| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของโคพื้นเมืองไทยในเขตภาคกลาง |
| นักวิจัย | : | กัญญา จิระเจริญรัตน์ |
| คำค้น | : | 1-deoxy-D-xylulose-5-phosphate synthase , ความหลากหลายทางพันธุกรรม , โคพื้นเมือง , ไมโครคอนเดรียลดีเอ็นเอ , ไมโครแซทเทลไลค์ |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5020004 , http://research.trf.or.th/node/4098 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โคเมืองไทยเป็นพื้นฐานที่สำคัญของประเทศไทยซึ่งสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม และอาหารที่หาได้ในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเกษตรกรนิยมผสมกับโคพันธุ์ต่างประเทศทำให้ โคพื้นเมืองพันธุ์แท้ลดจำนวนลงและทำให้เกิดการสูญเสียแหล่งพันธุกรรมของโคพื้นเมือง ในประเทศไทย ข้อมูลทางพันธุกรรมของโคเมืองยังมีอยู่น้อยมาก งานวิจัยนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาความหลากหลาย ทางพันธุกรรมของโคพื้นเมืองโดยเฉพาะในเขตภาคกลางของไทยโดยใช้ข้อมูลของไมโครแซทเทลไลค์ และ ไมโครคอนเดรียลดีเอ็นเอ ตัวอย่างโคพื้นเมืองที่ใช้ในการศึกษานำมาจากจังหวัดประจวบคีรีขุนธ์ กาญจนบุรี นครปฐม และราชบุรี ทำการสกัดดีเอ็นเเอจากชิ้นเนื้อและเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอในส่วนของ ไมโครแซทเทลไลค์ จำนวน 20 ไลโซและ ไมโครคอนเดรียลดีเอ็นเอ ในบริเวณ D-loop โดยใช้เทคนิคปฏิกิริยา ลูกโซ่พีซีอาร์ หลังจากวิเคราะห์ความหลากหลายทางพันธุกรรมภายในประชากรและระหว่างประชากร โดยใช้โปรแกรม POPGENE v.1.32 พบว่า ไมโครแซทเทลไลค์ ทุกไลโซเป็นโพลีเมอร์ฟิค จำนวนของ อัลลีลในแต้ละโคัสมีความผันแปรอยู่ระหว่าง 2-6 อัลลีล ค่าเฮตเทอโรไซโกซิตีที่ได้จากการสังเกตเฉลี่ยอยู่ ระหว่าง 0.324-.0378 และค่าเฮตเทอโรไซโกซิตีที่ได้จากทฤษฏีเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 0.464-0.536 ค่า ระยะห่างทางพันธุกรรมอยู่ระหว่าง 0.0299-0.1039 โดยประชากรโคจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความ ใกล้ขิดทางพันธุกรรมกับโคจาก จ.นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ความ หลากหลายและความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของไมโครคอนเดรียลดีเอ็นเอบริเวณ D-loop โดยวิธี UPGMA พบว่าโคพื้นเมืองจากภาคกลางของไทยมีค่าความเหมือนของลำดับแบสเทียบกับโคตระกูล Bos indicus, โคตระกูล Bos taurus และกระบือ (Bubalus bubalis) เท่ากับ 90-99%, 80-88% และ 64-70% ตามลำดับ ค่าระยะห่างทางพันธุกรรมของโคพื้นเมืองไทยภาคกลางกับโค B.indicus ของ ประเทศอื่น ๆ อยู่ในระหว่าง 0.0072-0.0950 ลำดับเบสของไมโครคอนเดรียลดีเอ็นเอของโคพื้นเมือง ไทยภาคกลางจำแนกได้ 7 แฮบโพลไทป์ โดยโคในแฮบโพลไทป์ ct1 ส่วนใหญ่เป็นโคพื้นเมืองที่มาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และมีความใกล้ชิดกับโคพื้นเมืองที่มาจาดประเทศภูฏาน มองโกเลีย และอินเดีย ขณะที่ แฮบโพลไทป์ ct2 ถึง ct7 เป็นกลุ่มโคจากทั้งสี่จังหวัดและมีวิวัฒนาการแยกจากโคพื้นเมืองของประเทศ จีนตอนใต้ จีนตะวันตกเฉียงใต้ อินเดีย เนปาล และฟิลิปปินส์ งานวิจัยนี้ยืนยันได้ว่าโคพื้นเมืองในเขต ภาคกลางของประเทศไทยเป็นโคประจำถิ่นเอเซียตอนใต้ การนำข้อมูลพันธุกรรมที่ได้ไปศึกษา เปรียบเทียบกับข้อมูลของโคพื้นเมืองจากเขตภาคอื่นของประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้านของไทยจะ ทำให้ทราบแหล่งพันธุกรรมของโคพื้นเมืองของไทยที่ชัดเจนขึ้นซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สาย พันธุ์โคพื้นเมืองของไทยอย่างจริงจัง to adapt to environment and local feedstuff. Thai farmer tend to cross them with foreign breeds causing reduction of Thai native pure breed and loss of genetic resource. Nowadays, little genetic data on Thai native cattle has been gathered. This research was performed to study the genetic diversity of the native cattle especially in the central region of Thailand using the information of microsatellite and mitochondrial DNA. The native cattle samples were collected from Prachuapkhirikhan, Kanchanaburi, Nakornpathom and Ratchaburi provinces. DNA was extracted from meat and then amplified for 20 loci of microsatellite and a D-loop mitochondrial DNA by PCR technique. After analysis of genetic diversity within and between populations by POPGENE v.1.32, it was found that microsatellite loci had polymorphic vary from 2-6 alleles with the average of 4 alleles per locus. The H-W equilibrium of the population at each locus was tested, and found that fifteen loci had no significant deviation. The observed heterozygosity value was 0.324-0.378 and the expected heterozygosity value was 0.464-0.536. The genetic distance was 0.0299-0.1039. The cattle from Prachuapkhirikhan were closely related to those from Nakornpathom, Ratchaburi and Kanchanaburi respectively. The mtDNA D-loop diversity and phylogenetic tree analysed by UPGMA method showed that the sequence identity of the Central Thailand 64-70% compared to Bos indicus cattle, Bos taurus catt lcea attnled wbeurfefa 9lo0 -9(B9u%b,a 8lu0s- 8b8u%b aalnisd) respectively. The genetic distance values between the Central Thailand cattle and the other Asian cattle were 0.0072-0.0950. The sequence of Central thai cattle were identified into 7 haplotypes, the haplotype ct1 harbored most of samples from Prachuapkhirikhan and closely related to the B. indicus cattle from Bhutan, Mongolia and India. The rest of the haplotypes (ct2 - ct7) fell into another cluster located apart from the B. indicus cattle from South China, Southwest China, Nepal, Phillippins and India. This research confirmed that the Central Thailand cattle belonged to the South Asian cattle. Comparison of the obtained results and the data of cattle from other regions of Thailand and the neighbor countries will clarify the origin of Thai native cattle which benefit to the strict conservation of the Thai native cattle breeds |
| บรรณานุกรม | : |
กัญญา จิระเจริญรัตน์ . (2552). การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของโคพื้นเมืองไทยในเขตภาคกลาง.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กัญญา จิระเจริญรัตน์ . 2552. "การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของโคพื้นเมืองไทยในเขตภาคกลาง".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กัญญา จิระเจริญรัตน์ . "การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของโคพื้นเมืองไทยในเขตภาคกลาง."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. กัญญา จิระเจริญรัตน์ . การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของโคพื้นเมืองไทยในเขตภาคกลาง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
