ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาจีโอโพลิเมอร์มอร์ต้าร์เพื่อใช้เป็นวัสดุซ่อมแซม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาจีโอโพลิเมอร์มอร์ต้าร์เพื่อใช้เป็นวัสดุซ่อมแซม
นักวิจัย : วันชัย ยอดสุดใจ
คำค้น : Geopolymer , Mortar , Repair Material , จีโอโพลิเมอร์ , มอร์ต้าร์ , วัสดุซ่อมแซม
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5150007 , http://research.trf.or.th/node/4350
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติสำหรับการพัฒนาจีโอโพลิเมอร์มอร์ต้าร์เพื่อใช้เป็นวัสดุซ่อมแซม โดยจะพิจารณาคุณสมบัติด้านกำลังรับแรงอัด กำลังรับแรงดัด การยึดเหนี่ยวของจีโอโพลิมอร์มอร์ต้าร์กับซีเมนต์มอร์ต้าร์เดิม ระยะเวลาการก่อตัว และระดับการซึมผ่านของคลอไรด์ โดยมีอัตราส่วน Na2O.SiO2/NaOH ต่อน้ำหนักที่แตกต่างกันไป และมีอายุการบ่ม 1, 7, 14 และ 28 วัน โดยทำการบ่มที่อุณหภูมิห้อง โดยผลการศึกษาคุณสมบัติที่ได้จะนำมาเปรียบเทียบกับคุณสมบัติของวัสดุซ่อมแซมอื่นๆในท้องตลาด จากการศึกษาพบว่าอัตราส่วน Na2O.SiO2/NaOH ที่เหมาะสมคือ 0.9 – 1.0 ซึ่งให้กำลังอัดที่ให้ค่าสูงที่สุดที่ 400 – 412 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร นอกจากนี้ยังพบว่าค่ากำลังการยึดเหนี่ยวของจีโอโพลิมอร์มอร์ต้าร์กับซีเมนต์มอร์ต้าร์เดิม และค่ากำลังรับแรงดัดให้ค่าใกล้เคียงกับวัสดุซ่อมแซมที่มีอยู่ในท้องตลาดที่อายุการบ่ม 28 วัน ซึ่งค่ากำลังการยึดเหนี่ยวให้ค่า 113 – 130 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และค่ากำลังรับดัดได้ค่า 40 – 50 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ระยะเวลาการก่อตัวเริ่มต้นของจีโอโพลิมอร์มอร์ต้าร์อยู่ที่ประมาณ 10 – 20 นาที และระยะเวลาการก่อตัวสุดท้ายที่ 40 – 50 นาทีโดยประมาณ ส่วนผลของการต้านทานการซึมผ่านของคลอไรด์พบว่าวัสดุซ่อมแซมที่มีอยู่ในท้องตลาดสามารถต้านทานการซึมผ่านของคลอไรด์ดีกว่าจีโอโพลิเมอร์มอร์ต้าร์ นอกจากนี้ยังพบว่าคานที่ซ่อมแซมด้วยจีโอโพลิมอร์มอร์ต้าร์มีการสูญเสียน้ำหนักของเหล็กเสริมเนื่องจากการเกิดสนิมมากกว่าคานคอนกรีตเดิม และคานที่ซ่อมแซมด้วยวัสดุซ่อมแซมที่มีอยู่ในท้องตลาด The objective of this research is to study properties of geopolymer mortar for developing as new repair materials. The compressive strength, flexural strength, bonding strength between geopolymer mortar and mortar substrate, setting time (accordance with ASTM C403) and chloride penetration were investigated comparing with those of conventional repair materials. Geopolymer mortars were tested at the age of 1, 7, 14 and 28 days and cured at room temperature (30 ◦C – 35 ◦C) mixed by varying the Na2O.SiO2/NaOH ratios. The test results revealed that the optimum Na2O.SiO2/NaOH ratio for making geopolymer mortars was 0.9 – 1.0 by weight, which gave a reasonable compressive strength between 400 – 412 ksc. It was found that the bond strength (accordance with the slant shear test-ASTM C882) between geopolymer mortars and mortar substrate and flexural strength is similar to that of the conventional repair materials at the age of 28 days. The bond strength was 113 – 130 ksc and the flexural strength was 40 – 50 ksc. The initial setting time of geopolymer mortar was 10 – 20 minutes and the final setting time was 40 – 50 minutes. For durability aspect, the chloride penetration resistance of conventional repair materials is better than that of geopolymer mortars. In additions, it is found that reinforced concrete beam repaired by geopolymer mortars has a higher degree weight loss of rebar corrosion than control reinforced concrete beam and reinforced concrete beam repaired by conventional repair materials.

บรรณานุกรม :
วันชัย ยอดสุดใจ . (2554). การพัฒนาจีโอโพลิเมอร์มอร์ต้าร์เพื่อใช้เป็นวัสดุซ่อมแซม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วันชัย ยอดสุดใจ . 2554. "การพัฒนาจีโอโพลิเมอร์มอร์ต้าร์เพื่อใช้เป็นวัสดุซ่อมแซม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
วันชัย ยอดสุดใจ . "การพัฒนาจีโอโพลิเมอร์มอร์ต้าร์เพื่อใช้เป็นวัสดุซ่อมแซม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
วันชัย ยอดสุดใจ . การพัฒนาจีโอโพลิเมอร์มอร์ต้าร์เพื่อใช้เป็นวัสดุซ่อมแซม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.