ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สภาพปัญหาและการคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเมือง : กรณีเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สภาพปัญหาและการคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเมือง : กรณีเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่
นักวิจัย : ปนัดดา บุณยสาระนัย
คำค้น : กลุ่มชาติพันธุ์ , จังหวัดเชียงใหม่ , อาข่า , เด็ก
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4840012 , http://research.trf.or.th/node/3879
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

รายงานการวิจัยฉบับนี้เป็นผลจากการดำเนินโครงการวิจัยเรื่อง สภาพปัญหาและการคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเมือง : กรณีเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โครงการวิจัยมุ่งเน้นประมวลสภาพปัญหาและการดูแลคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่ ทั้งที่เป็นบทบาทของพ่อแม่หรือครอบครัวของชาวอาข่า ตลอดจนระบบการดูแลคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์โดยองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน และกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ว่ามีระบบการดูแลคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้หรือไม่ มีกระบวนการอย่างไรบ้าง มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด และควรจะพัฒนา แก้ไข ปรับปรุงระบบการดูแลคุ้มครองเด็กอย่างไรต่อไป วิธีดำเนินการวิจัย ใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบรายบุคคล การสัมภาษณ์กลุ่ม และการสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคล นอกจากนี้ยังใช้วิธีการสังเกตการณ์ทั้งแบบมีส่วนร่วม และแบบไม่มีส่วนร่วม สามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ 1. ครอบครัวชาวอาข่าในชุมชนเมืองเชียงใหม่ ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีรายได้จากงานรับจ้างรายวัน ทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอในการเอาใจใส่ดูแลเด็ก นอกจากนี้ยังมีช่องว่างระหว่างพ่อแม่กับเด็กซึ่งเติบโตมาจากสภาพสังคมวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน กล่าวคือ พ่อแม่ขาดการศึกษาและมีประสบการณ์กับสภาพชีวิตในเมืองไม่เพียงพอที่จะใช้อบรมดูแลบุตรหลาน ขณะที่เด็กเติบโตขึ้นท่ามกลางสภาพสังคมเมืองในครอบครัวที่ยากจนและด้อยโอกาส ขาดความภาคภูมิใจในความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ของตน บางกลุ่มมีข้อจำกัดในการได้รับบริการและสวัสดิการจากรัฐ อย่างไรก็ดีพ่อแม่ชาวอาข่าพยายามรวมตัวกัน เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆให้แก่กัน 2. หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน มีการทำงานในลักษณะประสานความร่วมมือเพื่อตั้งรับ และรอแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วมากกวา่ จะเปน็ การทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ขาดการประชาสัมพันธ์หน่วยงานให้ทั่วถึง แม้ว่าเด็กกลุ่มชาติพันธุ์จะเป็นกลุ่มเด็กที่เกิดปัญหาและควรได้รับการดูแลคุ้มครองมากกลุ่มหนึ่ง แต่ประเด็นเรื่องความเป็นชาติพันธุ์ของเด็กและครอบครัวไม่ได้รับความสำคัญมากนักในการนำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการทำงานเพื่อคุ้มครองเด็กกลุ่มนี้เท่าที่ควร 3. ระบบการคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่ ควรมุ่งสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวชาวอาข่าให้ดูแลบุตรหลานได้อย่างมั่นคงบนรากฐานวัฒนธรรมชาติพันธุ์ของตน ควบคู่ไปกับการให้ความร่วมมือเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาระบบการดูแลคุ้มครองเด็กให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป

บรรณานุกรม :
ปนัดดา บุณยสาระนัย . (2552). สภาพปัญหาและการคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเมือง : กรณีเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปนัดดา บุณยสาระนัย . 2552. "สภาพปัญหาและการคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเมือง : กรณีเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปนัดดา บุณยสาระนัย . "สภาพปัญหาและการคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเมือง : กรณีเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
ปนัดดา บุณยสาระนัย . สภาพปัญหาและการคุ้มครองเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตเมือง : กรณีเด็กกลุ่มชาติพันธุ์อาข่าในเมืองเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.