ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศที่เหมาะสมสำหรับโรงรมควันยางแผ่นสหกรณ์กองทุนสวนยาง

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศที่เหมาะสมสำหรับโรงรมควันยางแผ่นสหกรณ์กองทุนสวนยาง
นักวิจัย : สุเมธ ไชยประพัทธ์
คำค้น : ก๊าซชีวภาพ , น้ำเสีย , พลังงานทดแทน , ยางแผ่นรมควัน , ระบบบำบัดน้ำเสีย , สหกรณ์กองทุนสวนยาง
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4950108 , http://research.trf.or.th/node/4029
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

น้ำเสียจากโรงอบ/รมยางแผ่นรมควันปนเปื้อนมลสารต่างๆ และมีความเป็นกรดเนื่องจากมีการใช้กรดฟอร์มิกในการจับตัวเนื้อยางซึ่งหากบำบัดน้ำเสียนี้ด้วยระบบแบบไร้อากาศจะได้ก๊าซชีวภาพที่ค่อนข้างสะอาดเนื่องจากไม่มีการใช้กรดซัลฟูริกในการผลิตซึ่งจะทำให้เกิดก๊าซไข่เน่า (H2S) ดังนั้นงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบบำบัดประยุกต์และผลของสัดส่วนการสูบน้ำเสียย้อนกลับต่อระบบหมักไร้อากาศเพื่อผลิตเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียของสหกรณ์โรงอบ/รมยางแผ่น พร้อมทั้งประเมินความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ในการประยุกต์ใช้ระบบบำบัดดังกล่าวสำหรับโรงอบ/รมยางแผ่นสหกรณ์กองทุนสวนยางเพื่อการผลิตพลังงานทดแทน โดยได้เลือกใช้ระบบบำบัดไร้อากาศแบบระบบบ่อหมักย่อยประยุกต์ (Modified Covered Lagoon Digester; MCL) ซึ่งระบบประกอบด้วยถังปฏิกิริยา 2 ใบ เชื่อมต่อกัน มีปริมาตรใช้งานรวม 504 ลิตร เดินระบบที่ HRT 30 วัน ที่สัดส่วนการสูบน้ำเสียย้อนกลับ (Recycle period ratio; Rt) ระดับต่างๆ ได้แก่ 100% (สูบน้ำหมุนเวียนตลอดเวลา) 75% 50% 25% และ 0% (ไม่มีการสูบน้ำหมุนเวียน) ส่วนระบบถังปฏิกรณ์ไร้อากาศแบบแผ่นกั้นประยุกต์ (Modified Anaerobic Baffled Reactor; MABR) ประกอบด้วยถังปฏิกิริยาจำนวน 3 ใบเรียงต่อกัน มีปริมาตรใช้งานรวม 204 ลิตร เดินระบบที่ HRT 10 วัน (AD10) 5 วัน (AD5) และ 2.5 วัน (AD2.5) ด้วยสัดส่วนเวลาการสูบย้อนกลับที่ระดับ 100% 50% และ 0% ในแต่ละHRT โดยน้ำเสียเข้าระบบมีค่า pH อยู่ในช่วง 5.09-6.58 และ COD เฉลี่ย 3,710±900 mg/L จากการศึกษาพบว่า ระบบ MCL มีประสิทธิภาพการบำบัด TCOD สูงสุดเฉลี่ย 97.2% 96.4% 96.3% 95.5% และ 95.0% ที่ Rt เท่ากับ 0% 75% 25% 50% และ 100% ตามลำดับโดยไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ที่สัดส่วนการสูบน้ำเสียย้อนกลับต่างๆ ซึ่งพบว่าที่ Rt เท่ากับ 0% มีอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพและองค์ประกอบก๊าซมีเทนสูงสุดเฉลี่ยเท่ากับ 3.92 L/d และ 70.56% ตามลำดับ ส่วนการทำงานของระบบ MABR ที่ HRT 10 5 และ 2.5 วัน พบว่า มีประสิทธิภาพการบำบัด TCOD เฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 97.7% (ที่ Rt=0%) 97.3% (ที่ Rt=0%) และ 95.4% (ที่ Rt=50%) ตามลำดับ ซึ่งพบว่า Rt ในอัตราที่ทำการศึกษาไม่ทำให้เกิดความแตกต่างของประสิทธิภาพการกำจัด TCOD อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) ที่ HRT ที่ทำการศึกษา อัตราการผลิตก๊าซชีวภาพสูงสุดเกิดขึ้นที่ Rt=50% เฉลี่ยเท่ากับ 22.5 44.9 และ 70.5 L/d ที่ HRT=10 5 และ 2.5 วัน ตามลำดับ โดยพบว่าที่ Rt ต่ำกว่าระบบจะมีอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพสูงกว่าที่ Rt สูงอย่างมีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าองค์ประกอบของมีเทนในก๊าซชีวภาพในทุก HRT (10, 5, และ 2.5 วัน) จะสูงสุดที่ Rt=0% มีค่าเท่ากับ 63.7%, 72.8% และ 71.1% ตามลำดับ ดังนั้นผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าสภาวะการเดินระบบ MCL ที่ไม่มีการสูบน้ำเสียย้อนกลับ และระบบ MABR ที่ HRT 2.5 วัน ไม่มีการสูบน้ำเสียย้อนกลับเป็นสภาวะที่เหมาะสมสามารถกำจัด COD ได้สูงกว่า 90% สม่ำเสมอและให้องค์ประกอบของมีเทนในก๊าซชีวภาพสูงใกล้เคียงกับค่าที่สูงที่สุด การที่ไม่มีการสูบน้ำเสียย้อนกลับสำหรับกวนผสมจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินระบบและความยุ่งยากในการสร้างระบบ

บรรณานุกรม :
สุเมธ ไชยประพัทธ์ . (2553). การประเมินระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศที่เหมาะสมสำหรับโรงรมควันยางแผ่นสหกรณ์กองทุนสวนยาง.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุเมธ ไชยประพัทธ์ . 2553. "การประเมินระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศที่เหมาะสมสำหรับโรงรมควันยางแผ่นสหกรณ์กองทุนสวนยาง".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุเมธ ไชยประพัทธ์ . "การประเมินระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศที่เหมาะสมสำหรับโรงรมควันยางแผ่นสหกรณ์กองทุนสวนยาง."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2553. Print.
สุเมธ ไชยประพัทธ์ . การประเมินระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศที่เหมาะสมสำหรับโรงรมควันยางแผ่นสหกรณ์กองทุนสวนยาง. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2553.