ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความมั่นคงศึกษา

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความมั่นคงศึกษา
นักวิจัย : สุรชาติ บำรุงสุข
คำค้น : การก่อการร้าย , ความมั่นคง , ความรุนแรง , ชนกลุ่มน้อย
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4910005 , http://research.trf.or.th/node/3902
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

รัฐกับสังคมในซาอุดีอาระเบีย งานศึกษานี้มีเป้าหมายที่จะอธิบายถึงลักษณะการปฏิบัติการของกลุ่มติดอาวุธที่เติบโตขึ้นและความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกกังวลและความไม่มั่นคงในซาอุดีอาระเบีย เหตุการณ์ความรุนแรงในซาอุดีอาระเบียมาถึงในระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างไร? รัฐบาลซาอุดีอาระเบียพยายามที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร? เหล่านี้คือประเด็นคำถามหลัก ๆ ที่มีการสาธยายในงานศึกษานี้ กล่าวโดยกว้าง ๆ แล้ว ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันในสังคมซาอุดีอาระเบียนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตามมาภายหลังสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระแสความโกรธแค้นต่อรัฐบาลซาอุดีอาระเบียที่ยอมให้กองกำลังสหรัฐฯเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศ ตลอดจนความผิดหวังต่อระบบการเมืองของประเทศที่ชาวซาอุดีอาระเบียจำนวนมากเห็นว่าเป็นการทำตามอำเภอใจ ด่างพร้อยด้วยปัญหาการคอรัปชั่น และเป็นระบบการเมืองที่ไม่ตอบสนองต่อความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม แต่เหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นในปัจจุบันก็จะต้องทำความเข้าใจจากฉากหลังทางประวัติศาสตร์ที่กว้างออกไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์การก่อตั้งรัฐ และการสร้างระบบการเมืองร่วมสมัยของซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม ในการจัดการกับวิกฤตความรุนแรงที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แนววิธีการของรัฐบาลคือการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรง แต่ในขณะเดียวกัน ก็เปิดประตูหรือเปิดโอกาสให้แก้ตัว สำหรับกลุ่มคนที่พร้อมจะเปลี่ยนแนวคิดหัวรุนแรงของพวกเขา พร้อม ๆ กันนั้น รัฐบาลได้เริ่มแผนปฏิรูปการศึกษา สังคม และการเมือง เพื่อที่จะทำให้พวกนักปฏิรูปฝ่ายค้าน ซึ่งเคลื่อนไหวโดยใช้สันติวิธีและสอดคล้องกับหลักการอิสลาม เกิดความพอใจ รัฐกับพหุสังคมในประเทศอิหร่าน ศึกษากรณี : ปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ด งานวิจัยเรื่องนี้ เน้นศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรัฐอิหร่านกับพหุสังคมภายในประเทศ กรณีปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ด ประการแรก อธิบายเกี่ยวกับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อยในประเทศอิหร่าน อาทิ อเซอรี บาลูชิส เติร์กเมน อาหรับ และเคิร์ด รวมทั้งยังอธิบายจุดกำเนิด หรือการก่อตัวของปัญหาชนกลุ่มน้อยในประเทศอิหร่าน ประการที่สอง ปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ดในประเทศอิหร่านถูกยกขึ้นมาเพื่ออธิบายความเป็นมา ซึ่งเริ่มจากช่วงเวลาในยุคโบราณ มายังยุคปฏิวัติอิสลาม กระทั่งถึงปัจจุบัน และวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และประการสุดท้าย เป็นการมุ่งให้ความสำคัญต่อนโยบายของรัฐบาลอิหร่านในการแก้ไขปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ด ซึ่งกล่าวถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในรัฐธรรมนูญ วัตถุประสงค์ของนโยบาย และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อนโยบาย และผลของการแก้ไขปัญหา ตลอดจนนำเสนอเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลอิหร่านและชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ดตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน รัฐกับสังคมมุสลิมในอินโดนีเซีย การศึกษาความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการมุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีคนมุสลิมมากที่สุดในโลก และเป็นประเทศที่มีการเคลื่อนไหวของขบวนการมุสลิมที่สำคัญและมีความหลากหลาย แม้ว่ามุสลิมจะเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ แต่กลุ่มมุสลิมมิได้มีความเป็นเอกภาพ เนื่องจากวิถีปฏิบัติอันแตกต่างกันและมีมุมมองที่ขัดแย้งกันเองเกี่ยวกับแนวคำสอนทางศาสนาอิสลาม การเคลื่อนไหวของกลุ่มหรือขบวนการมุสลิมจึงเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนเปราะบางมากต่ออินโดนีเซีย ระบอบอาณานิคมเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญประการหนึ่งที่นำมาสู่การก่อตัวของขบวนการมุสลิมที่ต่อต้านรัฐในอินโดนีเซีย ซึ่งพอจะแยกเป็นสาเหตุอันเป็นผลกระทบมาจากระบอบอาณานิคมได้ 2 ประการหลักได้แก่ 1) ความคิดอิสลามนิยม และ 2) สำนึกในการปกครองตนเอง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการศึกษาความเป็นมาและบทบาทขบวนการต่อต้านรัฐของมุสลิมในอินโดนีเซีย และเพื่อศึกษาวิเคราะห์ถึงการจัดการของรัฐบาลอินโดนีเซียต่อขบวนการต่อต้านรัฐเหล่านั้น โดยแบ่งเป็น 5 บท ดังนี้ บทที่ 1 ความเป็นมาของขบวนการต่อต้านรัฐของมุสลิมในอินโดนีเซีย บทที่ 2 การต่อต้านรัฐจากกลุ่มมุสลิมที่ต้องการสร้างรัฐอิสลามบริสุทธิ์ : ขบวนการนะห์ดาตุล อูลามะ (Nahdlatul Ulama – NU) บทที่ 3 เป็นการศึกษาการต่อต้านรัฐจากกลุ่มมุสลิมที่ต้องการสร้างรัฐอิสลามบริสุทธิ์อีกกลุ่มหนึ่งคือขบวนการญามาอะห์ อิสลามิยะห์หรือเจไอ (Jamaah Islamiyah – JI) ส่วนบทที่ 4 เป็นเรื่องของการต่อต้านรัฐจากกลุ่มมุสลิมที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนเป็นรัฐอิสระ : ขบวนการอาเจะห์เสรี (Gerakan Aceh Merdeka : GAM) ในจังหวัดอาเจะห์ และบทสุดท้ายเป็นบทสรุปและวิเคราะห์

บรรณานุกรม :
สุรชาติ บำรุงสุข . (2554). ความมั่นคงศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุรชาติ บำรุงสุข . 2554. "ความมั่นคงศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สุรชาติ บำรุงสุข . "ความมั่นคงศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2554. Print.
สุรชาติ บำรุงสุข . ความมั่นคงศึกษา. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2554.