| ชื่อเรื่อง | : | อิทธิพลของระบบการวัลคาไนซ์ที่ใช้กำมะถันและสารเพิ่มการยึดติดต่อสมบัติการยึดติดกาวน้ำยางจากน้ำยางธรรมชาติกราฟต์ด้วยเมทิลเมทาคริเลทและบิวทิล-อะคริเลท |
| นักวิจัย | : | อาซีซัน แกสมาน |
| คำค้น | : | กาว , บิวทิลเมทาคริเลท , ยางธรรมชาติ , ระบบการวัลคาไนซ์ , สารเพิ่มการยึดติด , เมทิลเมทาคริเลท |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2553 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5050046 , http://research.trf.or.th/node/4222 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | กาวน้ำยางเป็นกาวชนิดที่มีส่วนประกอบหลักคือยาง และสารเพิ่มการยึดติดกระจายตัวในชั้นของน้ำมีข้อดีคือ ปราศจากตัวทำละลาย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการใช้งานบรรจุภัณฑ์ การยึดติดไม้ การยึดติดเส้นใย งานก่อสร้าง การยึดติดกระเบื้องปูพื้นและผนัง ซึ่งน้ำยางธรรมชาติสามารถปรับปรุงสมบัติจากการทำปฏิกิริยากับไวนิลมอนอเมอร์เพื่อผลิตเป็นกาวชนิดนี้ ในการวิจัยได้เตรียมกราฟต์โคพอลิเมอร์ของยางธรรมชาติกับเมทิลเมทาคริเลท (MMA) และบิวทิลเมทาคริเลท (BMA) ในสภาวะน้ำยาง โดยใช้คิวมีนไฮโดรเปอร์ออกไซด์ (CHP) และเตตระเอทิลีนเพนตามีน (TEPA) เป็นตัวเริ่มต้นปฎิกิริยาแบบรีดอกซ์ ศึกษาอิทธิพลของปริมาณคู่มอนอเมอร์ต่อปฏิกิริยากราฟต์โคพอลิเมอไรซ์ วิเคราะห์สมบัติของกราฟต์โคพอลิเมอร์ที่เตรียมได้ คือ การเปลี่ยนมอนอเมอร์เป็นพอลิเมอร์ ประสิทธิภาพการเกิดกราฟต์โคพอลิเมอร์ และสเปคตรัมอินฟราเรด จากการเตรียมที่สภาวะการทำปฏิกิริยาคือ อุณหภูมิ 50°C เวลา 4 ชั่วโมง และอัตราส่วนของ CHP:TEPA เท่ากับ 0.01: 0.015 โมล โดยแปรปริมาณคู่มอนอเมอร์ MMA:BMA ดังนี้คือ 5:2.5, 10:5, 15:7.5 และ 20:10 phr พบว่า เมื่อปริมาณมอนอเมอร์เพิ่มขึ้นทำให้การเปลี่ยนจากมอนอเมอร์เป็นพอลิเมอร์ ปริมาณพอลิเมอร์ที่ไม่เกิดปฏิกิริยาการกราฟต์ และประสิทธิภาพการกราฟต์เพิ่มขึ้น ส่วนยางธรรมชาติที่ไม่เกิดปฏิกิริยามีปริมาณลดลง สเปกตรัมอินฟราเรดจะปรากฏเลขคลื่น 1728 และ 1140 cm-1 ซึ่งเป็นการสั่นแบบยืดของหมู่ C=O และ C-O จากการเตรียมเป็นกาวน้ำยางและสารละลายกาวยาง พบว่า ปริมาณคู่มอนอเมอร์ MMA : BMA เท่ากับ 15 : 7.5 phr ทำให้น้ำยางกราฟต์โคพอลิเมอร์มีความแข็งแรงของการติดประสานแบบปอกและแบบเฉือนดีที่สุด จากการศึกษาอิทธิพลของชนิดและปริมาณสารเพิ่มการยึดติดในกาวทั้งสองแบบพบว่า ในกรณีกาวน้ำยางการใช้คิวมาโรนอินดีนเรซินปริมาณ 80 phr ให้การติดประสานดีที่สุด ส่วนสารละลายกาวยาง พบว่า การใช้โคเรซินปริมาณ 60 phr ให้การติดประสานดีที่สุด ส่วนอิทธิพลของสารวัลคาไนซ์ พบว่า การใช้กำมะถันและสารตัวเร่ง ZDEC ชนิดละ 2 phr จะให้ความแข็งแรงการติดประสานดีที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
อาซีซัน แกสมาน . (2553). อิทธิพลของระบบการวัลคาไนซ์ที่ใช้กำมะถันและสารเพิ่มการยึดติดต่อสมบัติการยึดติดกาวน้ำยางจากน้ำยางธรรมชาติกราฟต์ด้วยเมทิลเมทาคริเลทและบิวทิล-อะคริเลท.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อาซีซัน แกสมาน . 2553. "อิทธิพลของระบบการวัลคาไนซ์ที่ใช้กำมะถันและสารเพิ่มการยึดติดต่อสมบัติการยึดติดกาวน้ำยางจากน้ำยางธรรมชาติกราฟต์ด้วยเมทิลเมทาคริเลทและบิวทิล-อะคริเลท".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. อาซีซัน แกสมาน . "อิทธิพลของระบบการวัลคาไนซ์ที่ใช้กำมะถันและสารเพิ่มการยึดติดต่อสมบัติการยึดติดกาวน้ำยางจากน้ำยางธรรมชาติกราฟต์ด้วยเมทิลเมทาคริเลทและบิวทิล-อะคริเลท."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print. อาซีซัน แกสมาน . อิทธิพลของระบบการวัลคาไนซ์ที่ใช้กำมะถันและสารเพิ่มการยึดติดต่อสมบัติการยึดติดกาวน้ำยางจากน้ำยางธรรมชาติกราฟต์ด้วยเมทิลเมทาคริเลทและบิวทิล-อะคริเลท. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.
|
