| ชื่อเรื่อง | : | คุณสมบัติเชิงพลศาสตร์ของอาคารและคุณลักษณะบริเวณที่ตั้งของชั้นดินเพื่อการแบ่งเขตความรุนแรงของแผ่นดินไหวอย่างละเอียดในจังหวัดเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | นคร ภู่วโรดม |
| คำค้น | : | Chiang-Mai แผ่นดินไหว , Dynamic property , Reinforced concrete building , Seismic Microzonation , Vibration measurement |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5030026 , http://research.trf.or.th/node/4184 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณสมบัติเชิงพลศาสตร์ของอาคารที่มีผลต่อพฤติกรรมการตอบสนองภายใต้แรงแผ่นดินไหวโดยการตรวจวัดการสั่นไหวตามธรรมชาติของอาคาร และศึกษาคุณลักษณะของชั้นดินบริเวณที่ตั้งอาคารที่มีผลต่อลักษณะของคลื่นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเนื่องจากสภาพชั้นดินของบริเวณที่ตั้งโดยการตรวจวัดคลื่นการสั่นขนาดเล็กที่ผิวดิน ในส่วนแรกของงานวิจัยเป็นการตรวจวัดอาคารจำนวน 51 หลังในจังหวัดเชียงใหม่ และ 20 หลังในเขตกรุงเทพมหานคร แล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูลและรวมกับข้อมูลจากงานวิจัยก่อนหน้าในการวิเคราะห์เชิงถดถอยสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างค่าคาบธรรมชาติกับคุณลักษณะทางกายภาพของอาคาร ผลพบว่า ค่าคาบธรรมชาติพื้นฐาน (T หน่วย วินาที) แสดงในรูปความสัมพันธ์เชิงเส้นกับความสูงของอาคาร ( H หน่วย เมตร) เมื่อใช้สมการขอบเขตล่างและพิจารณาการเปลี่ยนแปลงค่าคาบธรรมชาติเนื่องจากการตอบสนองภายใต้แผ่นดินไหวสามารถสรุปเสนอสมการสำหรับการประมาณค่าคาบธรรมชาติที่เหมาะสมสำหรับออกแบบอาคารเพื่อต้านแรงแผ่นดินไหวในประเทศไทยคือ T = 0.02H งานวิจัยในส่วนที่สองเป็นการศึกษาคุณลักษณะของชั้นดินบริเวณที่ตั้งอาคารโดยการตรวจวัดคลื่นการสั่นขนาดเล็กที่ผิว โดยวิธีที่ใช้ศึกษาได้พัฒนาให้เหมาะสมในทางปฏิบัติเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีสำรวจอื่นๆ เนื่องจากวิธีนี้ใช้อุปกรณ์และบุคลากรน้อยและให้ผลที่มีความถูกต้อง หลักการพื้นฐานคือ การวัดการสั่นสะเทือนตามธรรมชาติที่ผิวดินและวิเคราะห์สำหรับคุณลักษณะเฉพาะของชั้นดินบริเวณที่ตั้ง ได้แก่ คาบอิทธิพลหลัก และ ความเร็วคลื่นเฉือนตามความลึกของชั้นดินที่บริเวณนั้น งานวิจัยนี้ใช้เทคนิคการตรวจวัดและวิเคราะห์อัตราส่วนของสเปกตรัมในแนวราบต่อแนวดิ่งของคลื่นที่ผิวดินเพื่อหาค่าคาบอิทธิพลหลักของพื้นที่ศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่จำนวน100 ตำแหน่ง และใช้เทคนิควิเคราะห์แบบ 2-sites Spatial Autocorrelation (2sSPAC) สำหรับการสำรวจความเร็วคลื่นเฉือนตามความลึกของชั้นดิน ได้ศึกษากับ 30 บริเวณในจังหวัดเชียงใหม่ 25 บริเวณในจังหวัดเชียงราย 16 บริเวณในจังหวัดกาญจนบุรี และ 4 บริเวณในกรุงเทพมหานคร ผลค่าคาบอิทธิพลหลักของพื้นที่ศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่พบว่า มีค่าคาบอิทธิพลหลักอยู่ในช่วง 0.4 ถึง 0.8 วินาทีเป็นส่วนมาก ผลการศึกษาความเร็วคลื่นเฉือนตามความลึกของชั้นดินจากเทคนิค 2sSPAC ให้ผลสอดคล้องกับผลการสำรวจด้วยเทคนิคอื่นเป็นอย่างดี และเมื่อนำมาใช้จำแนกชั้นดิน ได้ผลคือบริเวณที่ศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และกาญจนบุรี ส่วนใหญ่จำแนกเป็น ชั้นดินประเภท D (ดินแข็ง) ส่วนผลการศึกษาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบว่าทุกบริเวณจำแนกเป็น ชั้นดินประเภท E (ดินอ่อน) |
| บรรณานุกรม | : |
นคร ภู่วโรดม . (2554). คุณสมบัติเชิงพลศาสตร์ของอาคารและคุณลักษณะบริเวณที่ตั้งของชั้นดินเพื่อการแบ่งเขตความรุนแรงของแผ่นดินไหวอย่างละเอียดในจังหวัดเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. นคร ภู่วโรดม . 2554. "คุณสมบัติเชิงพลศาสตร์ของอาคารและคุณลักษณะบริเวณที่ตั้งของชั้นดินเพื่อการแบ่งเขตความรุนแรงของแผ่นดินไหวอย่างละเอียดในจังหวัดเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. นคร ภู่วโรดม . "คุณสมบัติเชิงพลศาสตร์ของอาคารและคุณลักษณะบริเวณที่ตั้งของชั้นดินเพื่อการแบ่งเขตความรุนแรงของแผ่นดินไหวอย่างละเอียดในจังหวัดเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. นคร ภู่วโรดม . คุณสมบัติเชิงพลศาสตร์ของอาคารและคุณลักษณะบริเวณที่ตั้งของชั้นดินเพื่อการแบ่งเขตความรุนแรงของแผ่นดินไหวอย่างละเอียดในจังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
