| ชื่อเรื่อง | : | การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมและการจัดการการเพาะเลี้ยงไรน้ำฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ละออศรี เสนาะเมือง |
| คำค้น | : | การเพาะเลี้ยง , ประเทศไทย , พาณิชย์ , ไรน้ำฟ้า |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2554 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020069 , http://research.trf.or.th/node/4171 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธรและไรน้ำนางฟ้าไทยในบ่อดินและในกระชัง ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าเชิงพาณิชย์ โดยการเพาะฟักไข่ไรน้ำนางฟ้าจำนวน 1x106 ฟอง ในบ่อพื้นที่ 1 ไร่ เป็นเวลา 25 วัน ศึกษาการเจริญเติบโตของไรน้ำนางฟ้า ช่วงอายุ 10, 15, 20 และ 25 วัน ทำการสุ่มไรน้ำนางฟ้าในบ่อ 4 จุดๆ ละ 100 ตัว รวม 400 ตัว ผลการทดลองพบว่า ไรน้ำนางฟ้าสิรินธรเพศผู้ในจังหวัดมหาสารคาม มีความยาวลำตัวมากที่สุด เท่ากับ 2.32±0.04 ซม. รองลงมา ได้แก่ ไรน้ำนางฟ้าสิรินธรจากจังหวัดกาฬสินธุ์ สกลนคร และขอนแก่น มีความยาว เท่ากับ 2.22±0.04, 2.16±0.11 และ2.15±0.032 ซม. ตามลำดับ ส่วนไรน้ำนางฟ้าสิรินธรเพศเมียจากจังหวัดมหาสารคาม มีความยาวมากที่สุด เท่ากับ 2.26±0.04 ซม. รองลงมา ได้แก่ ไรน้ำนางฟ้าสิรินธรจากจังหวัดขอนแก่น สกลนคร และกาฬสินธุ์ มีความยาว เท่ากับ 2.17±0.04, 2.13±0.06 และ 2.12±0.10 ซม. ตามลำดับ สำหรับการเติบโตด้านน้ำหนักตัว พบว่าไรน้ำนางฟ้าสิรินธรในจังหวัดมหาสารคาม มีน้ำหนักต่อตัวมากที่สุด เท่ากับ0.11±0.01 กรัม รองลงมาได้แก่ ไรน้ำนางฟ้าสิรินธรจากจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และสกลนคร มีน้ำหนักต่อตัว เท่ากับ 0.100±0.01, 0.097±0.15 และ 0.094±0.00 กรัม ตามลำดับ ด้านผลผลิตต่อไร่ พบว่าจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ผลผลิตต่อไร่สูงที่สุด เท่ากับ 17.13±3.72 กิโลกรัม รองลงมาได้แก่ จังหวัดมหาสารคาม สกลนคร และขอนแก่น โดยมีผลผลิตต่อไร่ เท่ากับ 16.83±3.29, 16.17±2.12 และ15.30±5.77 กิโลกรัม ตามลำดับ ผลจากการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่าการเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าในบ่อดินอายุ 25 วัน ทั้ง 4 จังหวัด มีการเติบโตด้านความยาวเพศผู้ เพศเมีย น้ำหนักตัว อัตราส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียและผลผลิตต่อไร่ ไม่แตกต่างกัน (p>0.05) การเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธรในกระชังในแต่ละจังหวัดโดยใช้ไรน้ำนางฟ้าอายุ 5 วัน มีความยาวเฉลี่ย 1.29±0.026 ซม. ทำการเลี้ยงในกระชังขนาด 2x3x1 เมตร ด้วยอัตราการปล่อยที่ระดับความหนาแน่น 5,000 ตัวต่อตารางเมตร จำนวน 4 กระชัง ทำการเก็บข้อมูลการเติบโตและผลผลิต ในช่วงอายุ10, 15, 20, 25 และ 30 วัน พบว่าการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธรช่วงอายุ 15 วัน ในทุกจังหวัด ให้ผลผลิตดีกว่าการเลี้ยงในช่วงอายุ 10, 20, 25 และ 30 วัน โดยไรน้ำนางฟ้าในจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่นมหาสารคาม และสกลนคร มีความยาวเฉลี่ย เท่ากับ 2.28±0.711, 2.18±0.106, 1.99±0.099 และ1.75±0.025 ซม. ตามลำดับ ไรน้ำนางฟ้าที่เลี้ยงในจังหวัดสกลนคร มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และขอนแก่นให้ผลผลิตเฉลี่ย เท่ากับ 3,556.7±242, 3,483.2±259, 3,472.5±271 และ 3,386.2±199.5 กรัมต่อกระชังตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่าไรน้ำนางฟ้าช่วงอายุ 15 วัน ในทุกจังหวัดมีการเติบโตด้านความยาวที่แตกต่างกัน (p<0.05) แต่มีผลผลิตต่อกระชังไม่แตกต่างกัน (p>0.05) การเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าไทยในบ่อดิน โดยเพาะฟักไข่ไรน้ำนางฟ้าไทยจำนวน 1x106 ฟองต่อไร่ ทำการเลี้ยงเป็นเวลา 21 วัน ศึกษาการเจริญเติบโตช่วงอายุ 3, 6, 9, 12, 15, 18 และ 21 วัน พบว่า ไรน้ำนางฟ้าไทยจังหวัดสกลนครมีน้ำหนักเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 0.493±0.0058 กรัม รองลงมา คือ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และ มหาสารคาม มีน้ำ หนักเฉลี่ย เท่ากับ 0.490±0.010, 0.457±0.050 และ0.457±0.047 กรัม ตามลำดับ สำหรับไรน้ำนางฟ้าไทยจังหวัดสกลนครมีความยาวเฉลี่ย เท่ากับ3.803±0.040 กรัม รองลงมา คือ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ มีความยาวเฉลี่ย เท่ากับ3.667±0.123, 3.647±0.042 และ 3.637±0.104 ตามลำดับ สำหรับไรน้ำนางฟ้าไทยในบ่อดินจังหวัดสกลนครมีผลผลิต เท่ากับ 53.983±0.681 กรัมต่อตารางเมตร รองลงมา คือจังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่นและมหาสารคาม ให้ผลผลิต เท่ากับ 51.717±1.966, 50.157±5.038 และ 49.453±7.887 กรัมต่อตารางเมตร ตามลำดับ ผลจากการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า การเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าไทยในบ่อดินอายุ 21 วันทั้ง 4 จังหวัด มีความยาว น้ำหนักตัว และผลผลิตต่อตารางเมตร ไม่แตกต่างกัน (p>0.05) การเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าไทยในกระชังในแต่ละจังหวัดใช้ไรน้ำนางฟ้าไทยอายุ 3 วัน ด้วยอัตราการปล่อยที่ระดับความหนาแน่น 2,500 ตัวต่อตารางเมตร จำนวน 4 กระชัง ทำการเก็บข้อมูลการเติบโตและผลผลิต ในช่วงอายุ 6, 9, 12, 15, 18 และ 21 วัน พบว่า ไรน้ำนางฟ้าไทยจังหวัดสกลนครมีน้ำหนักตัวเฉลี่ย เท่ากับ 0.329±0.006 กรัม รองลงมา คือ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น และมหาสารคาม น้ำหนักตัวเฉลี่ย เท่ากับ 0.324±0.008, 0.307±0.035 และ 0.304±0.027 ตามลำดับ สำหรับไรน้ำนางฟ้าไทยจังหวัดสกลนครมีความยาวเฉลี่ย เท่ากับ 3.037±0.074 กรัม รองลงมา คือ จังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ และขอนแก่น เท่ากับ 3.030±0.062, 2.983±0.113 และ 2.850±0.035 เซนติเมตร ตามลำดับ สำหรับไรน้ำนางฟ้าที่เลี้ยงในจังหวัดสกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่นและมหาสารคาม ให้ผลผลิต 2,449.50±379.242,2,403.75±258.969, 2,245.05±418.154 และ 2,198.20±267.203 กรัมต่อกระชัง ตามลำดับ ผลจากการวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่าการเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าไทยในกระชังอายุ 21 วัน ทั้ง 4 จังหวัด มีน้ำหนักเฉลี่ยและความยาวไม่แตกต่างกัน (p>0.05) แต่มีผลผลิตต่อกระชังแตกต่างกัน (p<0.05) การวิเคราะห์หาปริมาณของแคโรทีนอยด์ในไรน้ำนางฟ้าสิรินธรและไรน้ำนางฟ้าไทยเปรียบเทียบกับอาร์ทีเมียและไรแดง โดยใช้ตัวอย่างแช่แข็ง พบว่าปริมาณแคโรทีนอยด์รวมในไรน้ำนางฟ้าสิรินธร ไรน้ำนางฟ้าไทย อาร์ทีเมีย และไรแดง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 75.12±1.49, 66.48±1.57,10.69±1.04 และ 7.35±0.43 ไมโครกรัมต่อกรัมน้ำหนักเปียก ตามลำดับ และผลการวิเคราะห์หาชนิดของแคโรทีนอยด์โดยวิธี HPLC พบว่าไรน้ำนางฟ้าทั้งสองชนิดมี เบตาแคโรทีน (ß-carotene) แอสตาแซนทิน (astaxanthin) ลูทีน (lutein) และ แคนทาแซนทิน (canthaxanthin) โดยมีเบตาแคโรทีนและ แอสตาแซนทินเป็นองค์ประกอบหลัก ส่วนการวิเคราะห์หาปริมาณของแคโรทีนอยด์รวมในไรน้ำนางฟ้าสิรินธรโดยใช้ตัวอย่างสด ในจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และสกลนคร พบว่ามีปริมาณแคโรทีนอยด์รวมสูงกว่าไรน้ำนางฟ้าแช่แข็ง โดยมีค่าเท่ากับ 222.60±5.17, 207.77±5.52, 146.87±5.55 และ140.43±4.25 ไมโครกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้ง ตามลำดับ ศัตรูที่พบในการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าในบ่อดินในช่วงการเลี้ยง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มที่แย่งอาหารและรบกวนการดำรงชีวิตของไรน้ำนางฟ้า ได้แก่ โรติเฟอร์ ไรแดง และตัวอ่อนของโคพีพอดกลุ่มนี้สามารถเกาะที่บริเวณขาว่ายน้ำทำให้ไรน้ำนางฟ้าแลกเปลี่ยนออกซิเจนไม่สะดวก และ (2) กลุ่มที่กินไรน้ำนางฟ้าเป็นอาหารโดยตรง ได้แก่ ลูกปลาขนาดเล็ก ลูกอ๊อดกบ เขียด มวนน้ำจืด ลูกน้ำยุง ตัวอ่อนแมลงปีกแข็ง และตัวอ่อนแมลงมีปีกทุกชนิด ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นอันตรายมากกว่ากลุ่มแรก โดยสามารถกินไรน้ำนางฟ้าจนหมดบ่อได้ วิธีการป้องกันและแก้ไข คือ ควรมีการเตรียมบ่อที่ดี และมีวิธีการกำจัดศัตรูระหว่างการเลี้ยงโดยใช้ไฟฟ้าล่อและดักด้วยน้ำมันดีเซล ส่วนการเลี้ยงในกระชังพบว่าสามารถป้องกันศัตรูของไรน้ำนางฟ้าได้ดีกว่า และยังสามารถเก็บผลผลิตได้สะดวกกว่าการเลี้ยงในบ่อดิน แต่ต้องระวังการอุดตันของกระชัง การเปรียบเทียบผลตอบแทนในการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธรและไรน้ำนางฟ้าไทยในบ่อดินขนาด 1,600 ตารางเมตร ระยะเวลา 25 วัน พบว่าการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าไทยมีผลตอบแทน (4,900-6,714บาท) ซึ่งสูงกว่าการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธร (2,000-3,000 บาท) แต่พบว่าไรน้ำนางฟ้าไทยไม่สามารถสะสมไข่และเพิ่มจำนวนได้อย่างต่อเนื่องในบ่อดิน ส่วนไรน้ำนางฟ้าสิรินธรสามารถสะสมไข่ได้ในบ่อดินและสามารถฟักไข่สำหรับเลี้ยงในรุ่นถัดไป ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จากการทดลองยังพบว่าไรน้ำนางฟ้าสิรินธรมีความทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและให้ผลผลิตไข่ได้มากกว่าไรน้ำนางฟ้าไทย ไรน้ำนางฟ้าสิรินธรจึงเหมาะสมกับการเลี้ยงในบ่อดินขนาดใหญ่ประมาณ800-1,600 ตารางเมตร สำหรับผลตอบแทนในการเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าสิรินธรและไรน้ำนางฟ้าไทยในกระชัง พบว่าทั้งสองชนิดสามารถเก็บผลผลิตได้ที่การเลี้ยงเพียง 15 วัน โดยพบว่าไรน้ำนางฟ้าสิรินธรที่เลี้ยงในกระชังมีผลตอบแทน (600-850 บาท) ที่สูงกว่าไรน้ำนางฟ้าไทย (274-399 บาท) |
| บรรณานุกรม | : |
ละออศรี เสนาะเมือง . (2554). การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมและการจัดการการเพาะเลี้ยงไรน้ำฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ละออศรี เสนาะเมือง . 2554. "การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมและการจัดการการเพาะเลี้ยงไรน้ำฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ละออศรี เสนาะเมือง . "การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมและการจัดการการเพาะเลี้ยงไรน้ำฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print. ละออศรี เสนาะเมือง . การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมและการจัดการการเพาะเลี้ยงไรน้ำฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.
|
