ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเสริมสร้างความสามารถให้แก่เกษตรกรในการผลิตข้าวปทุมธานี 1 อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ ในจังหวัดชัยนาท

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเสริมสร้างความสามารถให้แก่เกษตรกรในการผลิตข้าวปทุมธานี 1 อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ ในจังหวัดชัยนาท
นักวิจัย : สมศักดิ์ ทองดีแท้
คำค้น : การตลาด , ข้าว , ข้าวปทุมธานี 1 , จ.ชัยนาท , เมล็ดพันธุ์ข้าว
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020040 , http://research.trf.or.th/node/4143
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นข้าวคุณภาพดี ให้ผลผลิตสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ปี 2550/51 พื้นที่ปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ในจังหวัดชัยนาท เป็นร้อยละ 42 ฤดูนาปี และ ร้อยละ 51 ฤดูนาปรัง ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งจังหวัด จากข้อมูลการเพาะปลูกข้าวในจังหวัดชัยนาท พบว่าเกษตรกรมีปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐานและคุณภาพขาดเทคโนโลยีการจัดการผลิตข้าวที่เหมาะสม ทำให้มีการระบาดของโรค แมลง สัตว์ศัตรูข้าวและวัชพืชอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้ต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่ำ คุณภาพของผลผลิตข้าวไม่ได้มาตรฐาน จำเป็นต้องเพิ่มความสามารถให้แก่เกษตรกรในการผลิตข้าวให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพอย่างเป็นขั้นตอนภายใต้งานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ แบ่งการดำเนินงานวิจัยออกเป็น 4 กิจกรรม ได้แก่ การจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี มาตรฐานสูง พันธุ์ปทุมธานี 1 ระดับชั้นพันธุ์หลัก เพื่อผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการได้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ทั้งสิ้น 11 ตัน การทดสอบเปรียบเทียบเทคโนโลยีวิธีการปลูกข้าว 3 วิธี คือ หว่านน้ำตม ปักดำด้วยมือ และใช้เครื่องปักดำ ดำเนินการในแปลงนาทดลองของศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท และแปลงนาของเกษตรกร ตำบลนางลือ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ฤดูนาปี 2550 และ นาปรัง 2551 ผลการทดสอบทั้ง 2 ฤดู พบว่า การปลูกข้าวโดยใช้เครื่องปักดำ ได้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยสูงสุด คือ 934 กก./ไร่ ข้าวมีคุณภาพการสีดีมาก วิธีการปักดำด้วยมือได้ผลผลิตรองมา คือ 844 กก./ไร่ และนาหว่าน้ำตม ให้ผลผลิตต่ำสุด คือ 821 กก./ไร่ สำหรับต้นทุนการผลิตนั้น การปักดำด้วย มือสูงกว่า การใช้เครื่องปักดำ และนาหวา่ นน้ำตม คือ 4,799, 4,609 และ 4,370 บาทต่อไร่ในปี 2550 และ 6,146 5,730 และ 5,490 บาทต่อไร่ ในปี 2551 ตามลำดับ การศึกษาช่วงเวลาที่เหมาะสมของการปลูกข้าว พันธุ์ปทุมธานีที่ให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี ด้วยการปลูกข้าวแบบหว่านน้ำตมทุกๆ 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2550 เป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่าการปลูกข้าว ในช่วงเดือนพฤษภาคม ได้ผลผลิตข้าวสูงที่สุด คือ 895 กก./ไร่ รองมาได้แก่ เดือน มีนาคม เมษายน พฤศจิกายน และ ธันวาคม ได้ผลผลิตข้าว ที่ 863,870, 817 และ 852 กก./ไร่ ในขณะที่ข้าวที่ปลูกในเดือน กันยายน และ พฤศจิกายน จะมีคุณภาพการขัดสี หรือคุณภาพข้าวสารในระดับดีมาก คือได้ข้าวต้น มากกว่าร้อยละ 50 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เหมาะสม ให้แก่เกษตรกร 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่สมาชิกสหกรณ์การเกษตร ศูนย์ข้าวชุมชน และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 3 รุ่นๆละ 30 คน ในหลักสูตร “การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ปทุมธานี 1 ในจังหวัดชัยนาท” เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 พร้อมด้วยการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ปทุมธานี 1 ระดับชั้นพันธุ์หลัก ที่ได้จัดเตรียมไว้ในช่วงแรกของโครงการฯ เพื่อนำไปปลูกขยายพันธุ์ภายใต้เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการถ่ายทอด เป็นการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว พันธุ์ดีสู่ชุมชน ปลูกได้ในพื้นที่นา 550 ไร่ ขยายเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพสูงได้ในปริมาณ 440,000 กิโลกรัม เพื่อใช้ สำหรับผลิตข้าวคุณภาพดีในจังหวัดชัยนาทต่อไป

บรรณานุกรม :
สมศักดิ์ ทองดีแท้ . (2554). การเสริมสร้างความสามารถให้แก่เกษตรกรในการผลิตข้าวปทุมธานี 1 อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ ในจังหวัดชัยนาท.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมศักดิ์ ทองดีแท้ . 2554. "การเสริมสร้างความสามารถให้แก่เกษตรกรในการผลิตข้าวปทุมธานี 1 อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ ในจังหวัดชัยนาท".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สมศักดิ์ ทองดีแท้ . "การเสริมสร้างความสามารถให้แก่เกษตรกรในการผลิตข้าวปทุมธานี 1 อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ ในจังหวัดชัยนาท."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
สมศักดิ์ ทองดีแท้ . การเสริมสร้างความสามารถให้แก่เกษตรกรในการผลิตข้าวปทุมธานี 1 อย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ ในจังหวัดชัยนาท. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.