม้ว่ามี รายละเอียดแตกต่างกันอยู่มาก แต่มีสาระสำคัญตรงกัน คือเน้น “ชาติไทย” ที่ “ชนชาติไทย” มีอำนาจ และมี “พระมหากษัตริย์” กับ “พุทธศาสนา” เป็นหัวใจของ “ความเป็นไทย” และหัวใจของ “ความเป็น ไทย” นี้ทำให้ “เมืองไทยนี้ดี” สมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงมีบทบาทสำคัญในการ ปลูกฝังมโนทัศน์ดังกล่าวข้างต้น ผ่านพระนิพนธ์ การเทศน์ และการจัดการศึกษาของพระภิกษุสามเณร พระองค์ได้ทรงทำให้ความคิดเกี่ยวกับ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” กลายเป็นความคิดทางพุทธ ศาสนา ซึ่งมีพลังครอบงำสูง ส่วนเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีมีบทบาทมากในการปลูกฝังมโนทัศน์ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” ผ่านระบบการศึกษาที่เป็นทางการและการแต่งหนังสือแบบเรียน ภายหลังการเปลี่ยนระบอบการปกครองใน พ.ศ.2475 หลวงวิจิตรวาทการ พระเจ้าวรวงศ์ เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ และ พระยาอนุมานราชธน เป็นปัญญาชนสำคัญที่ได้ ปรับเปลี่ยนจุดเน้นและความหมายของ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” เพื่อจรรโลงอำนาจรัฐใน ระบอบใหม่ ในทศวรรษ 2480 หลวงวิจิตรวาทการได้เน้นแนวความคิด “ชาติไทย” ตามคติเชื้อชาตินิยม และเรื่อง “มนุสสปฏิวัติ” กับ “มติมหาชน” ที่ส่งเสริมอำนาจของผู้นำ พร้อมกันนั้นก็เน้น “ความเป็น ไทย” ในแง่คุณลักษณะหรือ “อุปนิสัยของชนชาติไทย” ที่เห็นว่าจำเป็นต่อการสร้าง “ชาติไทย” ให้เป็น มหาอำนาจในแหลมทอง ต่อมาในทศวรรษ 2490 ก็เปลี่ยนมาเน้นความสำคัญของ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” เพื่อตอบสนองอุดมการณ์จารีตนิยมและกษัตริย์นิยมที่มีพลังสูงขึ้นและเพื่อต่อต้าน อิทธิพลของคอมมิวนิสต์ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงเน้นอุดมการณ์ “ประชาชาติไทย” ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของ ปวงชนชาวไทย และทรงเน้น “อัจฉริยลักษณ์” ของภาษาไทย ที่เอื้อต่อการบัญญัติศัพท์ให้เกิด ภาษาไทยที่เจริญขึ้น เพื่อให้ภาษาไทยมีคำใช้เพียงพอสำหรับการที่คนไทยจะสื่อสารความรู้สึกนึกคิด กันในระบอบการปกครองใหม่ และในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่กำลังขยายตัวขึ้น อีกทั้งสามารถ จินตนาการถึงสังคมโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ ทั้งนี้ทรงพยายามเลือกสรรคำและสร้าง ความหมายด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปตาม “ธรรมชาติ” มิให้ “เดินเร็วเกินไป“ ส่วนพระยาอนุมานราชธนมีบทบาทในการสร้างความรู้ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษา และนิรุกติศาสตร์ เพื่อให้คนไทยสนับสนุนนโยบายสร้าง “ชาติไทย” ให้เป็นชาติอารยะและเป็น มหาอำนาจในแหลมทอง ในทศวรรษ 2490 เป็นต้นมาพระยาอนุมานราชธนสร้างความรู้เกี่ยวกับ วัฒนธรรมชาวบ้านอย่างจริงจังซึ่งส่งผลให้วัฒนธรรมชาวบ้านกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แห่งชาติ แต่ยังคงเน้นการแบ่งชั้นทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก และถึงแม้พระยาอนุมานราช ธนจะได้แสดงให้เห็นว่า “ชนบทนี้ดี” เพราะมีพุทธศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ แต่ก็เน้น การพัฒนาชนบทให้เจริญทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลง พระยาอนุมานราชธนให้ความสำคัญแก่บทบาท ของชนชั้นนำในการเลือกสรรทั้งสิ่งใหม่จากภายนอกและมรดกเดิมที่ยังมีคุณค่า เพื่อทำให้ “วัฒนธรรม ไทย” เจริญขึ้นในลักษณะที่ “ปัจจุบันเชื่อมต่อกับอดีต” อยู่เสมอ และยังเน้นการยอมรับความแตกต่าง หลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม โดยที่ชนชั้นนำต้องบูรณาการให้เกิด “เอกัตภาพ” เพื่อความ มั่นคงของ “ชาติไทย” และ “วัฒนธรรมไทย“ ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทศวรรษ 2490 เป็นต้นมา ได้ทำให้ปัญญาชนสำคัญ เช่น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือแม้แต่หลวงวิจิตรวาทการเอง หันกลับไปรื้อฟื้น ความหมายของ “ชาติ ไทย” และ “ความเป็นไทย” ที่ได้รับการสร้างขึ้นในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยปรับเปลี่ยนจุดเน้น และความหมายเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ความหมายที่ได้รับการ สถาปนาขึ้นในสมัยดังกล่าวมีพลังสูงขึ้นมาก และเป็นแหล่งที่มาของ “วิธีคิดของคนไทยเกี่ยวกับสังคม และวัฒนธรรมไทย” ซึ่งยังคงเป็นวิธีคิดกระแสหลักสืบมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ชาวบ้านที่พระยาอนุมานราชธนเสนอในช่วงเวลาเดียวกันมิได้ทำให้ชาวบ้านมีสถานภาพสูงขึ้น วิธีคิดที่ ตั้งอยู่บนฐานของการยอมรับการแบ่งชั้นทางสังคมและวัฒนธรรมจึงดำรงอยู่อย่างมั่นคง แม้ว่าในระยะ หลัง ปัญญาชนสำคัญเช่นสุลักษณ์ ศิวรักษ์ จะได้ปฏิเสธลักษณะสำคัญบางประการของ “ความเป็น ไทย” และปรับเปลี่ยนความหมายของ “ชาติไทย” และ “ความเป็นไทย” ไปจากเดิมไม่น้อย แต่ก็ไม่อาจ แข่งขันกับความหมายเดิมได้ วิธีคิดกระแสหลักจึงยังคงมีอิทธิพลอย่างสูงในสังคมไทยตลอดมา

บรรณานุกรม :
สายชล สัตยานุรักษ์ . (2551). ประวัติศาสตร์วิธีคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมไทยของปัญญาชน (พศ.2435-2535).
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สายชล สัตยานุรักษ์ . 2551. "ประวัติศาสตร์วิธีคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมไทยของปัญญาชน (พศ.2435-2535)".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สายชล สัตยานุรักษ์ . "ประวัติศาสตร์วิธีคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมไทยของปัญญาชน (พศ.2435-2535)."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
สายชล สัตยานุรักษ์ . ประวัติศาสตร์วิธีคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรมไทยของปัญญาชน (พศ.2435-2535). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.