ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาและสำรวจระบบโลจิสติกส์ของประเทศจีนในบริบทของข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาและสำรวจระบบโลจิสติกส์ของประเทศจีนในบริบทของข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน
นักวิจัย : แก้วตา โรหิตรัตนะ
คำค้น : -
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4950038 , http://research.trf.or.th/node/3957
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงการศึกษาและสำรวจระบบโลจิสติกส์ของประเทศจีนในบริบทของข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน- จีน มีบทบาทในการนำเสนอภาพรวมของระบบโลจิสติกส์ในประเทศจีนโดยใช้สินค้าทางการเกษตรเป็นตัวนำเพื่อให้เห็นเส้นทางและบริบทของการขนส่งสินค้าจากไทยไปสู่จีน โดยคณะผู้วิจัยได้เลือกผลไม้สด (ทุเรียน และ มังคุด) และ ยางพารา เป็นสินค้าตัวอย่างในการศึกษาระบบโลจิสติกส์ในประเทศจีน การส่งออกผลไม้สด(HS 0810) จากไทยไปจีนโดยผ่านมณฑลกว่างตงเป็นเส้นทางนำเข้าหลักเนื่องจากกว่างตงเป็นศูนย์กลางการขายส่งผลไม้ที่สำคัญของจีน ก่อนที่จะมีการกระจายต่อไปยังมณฑลอื่นๆ ของจีน รูปแบบการนำผลไม้เข้าไปในประเทศจีนที่ใช้ในปัจจุบันคือ การขายฝาก ทั้งนี้ ผู้นำเข้าผลไม้ของจีนเกือบทั้งหมดจะมีตัวแทนรับซื้อหรือผู้ร่วมทุนฝ่ายไทยในการรวบรวมผลไม้ไทยก่อนส่งมายังจีน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการส่งผ่านทางฮ่องกง โดยบริษัทขนส่งสินค้าในฮ่องกงจะเป็นตัวแทนในการดำเนินการขนถ่ายสินค้าลงเรือเล็กก่อนที่จะถ่ายใส่รถบรรทุกเพื่อขนส่งมายังตลาดกลางค้าส่งผักและผลไม้ที่สำคัญ คือ ตลาดเจียงหนาน (Guangzhou Jiangnan Fruit & Vegetable Wholesale Market) ในนครกว่างโจว จากการศึกษาพบประเด็นที่น่าสนใจหลายประการคือ 1. การส่งออกผลไม้สดของไทยไปจีนนั้นไม่มีการวางแผนการตลาดของผู้ส่งออก เป็นแต่เพียงการส่งออกตามวิธีที่เคยปฏิบัติมาเป็นหลัก ไม่มีการศึกษาเรื่องความต้องการผลไม้สดของไทยในประเทศจีน ดังนั้นจึงควรมุ่งเน้น เฉพาะตลาดที่มีความเป็นไปได้ในการส่งออกผลไม้แต่ละประเภทเพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละท้องที่ และยังจะช่วยให้สามารถวางกลยุทธ์การส่งเสริมการขายที่ถูกต้อง อีกทั้งสามารถกำหนดท่าเรือ และวิธีการขนส่งที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ด้วย จึงควรมีการเร่งศึกษาความต้องการผลไม้สดไทยของผู้บริโภคจีนในแต่ละท้องที่ 2. ประเทศไทยควรเร่งเจรจาความร่วมมือกับประเทศจีนในการนำผลไม้สดเข้าทางท่าเรืออื่นๆ นอกเหนือจากการผ่านเข้าฮ่องกงก่อน ในการนี้ควรจะวางกลยุทธ์ในการหาผู้ซื้อรายใหม่ในบริเวณท่าเรือทางเลือกด้วย ซึ่งท่าเรือที่น่าจะให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นคือ ท่าเรือเซียะเหมิน และท่าเรือเซี่ยงไฮ้โดยเฉพาะท่าเรือเซียะเหมิน ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางน้อยกว่าในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลดีกับสินค้าประเภทผลไม้ที่มีอายุสินค้าสั้น 3. คุณภาพของผลไม้ไทยที่ส่งออกนั้นมีคุณภาพที่ไม่คงที่ จึงเป็นปัญหาในการตรวจผ่านสินค้าด่านศุลกากรจีน ในส่วนของยางพารานั้น ถ้าพิจารณาจากการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศจีนที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้ประเทศจีนมีความต้องการใช้ยางพาราเพื่อเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นมากดังจะเห็นได้จากการขยายฐานการผลิตยางล้อรถยนต์และล้อรถจักรยานยนต์โดยบริษัทร่วมทุนขนาดใหญ่ตัวอย่างเช่น Michelin, Goodyear, และ Bridgestone มีการขยายฐานการผลิตขนาดใหญ่ไปที่มณฑลเหลียวหนิง และมณฑลจี๋หลิน นอกจากนี้มีโรงงานประกอบรถยนต์ขนาดใหญ่ในนครฉางชุน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลจี๋หลิน อาทิ Ford, Chrysler, Siemens, และ Volkswagen จากการสำรวจภาวะปัจจุบันในการขนส่งและการกระจายยางพาราของไทย พบว่ามีหลากหลายมณฑลที่เป็นปลายทางของยางพาราไทยและตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจาย ส่งผลให้ต้นทุนรวมในการขนส่งและกระจายสินค้าสูง จากวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้ากลางจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ได้ผลที่ดีที่สุดในอนาคต ทั้งนี้เนื่องจากภายในปี 2558 ฐานการผลิตที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบหลักคือโรงงานผลิตล้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์และโรงงานประกอบยานยนต์จะมีการเปิดใช้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งโรงงานเหล่านี้ตั้งอยู่ทางเหนือของจีนในมณฑลเหลียวหนิงและมณฑลจี๋หลิน จึงควรมีการเพิ่มการนำเข้ายางพาราที่ท่าเรือต้าเหลียนมณฑลเหลียวหนิงดังนั้นทางรัฐบาลไทยและผู้ประกอบการไทยควรร่วมมือทำการเจรจากับกลุ่มผู้นำเข้ารายใหญ่ของจีนตามที่กล่าวมาข้างต้น (Niche Market หรือ Focused Strategy) ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลใกล้เคียงกันและร่วมกันเจรจาเพื่อนำเข้ายางพาราไทยที่ท่าเรือต้าเหลียน (Dalion Port) ในมณฑลเหลียวหนิง และร่วมวางแผนการกระจายสินค้าและการสร้างคลังสินค้า ร่วมในมณฑลเหลียวหนิง เพื่อเป็นการลดต้นทุนการขนส่งและการกระจายสินค้ารวมของไทย เพื่อให้ระยะทางและเวลาในการกระจายสินค้าสั้นที่สุด พร้อมทั้งแนะนำให้ลดการกระจายยางพาราไปสู่มณฑลที่มีความต้องการต่ำและหลีกเลี่ยงมณฑลทางใต้ของจีนเนื่องจากเป็นแหล่งผลิตยางพาราในประเทศที่สำคัญอยู่แล้ว จากกรณีศึกษาทั้งสองข้างต้นนั้น พอจะสรุปได้ว่า หลังจากข้อตกลงเอฟทีเอ อาเซียน-จีน ซึ่งแม้ว่าจีนจะลดภาษีศุลกากรในการนำเข้าสินค้าจากไทยหลายรายการตามข้อตกลง ACFTA หากแต่ยังประสบกับอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff barriers : NTBs) ในหลากหลายรูปแบบ เช่น เงื่อนไขทางศุลกากร ความล่าช้าในการออก/ปล่อยสินค้า ความเข้มงวดด้านมาตรฐานสินค้า และความล่าช้าในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น ทั้งนี้ อุปสรรค NTBs ในการเข้าสู่ตลาดจีนที่สำคัญอีกรูปแบบหนึ่ง คือ ปัญหาของระบบขนส่งและกระจายสินค้าในประเทศจีน จากกรณีศึกษา/สำรวจของระบบขนส่งและกระจายสินค้าระหว่างไทย-จีน หลังทำข้อตกลง ACFTA แล้ว ก็ยังคงมีปัญหาดังกล่าวอยู่ โดยเฉพาะปัญหาในด้านวงจรการไหลของสินค้าแล้ว ซึ่งแม้ว่าจีนได้ยอมเปิดเสรีให้กับสินค้าของไทยโดยการลดภาษีนำเข้าให้นั้น หากแต่เป็นเพียงการลดอุปสรรคในช่วงต้นของวงจรดังกล่าวเท่านั้น เพราะการกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดภายในของจีน ยังคงมีอุปสรรคสำคัญทั้งในช่วงกลางและช่วงปลายของวงจรการไหลของสินค้า โดยเฉพาะระบบขนส่งและโลจิสติกส์ภายในประเทศจีนที่ยังคงควบคุมโดยรัฐ ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมรวมไปถึงระบบค้าปลีก/ค้าส่งที่จีนยังไม่ได้เปิดเสรีอย่างแท้จริง ถ้าพิจารณาจากเส้นทางการขนส่งสินค้าและลักษณะการเก็บรักษาสินค้า ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ของประเทศจีนแล้วจะพบว่ามีการเร่งพัฒนาระบบทางกายภาพของประเทศอย่างเร่งด่วนเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการไหลของสินค้าเข้าและออกจากประเทศ ทำให้ลักษณะทางกายภาพของจีนไม่น่าจะเป็นประเด็นปัญหาต่อการจัดการโลจิสติกส์ของประเทศไทยในอนาคต ในขณะเดียวกันประเทศไทยควรจะมีการศึกษาเชิงลึกถึงระดับความต้องการและการตอบสนองต่อสินค้าไทยจากลูกค้าชาวจีน เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการกระจายสินค้าที่เหมาะสมในแต่ละประเภทของสินค้า ดังเช่นกรณีศึกษาการส่งผลไม้สดไทยเข้าไปขายในประเทศจีนควรมีการศึกษาถึงความต้องการ(demand) ของผลไม้ไทยในแต่ละมณฑล เพื่อทำให้สามารถกำหนดท่าเรือที่เหมาะสมในการถ่ายโอนและกระจายผลไม้สดรวมถึงการลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าประเภทอายุสั้นและเน่าเสียง่ายหรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ผู้ส่งออกผลไม้ไทยไปจีนประสบอยู่ได้ ดังนั้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงควรที่จะส่งเสริมช่องการค้าที่สามารถลดระยะเวลาและต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ผลไม้ไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดจีน นอกจากนี้ยังน่าที่จะมีการสำรวจความต้องการชนิดของผลไม้ไทยในแต่ละมณฑลเพื่อประกอบการดำเนินการเสริมสร้างการจัดจำหน่ายที่อาจแตกต่างกันในแต่ละมณฑลอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันไม่มีการศึกษาในประเด็นเหล่านี้

บรรณานุกรม :
แก้วตา โรหิตรัตนะ . (2551). การศึกษาและสำรวจระบบโลจิสติกส์ของประเทศจีนในบริบทของข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
แก้วตา โรหิตรัตนะ . 2551. "การศึกษาและสำรวจระบบโลจิสติกส์ของประเทศจีนในบริบทของข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
แก้วตา โรหิตรัตนะ . "การศึกษาและสำรวจระบบโลจิสติกส์ของประเทศจีนในบริบทของข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
แก้วตา โรหิตรัตนะ . การศึกษาและสำรวจระบบโลจิสติกส์ของประเทศจีนในบริบทของข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน - จีน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.