| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาและจัดการการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนของ 5 จังหวัดภาคใต้: สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล |
| นักวิจัย | : | เทิดชาย ช่วยบำรุง |
| คำค้น | : | 5 จังหวัดภาคใต้ , การจัดการโฮมสเตย์ , การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน , ทะเลสาบสงขลา , ทะเลอันดามัน , ทะเลอ่าวไทย , พฤติกรรมนักท่องเที่ยว , ศักยภาพการท่องเที่ยว , แนวทางการท่องเที่ยว |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5150024 , http://research.trf.or.th/node/4359 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ศักยภาพผลิตภัณฑ์และแนวทางการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนทางด้านเกาะและทะเล และพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว 3 ทะเล: ทะเลอันดามัน ทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย การวิจัยเรื่องศักยภาพผลิตภัณฑ์และแนวทางการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนทางด้านเกาะและทะเล และพฤติกรรมนักท่องเที่ยว 3 ทะเล : ทะเลอันดามัน ทะเลสาบสงขลา และทะเลอ่าวไทย มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาศักยภาพผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนทางด้านเกาะและทะเล ในด้านความพร้อมของสถานที่ ด้านความสะดวกของการเดินทาง ด้านสถานที่พักด้านสภาพแวดล้อม ด้านสาธารณูปโภค ด้านความปลอดภัย ด้านกิจกรรม ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนทางด้านเกาะและทะเล 3) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทยในประเทศและชาวต่างชาติ ที่มีต่อผลิตภัณฑ์การท่องเทียวแบบยั่งยืนทางด้านเกาะและทะเล 4) เพื่อสำรวจพื้นที่และรวบรวมผลิตภัณฑ์การท่องเทียวแบบยั่งยืนทางด้านเกาะและทะเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในปัจจุบัน และแหล่งที่มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต 5) เพื่อนำผลที่ได้มาใช้เป็นแนวทางในการวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนทางด้านเกาะและทะเล 6) เพื่อให้ชาวบ้านที่เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวิจัยเกิดความรัก หวงแหนในอัตลักษณ์และทรัพยากรทางทะเลที่เป็นผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวประจำท้องถิ่นของตนเอง การจัดการโฮมสเตย์ 5 จังหวัดภาคใต้: ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาเงื่อนไขภายในชุมชนที่ทำให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการกิจกรรมโฮมสเตย์ได้อย่างเข้มแข็ง เอกลักษณ์ของชุมชนที่ดึงดูดและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน และการบทเรียนการจัดการโฮมสเตย์ของชุมชนเป็นข้อเสนอแนะส่งเสริมกิจกรรมโฮมสเตย์ในพื้นที่อื่น ๆ วิธีดำเนินการวิจัย คัดเลือกพื้นที่เพื่อเป็นกรณีศึกษา จังหวัดละ 1 ชุมชนเพื่อศึกษาเชิงลึก และใช้ผลการศึกษาดังกล่าวอธิบายและเสนอแนะการดำเนินงานกิจกรรมโฮมสเตย์ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ชุมชนที่เลือกศึกษาให้มีความแตกต่างกันด้านต่าง ๆ เช่นวัฒนธรรม(ศาสนา) ลักษณะที่พัก การบริหารที่พัก และเอกลักษณ์ของชุมชนที่นำมาเป็นจุดขายให้แก่นักท่องเที่ยว ผลการศึกษา พบว่า (1) รูปแบบโฮมสเตย์ที่นักท่องเที่ยวพักอาศัยชายคาเดียวกับเจ้าของบ้านยังมีไม่มากนักหากเทียบกับรูปแบบโฮมสเตย์ในภาคอื่น ๆ (2) ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนถูกทำลายปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการผลักดันให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยว (3) ปัจจัยความเข้มแข็งของการจัดการ ได้แก่ เป็นชุมชนที่เคร่งศาสนา และมีระบบความสัมพันธ์ที่ดีของคนในชุมชน (4) เอกลักษณ์ที่เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวของชุมชนภาคใต้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ มากกว่าเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม (5) ชุมชนเสนอแนะให้สร้างความเข้าใจต่อชุมชนว่ากิจกรรมการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และเป็นเพียงรายได้เสริมมิใช่รายได้หลักสำหรับข้อเสนอแนะการส่งเสริมโฮมสเตย์ ชุมชนควรเป็นแหล่งศึกษาดูงานโดยให้มีโฮมสเตย์รองรับกิจกรรมเหล่านี้ การพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยกระบวนการมีส่วนร่วมในเขตพื้นที่รอยต่อเทือกเขาบรรทัด ของ 5 จังหวัดภาคใต้ : สงขลา พัทลุงนครศรีธรรมราช ตรัง สตูล การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษารูปแบบและการดำเนินการในการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีอยู่ในเขตพื้นที่เป้าหมาย ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการดำเนินการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเขตพื้นที่เป้าหมาย หารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่เหมาะสมในเขตพื้นที่ 5 จังหวัดรอยต่อเทือกเขาบรรทัดประกอบด้วย จังหวัด นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง สตูล ตรัง ผลการศึกษาพบว่า พบว่า (1)รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในเขตพื้นที่เทือกเขาบรรทัด ฯ มีรูปแบบ การเดินป่า เที่ยวถ้ำ ล่องแก่ง (2) เอกลักษณ์ของพื้นที่เทือกเขาบรรทัดฯ พบว่า สภาพป่ามีความสมบูรณ์ ถ้ำที่มีความสวยงามทั้งหินงอกหินย้อย และ ค่ายคอมมิวนิสต์เก่า นอกจากนี้ มีชนกลุ่มน้อย เผ่าซาไก (3) อัตลักษณ์ของชุมชนในเขตพื้นที่เทือกเขาบรรทัดฯ พบว่า ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการทำสวนยาง สวนผลไม้ มีการยอมรับและให้ความสำคัญในระบบเครือญาติ รักพวกรักพ้อง พูดจริงทำจริง ไม่ชอบการดูถูกเหยียดหยาม รักศักดิ์ศรี ให้ความจริงใจ มีน้ำใจ ไม่ค่อยยอมรับการทำงานในลักษณะการให้บริการ ให้ความสำคัญกับการกำหนดเวลานัดหมาย (4) ปัจจัยแห่งความสำเร็จ รูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในเขตพื้นที่เทือกเขาบรรทัดประกอบด้วย การให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีของชุมชนต่อการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และทรัพยาการทางการท่องเที่ยวทีมีความหลากหลาย ผู้นำชุมชนมีภาวะความเป็นผู้นำสูง มีความพร้อมในด้านปัจจัยพื้นที่ฐานทางด้านการคมนาคม ขนส่ง (5) ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ขาดการพัฒนาโครงสร้างองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ขาดการจัดทำบทบรรยายในการนำเที่ยวของแต่ละชุมชนบุคลากรที่ทำหน้าที่ในการให้บริการมีน้อย ปัญหาการประชาสัมพันธ์ ปัญหาทางด้านการขาดการวางแผนด้านการตลาด ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณสำหรับการปรับปรุง พื้นที่จัดทำป้ายสื่อความหมาย ปัญหาสภาพอากาศ (6) ข้อเสนอแนะ นักท่องเที่ยวจะต้องคำนึงถึงช่วงฤดูกาลในการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ นักท่องเที่ยวจะต้องเคารพวัฒนธรรมของชุมชนในพื้นที่ทางการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวจะต้องไม่พูดคุยเรื่องการเมืองและศาสนากับชุมชนในพื้นที่ทางการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายและสุขภาพก่อนทำกิจกรรมในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจะต้องประสานงานกับชุมชนและผู้นำทางในการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ทางการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะต้องหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวในช่วงวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ การท่องเที่ยวฟื้นประวัติศาสตร์ตามรอยพระพุทธเจ้าหลวง ใน 5 จังหวัดภาคใต้ : สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติศาสตร์ และพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว2) สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) สร้างรูปแบบการถ่ายทอดประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวตามรอยพระพุทธเจ้าหลวงใน 5 จังหวัดภาคใต้ : สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราชตรัง และสตูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ 1) การศึกษาประวัติศาสตร์ สัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 35 คน โดยใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง 2) กระบวนการมีส่วนร่วมในการรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการใน 5 จังหวัดภาคใต้ ควบคู่กับการสนทนากลุ่ม มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 116 คน 3) การสร้างรูปแบบการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มนักเรียน และนักศึกษา 2) กลุ่มนักท่องเที่ยว และนักทัศนาจร จำนวน 400 คน สำรวจข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ส่วนผู้บริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายการท่องเที่ยวผู้ประกอบการ และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 45 คน ใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ผลการศึกษาพบว่า 1) ประวัติศาสตร์ และเส้นทางการเสด็จประพาสของพระพุทธเจ้าหลวงใน 5 จังหวัดภาคใต้ กำหนดได้ 9 เส้นทาง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ การเสด็จประพาสทางบก และการเสด็จประพาสทางเรือ 2) กระบวนการมีส่วนร่วมในการรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวตามรอยพระพุทธเจ้าหลวง เป็นกระบวนการสื่อสารแบบสองทางซึ่งได้โปรแกรมการท่องเที่ยว จำนวน 35 โปรแกรม แบ่งออกเป็น การจัดนำเที่ยว 1 วัน จำนวน 13 โปรแกรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเที่ยวภายในจังหวัด การจัดนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน จำนวน 11 โปรแกรม และการจัดนำเที่ยว 3 วัน 2 คืน จำนวน 11 โปรแกรม เป็นการจัดนำเที่ยวที่เชื่อมโยงสถานที่ที่พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาส สถานที่นำชม สถานที่จำหน่ายสินค้าประจำท้องถิ่นและกิจกรรมการนำเที่ยว ทั้งภายในและภายนอกจังหวัด 3) รูปแบบการถ่ายทอดประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่นักท่องเที่ยว ตามอัตลักษณ์การท่องเที่ยวฟื้นประวัติศาสตร์ตามรอยพระพุทธเจ้าหลวงใน 5 จังหวัดภาคใต้ ที่เข้าถึงนักเรียน / นักศึกษา และนักท่องเที่ยว / นักทัศนาจร มากที่สุดคือ สื่อโทรทัศน์ ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการ มีความคิดเห็นว่าว่ารูปแบบการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ที่เข้าถึงชุมชน นักเรียน นักศึกษามากที่สุด คือ สื่อสิ่งพิมพ์ โดยการนำข้อมูลที่ได้จากคณะผู้วิจัย ไปจัดทำเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ในท้องถิ่น อีกทั้งสอดแทรกเนื้อหาในแบบเรียน เรื่อง “บุคคลสำคัญในท้องถิ่น” ข้อเสนอแนะที่ได้จากการทำวิจัยในครั้งนี้ คือ 1) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรทำคู่มือการเสด็จประพาสของพระพุทธเจ้าหลวงใน 5 จังหวัดภาคใต้ โดยปรับการใช้ภาษาให้ง่ายต่อการอ่านและการเข้าใจ 2) การแก้ปัญหาการไม่ทราบข้อมูลการเสด็จประพาสของท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยควรเผยแพร่ข้อมูล การเสด็จประพาสของพระพุทธเจ้าหลวง และจัดทัศนศึกษาให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใน 5 จังหวัดภาคใต้ เพื่อต่อยอดให้เกิดการท่องเที่ยวฟื้นประวัติศาสตร์ตามรอยพระพุทธเจ้าหลวง 3) รูปแบบการถ่ายทอดประวัติศาสตร์เพื่อให้เข้าถึงชุมชน กลุ่มนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และ นักทัศนาจร ควรประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อโทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ อีกทั้งควรจัดอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น หรือ มัคคุเทศก์รุ่นเยาว์ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนแก่นักท่องเที่ยว นักเรียน นักศึกษา และนักทัศนาจรด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
เทิดชาย ช่วยบำรุง . (2553). การพัฒนาและจัดการการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนของ 5 จังหวัดภาคใต้: สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เทิดชาย ช่วยบำรุง . 2553. "การพัฒนาและจัดการการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนของ 5 จังหวัดภาคใต้: สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. เทิดชาย ช่วยบำรุง . "การพัฒนาและจัดการการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนของ 5 จังหวัดภาคใต้: สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. เทิดชาย ช่วยบำรุง . การพัฒนาและจัดการการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืนของ 5 จังหวัดภาคใต้: สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และสตูล. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
