| ชื่อเรื่อง | : | โครงการการปรับโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูปเพื่อตอบสนองความต้องการพฤติกรรมนักท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทยกรณีศึกษา 5 จังหวัดภาคตะวันตก |
| นักวิจัย | : | มธุรส ปราบไพรี |
| คำค้น | : | Cultural Tourism , Domestic tourist , Free Independent Traveller , Mixed Tourism , Natural tourism , Package Tour , The west , Tourism network , การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ , การท่องเที่ยวผสม , การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม , นักท่องเที่ยวภายในประเทศ , นักท่องเที่ยวอิสระ , ภาคตะวันตก , เครือข่ายการท่องเที่ยว , โปรแกรมสำเร็จรูป |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2551 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4950139 , http://research.trf.or.th/node/4060 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเรื่องการปรับโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูปเพื่อตอบสนองความต้องการพฤติกรรมนักท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทย กรณีศึกษา 5 จังหวัดภาคตะวันตก ได้แก่ จังหวัดตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูปให้เป็นทางเลือกใหม่ในการตอบสนองความต้องการด้านพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน เพื่อสร้างเครือข่ายภาคีระหว่างนักวิจัยท่องเที่ยวไทยกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาข้อมูลด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างธนาคารข้อมูลด้านการท่องเที่ยว โดยใช้วิธีการวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณจากการสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก และการประชุมกลุ่มย่อยกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในเขต 5 จังหวัด ภาคตะวันตกและในกรุงเทพฯ องค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องกับส่งเสริมการท่องเที่ยว นักวิชาการ นักท่องเที่ยว และภาคีเครือยข่ายการท่องเที่ยว การวิเคราะห์ข้อมูลได้ใช้หลักการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา(Content Analysis) และ SWOT Analysis และใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1. สถานการณ์การท่องเที่ยวภาพรวมในเขต 5 จังหวัดภาคตะวันตก มีอัตราและแนวโน้ม การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบอิสระหรือจัดการเดินทางท่องเที่ยวเองมากกว่าการใช้บริการผ่านบริษัทนำเที่ยว โดยมีวัตถุประสงค์การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นหลัก ทั้งนี้ ข้อได้เปรียบจากการท่องเที่ยวใน 5 จังหวัดภาคตะวันตกคือ ที่ตั้ง การคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยวและความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวได้แก่ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมรวมถึงกิจรรม ซึ่งแต่ละจังหวัดได้เห็นความสำคัญจึงจัดทำแผนยุทธ์ศาสตร์รองรับการพัฒนาการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การพัฒนาการท่องเที่ยวยังขาดการให้ความสำคัญกับการพัฒนาการจัดการบูรณาการการประสานงาน การประสัมพันธ์ บุคลากรและมาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง 2. การจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูป(Best Tour Packages) ที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวใน 5 จังหวัดภาคตะวันตกของประเทศไทย สำหรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศ(Domestic Tourists)และเส้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวอิสระ(FITs)แยกตามประเภทการท่องเที่ยวแบบผสม การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พบว่าจุดหมายปลายทางของแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ใน จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ตากและราชบุรี ตามลำดับ และแหล่งท่องเที่ยวเป็นแหล่งปัจจุบันที่รู้จักโดยทั่วไป ทั้งนี้ การจัดทำโปรแกรมพิจารณาความเหมาะสมจากศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว ความปลอดภัย ความเป็นไปได้ทางการตลาด การท่องเที่ยว ความสามารถในการตอบสนองความต้องการนักท่องเที่ยว และการกระจายแหล่งท่องเที่ยวให้มีความหลากหลายเพื่อความยั่งยืน 3. การสร้างเครือข่ายภาคีระหว่างนักวิจัยท่องเที่ยวกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวสามารถทำได้ เพราะปัจจุบันสามารถทำได้ เพราะปัจจุบันภาคธุรกิจการท่องเที่ยวมีการทำวิจัยในรูปแบบไม่เป็นทางการโดยส่วนใหญ่เป็นการวิจัยเชิงสำรวจการตลาด และการประเมินผลความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว การทำวิจัยด้านการท่องเที่ยวชุมชนมีเพียงเล็กน้อย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือภายในกลุ่มภาคตะวันตกสามารถทำได้ยกเว้นจังหวัดตาก เนื่องจากระยะทางและเส้นทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ปัญหาและอุปสรรคในการทำวิจัยคือ เวลา ภารกิจหน้าที่หลักคือการทำธุรกิจ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการวิจัย ทั้งนี้บทบาทของภาคีในการทำวิจัยคือ นักวิจัยและนักวิจัยร่วม ที่ปรึกษาการวิจัยและผู้ให้ข้อสนับสนุน ประเด็นในการวิจัยที่สามารถทำได้คือ การวิจัยเชิงตลาดการท่องเที่ยว ความต้องการและพฟติกรรมนักท่องเที่ยว และประเด็นที่ภาคีสนใจคือ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์และชุมชน ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการจัดการและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างบูรณาการ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีศักยภาพดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ควรให้ความสำคัญต่อการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่หรือการท่องเที่ยวทางเลือกร่วมกับเส้นทางท่องเที่ยวปัจจุบันโดยเน้นการประสัมพันธ์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นและในด้านการสร้างเครือข่ายการวิจัยร่วมกับภาคเอกชนควรกำหนดบทบาทการทำวิจัยร่วมกันอย่าง ชัดเจนและการประสานงานอย่างต่อเนื่อง The objectives of this research aim to study Tour Repackaging for Thailand in the case study of 5 Provinces of the West of Thailand (Tak, Kanchanaburi, Ratchaburi, Phetchaburi and Prachuap Khiri Khan). Quantitative and qualitative researches are employed in this research. In-depth interview and focus group are qualitative techniques using for collecting data from scholars, local government officers who are in charge of towrism development and marketing, and the sampling travel agencies both in the studied provinces and in Bangkok. For quantitative part, questionnaire is a technique using for collecting data from travel agencies, domestic tourists, and free independent travelers. Content analysis and SWOT analysis are used to describe the research findings. In this research results, there were three major findings: 1. For the tourism situation within these five western provinces, it is found that level and trend of traveling among Thai tourists are increasing continuously. Free independent travelers become more popular for Thai visitors comparing with traveling with group tour or traveling with family or cousins. Besides the main purpose of travel are for pleasure and recreation. Tourism in the west has potential to attract visitors which is location, transportation, accessibility, tourism facilities and variety of tourist attractions such as natural environment, historical background and cultural activities. These are also the criteria for tourists making a decision to select destinations. Furthermore, each province has tourism strategy planning in order to support tourism development. However, it still lacks of integrated tourism development and management, cooperate, promotion, personal skills, and tourism standard. 2. After asking all stakeholders and tourists to select best tour program and best travel routes according to type of traveling which is Mixed-tourism, Nature-based Tourism and Cultural Tourism for these five western provinces, it found that most of selected tourist destinations are in Kanchanaburi, Phetchaburi, Prachuapkhirikhan, Tak and Ratchaburi respectively. There are also the present or well-known tourist destinations. These packages are considered by tourist destination potential, security, marketing, able to response tourist needs, and distribute to more various tourist destinations. 3. It could be possible to make a tourism research network among all stakeholders. At present, travel agencies actually do for developing their tourism business such as the market survey or tourist satisfaction are also counted as a research, even generally known as a non-formal research. That is because they also proceed according to research procedures by setting a research question, identifying objective, research methodology and duration of study. However they also have several obstructions especially the time constrain due to business office hour and the lack of formal research. Besides they are all agreed that for setting a tourism research network, local scholars should be a core stakeholder because they can be as a research consultant and a research correspondent between all stakeholders. As mention earlier that it could be possible to set a tourism research network among all stakeholders but only four of five studied provinces. Tak province is an exception because of it geographical barrier which make a difficulty in a travel route connection. For the issue of tourism research, they are consensus to do a market research to acquire data about demand and behavior of tourist. The community development in community tourism and alternative tourism are also interesting issues as well. There are three recommendations from the research study. Firstly, the government section should play attention to integrated management and development of tourism including the capacity development of attraction to motivate tourists. The development of tour program, itinerary or tourism route, travel agency should give importance to the presentation of new attractions or alternative tourism route together with the current well-known routes. This should emphasize public relations to prepare for the expansion of tourism industry. Also research networking with private sector should indicate clear roles in cooperating and implementing of research continuously. |
| บรรณานุกรม | : |
มธุรส ปราบไพรี . (2551). โครงการการปรับโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูปเพื่อตอบสนองความต้องการพฤติกรรมนักท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทยกรณีศึกษา 5 จังหวัดภาคตะวันตก.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มธุรส ปราบไพรี . 2551. "โครงการการปรับโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูปเพื่อตอบสนองความต้องการพฤติกรรมนักท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทยกรณีศึกษา 5 จังหวัดภาคตะวันตก".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. มธุรส ปราบไพรี . "โครงการการปรับโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูปเพื่อตอบสนองความต้องการพฤติกรรมนักท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทยกรณีศึกษา 5 จังหวัดภาคตะวันตก."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print. มธุรส ปราบไพรี . โครงการการปรับโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูปเพื่อตอบสนองความต้องการพฤติกรรมนักท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทยกรณีศึกษา 5 จังหวัดภาคตะวันตก. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.
|
