| ชื่อเรื่อง | : | โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ |
| นักวิจัย | : | ลิตติพร ลิตติพานิช |
| คำค้น | : | ความต้องการ , ประเทศไทย , ผู้บริโภค , ยางธรรมชาติ , เครื่องประดับ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5150048 , http://research.trf.or.th/node/4361 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ประเทศไทยผลิตยางธรรมชาติได้เป็นจำนวนมากแต่ทำกำไรจากผลผลิตได้น้อยเพราะส่วนใหญ่ขายเป็นวัตถุดิบ จึงสมควรจะส่งเสริมการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับยาง เครื่องประดับที่ทำจากยางธรรมชาติเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางได้หลายเท่าตัว ผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะบุกเบิกตลาดเครื่องประดับจากยางธรรมชาติในประเทศไทย การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจเครื่องประดับจากยางธรรมชาติทั้งในและต่างประเทศในแง่ของรูปแบบ การผลิต ปัญหาที่พบ และเพื่อสำรวจความต้องการและทัศนคติของผู้บริโภคในประเทศไทยที่มีต่อเครื่องประดับจากยางธรรมชาติ จากการศึกษาทัศนคติและความต้องการเครื่องประดับยางของผู้บริโภคในประเทศไทย พบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ 93.4% มีความพึงพอใจในรูปแบบของเครื่องประดับยาง โดยชอบที่รูปแบบสวยงาม หรูหราดูมีราคา มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และทันสมัย ระดับราคาที่รับได้คือไม่เกินชิ้นละ 500 บาท ควรจัดจำหน่ายที่แผงขายนอกอาคาร และเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า และชอบการส่งเสริมการตลาดด้วยการลดราคา มีของแถม และการโฆษณา กลุ่มผู้บริโภคที่มีแนวโน้มว่าจะซื้อเครื่องประดับยางมากที่สุดคือหญิงวัยทำงานตอนต้น อายุ 20-34 ปี ทั้งนี้ยังมีผู้บริโภคจำนวนหนึ่ง 37.4% มีทัศนคติในแง่ลบต่อเครื่องประดับยางธรรมชาติ เพราะคิดว่ายางเป็นวัสดุราคาถูกไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นเครื่องประดับ กลัวว่าจะทำให้เกิดอาการแพ้ และมีกลิ่นเหม็น ดังนั้น เพื่อพัฒนาธุรกิจเครื่องประดับยางให้มีศักยภาพในการแข่งขัน ผู้ประกอบการจะต้องการพัฒนาเครื่องประดับยางให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ตามปัจจัยชี้ชาดแห่งความสำเร็จ (The critical success factors) 3 ประการ คือ 1) รูปแบบ ที่สามารถสวมใส่ได้หลายโอกาส มีความทันสมัยตามแฟชั่น และต้องหรูหราดูดี โดยเน้นเพิ่มมูลค่าให้กับ 2) ราคา ที่สามารถแข่งขันได้ 3) คุณภาพ ทั้งในแง่วัสดุและฝีมือแรงงาน และควรมีประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับยางทั้งแก่ผู้บริโภค ผู้ผลิตและนักออกแบบเครื่องประดับให้มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับยางมากขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาคุณสมบัติของยางให้สอดคล้องกับการทำเครื่องประดับ เช่น ลดกลิ่นเหม็น ให้มีผิวสัมผัสนุ่มลื่น ไม่เป็นขุย และผสมสีสดใสได้ ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายธุรกิจเครื่องประดับยางให้เกิดความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการยาง เครื่องประดับ สถานบันกันเงิน สถานบันการศึกษาและรัฐบาล และศึกษาช่องทางการส่งออกเครื่องประดับยาง ให้สอดคล้องกับขนาดของอุปสงค์ในต่างประเทศที่ใหญ่กว่าในประเทศไทย ทั้งนี้ หากแนวทางการพัฒนาดังกล่าวสามารถทำได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็จะก่อให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางแปรรูปรูปแบบใหม่ของไทยที่มีมูลค่าเพิ่มสูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา |
| บรรณานุกรม | : |
ลิตติพร ลิตติพานิช . (2554). โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ลิตติพร ลิตติพานิช . 2554. "โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ลิตติพร ลิตติพานิช . "โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. ลิตติพร ลิตติพานิช . โครงการวิจัยขนาดเล็กเรื่องยางพารา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
