ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศจากไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนบนระบบภูมิสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะ

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศจากไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนบนระบบภูมิสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะ
นักวิจัย : ชฎา ณรงค์ฤทธิ์
คำค้น : Air Pollution , Forest fire , Internet GIS , Warning , ภูมิสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะ , มลพิษทางอากาศ , เตือนภัย , ไฟป่า
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG51O0002 , http://research.trf.or.th/node/4380
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) ตรวจสอบความถูกต้องของการจำแนกและปัจจัยที่มีผลต่อความผิดพลาดในการจำแนกจุดภาพความร้อนจากข้อมูล MODIS (2) กำหนดพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าโดยใช้เทคนิคทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ร่วมกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น (3) พัฒนาระบบฐานข้อมูลและชุดเครื่องมือทางสารสนเทศภูมิศาสตร์สำหรับใช้วางแผนจัดการไฟป่า และ (4) พัฒนาระบบ internet map server สำหรับใช้สนับสนุนระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศของจังหวัดแม่ฮ่องสอน วิธีการหลักที่ใช้ในการดำเนินงานวิจัย แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ (1) การวิเคราะห์ข้อมูลภาพที่สำรวจจากดาวเทียม Terra/MODIS และ Aqua/MODIS เพื่อให้ได้ข้อมูลจุดความร้อน และ ข้อมูลปริมาณ ชีวมวลร่วงหล่นสะสม (2) การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อกำหนดพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟ (3) การพัฒนาโปรแกรมจำลองไฟลามสำหรับใช้ทำงานร่วมกับชุดคำสั่งในโปรแกรม ArcGIS เพื่อใช้ในการจำลองสถานการณ์การลามของจุดความร้อนที่สำรวจพบจากดาวเทียม Terra/MODIS และ Aqua/MODIS และ (4) การพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้ซอฟท์แวร์แบบรหัสเปิด ตลอดช่วงเวลา 2 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 ถึง ธันวาคม 2551 ที่รวบรวมข้อมูลจุดความร้อน พบว่า มีเพียง 150 วันเท่านั้นที่มีจุดความร้อนเกิดขึ้น จำนวนจุดความร้อนที่พบในแต่ละวันอยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 195 จุด ช่วงที่มีจำนวนจุดความร้อนตั้งแต่ 100 จุดต่อวันนั้นส่วนใหญ่พบในเดือนมีนาคม รองลงมาคือเดือนเมษายน จุดความร้อนส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่อำเภอแม่สะเรียง รองลงมาคือที่อำเภอเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองและสนามบิน 92% ของจุดความร้อนทั้งหมดพบในเขตพื้นที่ป่า โดยส่วนใหญ่เกิดในเขตพื้นที่ป่าเบญจพรรณ จุดความร้อนในแต่ละวันถูกสำรวจพบมากจากดาวเทียมที่โคจรผ่านจังหวัดแม่ฮ่องสอนในช่วงเช้า (06.04 ถึง 07.36 น.) เมื่อเทียบตำแหน่งจุดความร้อนที่สำรวจพบจากดาวเทียมกับตำแหน่งที่สำรวจได้จากภาคสนาม ชี้ให้เห็นว่า ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพภูมิประเทศทำให้การสำรวจด้วยกำลังคนในภาคสนามยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจถึงพื้นที่ที่เกิดไฟโดยส่วนใหญ่ได้ จุดความร้อนส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวันที่มีปริมาณฝนที่ตกอยู่ในช่วง 0 - 1.4 มิลลิเมตร อุณหภูมิเฉลี่ยในรอบวัน 24.2 - 30.6 เซลเซียส และ ความชื้นสัมพัทธ์ 46.7 -58.4 เปอร์เซนต์ ข้อมูลการวิเคราะห์ระยะห่างจุดความร้อนชี้ให้เห็นว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการกระทำของคนซึ่งใช้ที่ดินทำกินทางการเกษตรและอยู่ใกล้เส้นทางคมนาคมหรือใกล้พื้นที่ป่าไม้ นอกจากนี้ ผลการศึกษาทำให้ได้ระบบฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ รวมทั้ง ระบบโปรแกรมไฟลามเชิงพื้นที่ และระบบภูมิสารสนเทศบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สำหรับสนับสนุนการบริหารจัดการด้านการป้องกันการเผาไฟในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อไป This study aimed to (1) examine possible false hotspots acquired by Terra/MODIS and Aqua/MODIS (2) map fire risk areas by using GIS and local participatory data, (3) develop GIS database and GIS tools for wildfire management, and (4) develop internet map server as a fire and air quality warning system in Maehongson province. The main methods used in this project consisted of four parts. The first part was analysis of digital images with in order to obtain hotspot data and accumulated fall biomass. In the second part, spatial analysis in GIS software was performed to map fire risk areas. The third part was development of computer program for simulation of spatial fire spread from hotspots detected from those satellites. The last part was development of internet GIS by using open source code. The results of the study showed that number of hotspots ranging from 1 to 195 and was found in 150 days of 2 years (2007-2008). Most hotspots occurred temporally in March and April, and occurred spatially in Maesareang and Muang, respectively. Ninety two percent of total hotspots observed from satellites located in forest areas, especially in mixed deciduous forest. Most hotspots, daily observed by satellite orbits over Maehongson, were found in the morning time (06.04 - 07.36 a.m.). By comparing position between hotspots surveyed by satellites and fire surveyed by ground staffs, the data illustrated that observation of fire in Maehongson by the ground survey is limited by topography condition. The weather data showed that most hotspots occurred in the days when rainfall, temperature, and relative humidity ranged between 0 -1.4 mm., 24.2 - 30.6 Celcius, and 46.7 - 58.4 %, respectively. The results gained from distant analysis indicated that the occurrence of most hotspots was possibly caused by human who cultivate the land near either road or forest. The project resulted in GIS database system, spatial fire spread program, and internet GIS server in which all of these results could be used as a decision support system for local officers whose work is related to fire prevention in Maehongson province.

บรรณานุกรม :
ชฎา ณรงค์ฤทธิ์ . (2553). การพัฒนาระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศจากไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนบนระบบภูมิสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะ.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชฎา ณรงค์ฤทธิ์ . 2553. "การพัฒนาระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศจากไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนบนระบบภูมิสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะ".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ชฎา ณรงค์ฤทธิ์ . "การพัฒนาระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศจากไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนบนระบบภูมิสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะ."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
ชฎา ณรงค์ฤทธิ์ . การพัฒนาระบบเตือนภัยไฟป่าและมลพิษทางอากาศจากไฟป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนบนระบบภูมิสารสนเทศเครือข่ายสาธารณะ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.