| ชื่อเรื่อง | : | การควบคุมประชากรเพลี้ยไฟมังคุดโดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อผลิตมังคุดอินทรีย์ในจังหวัดตราด |
| นักวิจัย | : | มาลัยพร เชื้อบัณฑิต |
| คำค้น | : | ตราด , มังคุด , อินทรีย์ , เพลี้ยไฟ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5220030 , http://research.trf.or.th/node/4401 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | มังคุดเป็นผลไม้ที่มีแมลงศัตรูที่สำคัญ ได้แก่ เพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ เพลี้ยแป้ง หนอนกินใบอ่อน แมลงวันผลไม้ มด ฯลฯ ซึ่ง เพลี้ยไฟ (Scirtothrips dorsalis Hood) เป็นแมลงศัตรูที่พบระบาด ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทำลายพืชโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่างๆ ของพืช ทั้งยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และช่อผล ถ้าเป็นใบอ่อนหรือยอดอ่อนจะทำให้ชะงักการเจริญเติบโต แคระแกรน หงิกงอ และแสดงอาการใบไหม้ เป็นเหตุให้พืชขาดความอุดมสมบูรณ์ ถ้าระบาดในขณะออกดอกและติดผลอ่อน อาจทำให้ดอกและผลอ่อนร่วง ผลที่ถูกทำลายแต่ไม่ร่วงจะมีผิวเปลือกขรุขระหรือที่เรียกว่า “ขี้กลาก” ผลที่มีลักษณะดังกล่าวจะขายได้ในราคาต่ำ อย่างไรก็ตาม แม้มีรายงานว่าการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูที่สำคัญของมังคุด สามารถใช้ได้ผล แต่ประเทศไทยก็ยังไม่สามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตคุณภาพให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดได้ และปัจจุบันนี้การเกษตรสมัยใหม่มีการใช้สารเคมีเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดปัญหาโรคและแมลงระบาดทำให้เกิดการยุ่งยากในการป้องกันกำจัด ทำให้เกิดพิษภัยต่อผู้บริโภค และในปัจจุบันที่กระแสเกษตรอินทรีย์เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภค ผู้ผลิตมังคุดบางรายจึงหันมาให้ความสำคัญ และค้นหาวิธีการที่สามารถผลิตมังคุดอินทรีย์โดยไม่ใช้สารเคมี และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง การวิจัยนี้ทำที่สวนเกษตรกร จังหวัดตราด โดยหาวิธีการควบคุมประชากรเพลี้ยไฟมังคุด ประเมินความเสียหายจากการทำลายของเพลี้ยไฟ หาความสัมพันธ์ของปริมาณเพลี้ยไฟกับสภาพแวดล้อม เพื่อผสมผสานหาวิธีการจัดการที่เหมาะสม จากการสำรวจพบเพลี้ยไฟมากในช่วงที่มังคุดเริ่มออกดอกและดอกบานประมาณ 50% ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2552 และมีปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงช่วงพัฒนาการของผล ปริมาณเพลี้ยไฟที่พบมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และปริมาณน้ำฝน โดยในช่วงที่อุณหภูมิค่อนข้างสูง ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ พบเพลี้ยไฟระบาดมากและปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มมากขึ้นมีผลให้ประชากรเพลี้ยไฟลดลง และทั้ง 4 กรรมวิธี ได้แก่ 1) กรรมวิธีควบคุม คือการให้น้ำปกติ 2) การให้น้ำในทรงพุ่ม โดยให้สูงจากโคนต้นขึ้นไป 4 เมตร 3) การให้น้ำในระดับเหนือทรงพุ่ม โดยให้สูงจากโคนขึ้นไป 6-8 เมตร และ4) การใช้เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในการกำจัดเพลี้ยไฟ พบปริมาณเพลี้ยไฟ ในปริมาณใกล้เคียงกัน ส่วนปริมาณผลที่ถูกทำลายโดยเพลี้ยไฟ พบว่าในกรรมวิธีที่มีการให้น้ำในทรงพุ่มที่ระดับความสูง 4 เมตร มีปริมาณผลผลิตที่เสียหายน้อยที่สุด การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟโดยการจัดการสภาพแวดล้อมภายในทรงพุ่ม (micro-climate) โดยติดตั้งระบบน้ำในทรงพุ่ม น้ำเป็นตัวทำให้เกิดความชื้นและอากาศเย็น ซึ่งเป็นสภาพที่ไม่เหมาะต่อการอาศัยของเพลี้ยไฟ ทำให้มังคุดถูกทำลายโดยเพลี้ยไฟน้อย ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตมังคุดคุณภาพได้ในปริมาณที่มากขึ้น จึงถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรผู้ผลิตมังคุดอินทรีย์สามารถนำไปปรับใช้เพื่อลดความเสียหาย และเพิ่มปริมาณผลผลิตคุณภาพได้ และลงทุนในปีแรกเพียงครั้งเดียวสามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า สามารถผลิตมังคุดอินทรีย์ได้อย่างยั่งยืน |
| บรรณานุกรม | : |
มาลัยพร เชื้อบัณฑิต . (2554). การควบคุมประชากรเพลี้ยไฟมังคุดโดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อผลิตมังคุดอินทรีย์ในจังหวัดตราด.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มาลัยพร เชื้อบัณฑิต . 2554. "การควบคุมประชากรเพลี้ยไฟมังคุดโดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อผลิตมังคุดอินทรีย์ในจังหวัดตราด".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มาลัยพร เชื้อบัณฑิต . "การควบคุมประชากรเพลี้ยไฟมังคุดโดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อผลิตมังคุดอินทรีย์ในจังหวัดตราด."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. มาลัยพร เชื้อบัณฑิต . การควบคุมประชากรเพลี้ยไฟมังคุดโดยไม่ใช้สารเคมี เพื่อผลิตมังคุดอินทรีย์ในจังหวัดตราด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
