| ชื่อเรื่อง | : | การสร้างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ |
| นักวิจัย | : | สัญญา บัวเจริญ |
| คำค้น | : | ตำรวจ , อาชญากรรม |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5140040 , http://research.trf.or.th/node/4346 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่อง การสร้างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหารูปแบบและวิธีการทำงานของเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมในกรุงเทพมหานคร ศึกษาการมีส่วนร่วมในการแจ้งข่าวอาชญากรรมของแกนนำ สมาชิกเครือข่าย และประชาชนในกรุงเทพมหานคร ศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการทำงานของเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมในกรุงเทพมหานคร และเพื่อสร้างรูปแบบเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่เหมาะสมในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในกรุงเทพมหานคร การศึกษาครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายภาครัฐและเอกชนที่ทำงานด้านการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และรับแจ้งข่าวอาชญากรรม ภาครัฐ จำนวน 13 หน่วยงาน และภาคเอกชน จำนวน 22 หน่วยงาน และการศึกษากรณีศึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านการแจ้งข่าวอาชญากรรม และการทำงานของเครือข่ายการข่าวอาชญากรรม ผลการวิจัยครั้งนี้ พบว่า 1. วิธีการทำงานของเครือข่ายการข่าวอาชญากรรม วิธีการทำงานของเครือข่ายออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกการแจ้งข่าวอาชญากรรมของภาคประชาชน โดยผู้แจ้งข่าวส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกของเครือข่ายและใช้วิธีการโทรศัพท์ และวิทยุสื่อสารประจำของหน่วยงาน ประเภทที่สองเป็นวิธีการแจ้งข่าวอาชญากรรมภาครัฐโดยผู้แจ้งข่าวส่วนใหญ่จะเป็นสายลับของหน่วยงานและฝังตัวเพื่อติดตามพฤติกรรมของผู้กระทำผิด จะเป็นลักษณะการสืบสวนติดตามข่าว 2. รูปแบบการทำงานเครือข่ายการข่าวอาชญากรรม มีทั้งรูปแบบที่เป็นแนวดิ่งและแนวราบ ซึ่งหากเป็นรูปแบบที่เป็นทางการ อาจมีเรื่องการบังคับบัญชาเข้ามามีการสั่งการเป็นแนวดิ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยงานที่รับผิดชอบอาจทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาสั่งการโดยผ่านเครือข่ายทั้งในส่วนภาครัฐ เช่น ศูนย์วิทยุ 191, ศูนย์วิทยุตามสถานีตำรวจต่างๆ ในเขตพื้นที่หรืออาจสั่งการในภาคประชาชนที่พร้อมเข้ามาทำงานสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่น ตำรวจบ้าน อาสาสมัครชุมชนสัมพันธ์ ซึ่งภาคประชาชนเหล่านี้ยินยอมทำงานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประสานงานในแนวราบกับหน่วยงานภาคประชาชน เช่น สวพ.91 , จส.100 และรายการร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อแจ้งให้ข้อมูลข่าวสารกับสมาชิกเครือข่ายของแต่ละสถานี ตลอดจนประชาชนที่เข้ามารับฟังข้อมูลข่าวสาร การทำงานทั้งในแนวดิ่งและแนวราบ ซึ่งมีการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกันตลอดเวลาจะทำให้การทำงานเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในเรื่องการป้องกันเหตุอาชญากรรม , การเข้าช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัย , การเข้าทำการจับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมาย เป็นต้น 3. ประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย เกิดขึ้นได้จากการมีส่วนร่วมที่ดีของเครือข่ายต่างๆ ทั้งเครือข่ายที่เป็นทางการและเครือข่ายที่ไม่เป็นทางการ นอกจากนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายจะมีต้องจิตอาสา และมีจิตใจที่เสียสละ มองประชาชนเป็นศูนย์กลางและยึดถือผลประโยชน์ของสังคมมากกว่าตน 4. ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานของเครือข่ายการข่าวอาชญากรรม 1) การทำงานของเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมในบางครั้งต่างฝ่ายต่างชิงบทการเป็นผู้นำในการเป็นสื่อสารมวลชน 2) การขาดการบูรณาการร่วมกันระหว่างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่มีอยู่ซึ่งเป็นการทำงานแบบไม่มีรูปแบบและกระบวนการในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยการทำงานของเครือข่ายการข่าวซึ่งไม่มีการประสานกันในการทำงานของเครือข่ายเป็นไปอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนของเครือข่ายแต่ละเครือข่าย 3) การได้รับข้อมูลจากเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมเป็นไปด้วยความล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์ เช่น ต้องการทราบข้อมูลของผู้ใช้โทรศัพท์หรือต้องการเช็คว่าผู้ใช้โทรศัพท์อยู่ที่ใด ซึ่งจะต้องใช้ความสัมพันธ์เป็นส่วนตัวกับเจ้าของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือไม่ว่าจะเป็น AIS , TRUE, DTAC จึงจะได้รับข้อมูลเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ 4) ขาดการพัฒนาขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศหรือขาดการพัฒนาเพิ่มจำนวนสมาชิกเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง 5) ความล่าช้าในการเชื่อมโยงเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมของภาครัฐในระบบราชการ คือความล่าช้าในการเชื่อมโยงเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมในระบบภาครัฐ 6) ขาดการประสานงานที่ดีในการสร้างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมของภาครัฐ มีลักษณะเป็นต่างคนต่างทำ ไม่มีการประสานข้อมูลในเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมแบบมีศูนย์กลาง (One Stop Service) 7) เครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ จะต้องประกอบด้วย แหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือได้ วิธีการดำเนินการในการทำงานที่มีแบบแผนการทำงานอย่างชัดเจน รัฐบาลกำหนดนโยบายต่อเนื่อง ในตัวข้อมูลข่าวสารของข่าวนั้นจะต้องมีรายละเอียดของข่าวอย่างมีความสมบูรณ์และมีรายละเอียดของข่าวที่ชัดเจน แม่นยำ ว่าใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร ทำไม เมื่อไหร่ และอย่างไร สังคมผลักดันให้เครือข่ายการข่าวอาชญากรรมมีความเข้มแข็ง กระบวนการแปรผลข้อมูลข่าวสู่กระบวนทางการข่าวอย่างเป็นระบบ ว่าเป็นอย่างไร ผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ การรับส่ง-ข้อมูลข่าวสาร หรือข่าวที่ได้มามีความน่าเชื่อถือ แต่หากในขั้นตอนการรับ-ส่งข้อมูลข่าวสารมีความผิดพลาด หรือไม่สามารถทำงานได้อย่างบรรลุผล หรือไม่สามารถตอบสนองต่อการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เที่ยงตรง แม่นยำแล้ว ย่อมทำให้ประสิทธิเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมลดลงไป 6. เครือข่ายการแจ้งข่าวอาชญากรรมที่ดีจะต้องประกอบด้วย 1) ผู้แจ้งข่าวหรือผู้ส่งสาร (Sender) อาจเป็นได้ทั้งสมาชิกเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่เป็นทางการที่มีหมายเลขสมาชิกเพื่อเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน และเป็นได้ทั้งประชาชนทั่วไปที่พบเห็นเหตุการณ์การเกิดอาชญากรรมหรือได้ทราบข่าวสารการเกิดอาชญากรรมมาตลอดจนทราบช่องทางในการสื่อสาร จึงแจ้งต่อไปยังผู้รับสาร 2) ช่องทางการสื่อสาร (Channel) ในปัจจุบันช่องทางการสื่อสารมีหลายช่องทางด้วยกัน ได้แก่ โทรศัพท์สายตรง วิทยุสื่อสาร อินเตอร์เน็ต การส่งข้อความทางโทรศัพท์ (SMS) หรือในบางครั้งช่องทางการสื่อสารนั้นอาจเป็นจดหมายหรือบัตรสนเท่ห์ 3) สาร (Message) สารที่ดีจะต้องทำให้ผู้รับสารเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดเหตุอาชญากรรมได้อย่างชัดเจน คือ จะต้องทราบลักษณะและพฤติกรรมการเกิดเหตุ สถานที่ที่เกิดเหตุ วันเวลาที่เกิดเหตุ จำนวนผู้กระทำผิด รูปพรรณผู้กระทำผิด และเส้นทางที่ผู้กระทำผิดเคลื่อนไหว 4) ผู้รับสาร (Receiver) ในการแจ้งข่าวอาชญากรรมนี้ ผู้รับสารส่วนใหญ่จะเป็นผู้รับสารระดับกลุ่มและระดับเครือข่าย ผู้รับสารแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือ ผู้รับสารที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการแจ้งข่าวอาญากรรมไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 7. ข้อเสนอแนะ (1) รัฐบาลควรสนับสนุนและกำหนดให้มีนโยบายเกี่ยวกับการอบรมประชาชนให้มีส่วนร่วมในการแจ้งข่าวอาชญากรรม เพื่อให้ความรู้ และสร้างพันธกิจร่วมกับประชาชนในชุมชน (2) ควรจัดให้มีการศึกษาดูงานระหว่างประเทศและในประเทศ โดยส่งตัวแทนจากภาครัฐและภาคเอกชนเป็นตัวแทนของหน่วยงานเข้าไปดูกระบวนการ วิธีการ และการบริหารจัดการการแจ้งข่าวอาชญากรรม และการสร้างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่ดี (3) ควรจัดทำ MOU (Memorandum of Understanding) เพื่อจัดทำร่างข้อตกลงที่เครือข่ายการข่าวอาชญากรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมและได้รับผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยภาครัฐควรมีการประสานการตกลงกับเครือข่ายการข่าว (4) ควรจัดทำโปรแกรม CMIS (Criminal Management Information System) หรือจัดทำโปรแกรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเพื่อจัดทำเป็นระบบฐานข้อมูลบนคอมพิวเตอร์และเชื่อมโยงทางอินเตอร์เน็ตให้เครือข่ายการข่าวอาชญากรรมเชื่อมโยงสื่อสาร สืบค้นข้อมูลถึงกันได้ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่เกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนการทำคดีและระบบวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร (5) ควรจัดตั้งหน่วยงานหรือองค์กรหลักที่ทำหน้าที่ในการประสานงาน และเป็นเจ้าภาพในการสร้างกิจกรรมภายในเครือข่ายการข่าวอาชญากรรม อาจเป็นเครือข่ายภาพเอกชน หรือภาครัฐก็ได้ที่มีความพร้อมทั้งทางด้านงบประมาณ บุคลากร และการบริหารจัดการ |
| บรรณานุกรม | : |
สัญญา บัวเจริญ . (2552). การสร้างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สัญญา บัวเจริญ . 2552. "การสร้างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. สัญญา บัวเจริญ . "การสร้างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. สัญญา บัวเจริญ . การสร้างเครือข่ายการข่าวอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
