ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาสถานภาพการผลิต และความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อผลผลิต คุณภาพและปริมาณสาร capsaicin ในพริกพันธุ์การค้าในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาสถานภาพการผลิต และความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อผลผลิต คุณภาพและปริมาณสาร capsaicin ในพริกพันธุ์การค้าในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย
นักวิจัย : ฉันทนา วิชรัตน์
คำค้น : capsaicin , พริก , พริกพันธุ์การค้า
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4820049 , http://research.trf.or.th/node/3875
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาสถานภาพการผลิต และความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อผลผลิต คุณภาพ และปริมาณสาร Capsaicin ในพริกพันธุ์การค้าในเขตจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย มีวัตถุประสงค์หลัก 2 ประการคือ ( 1 ) เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพการผลิต ต้นทุนการผลิตปัญหาและอุปสรรคในการผลิตพริกในภาคเหนือเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายเพื่อหาข้อมูลความเป็นไปได้ของการใช้พันธุ์พริกสำหรับอุตสาหกรรมผลิตสาร Capsaicin ในพริกพันธุ์การค้าที่มีอยู่ของไทยและที่นำเข้าจากต่างประเทศ และ ( 2 ) เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อผลผลิตและคุณภาพของพริกเพื่อพัฒนาการผลิตพริกต่อไปในอนาคต โดยการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกพริก การเก็บตัวอย่างดินเพื่อวิเคราะห์คุณภาพของดินการ วิเคราะห์หาปริมาณสาร Capsaicin และการรวบรวมข้อมูลด้านสภาพแวดล้อมเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ต่างๆ ที่จะมีผลต่อปริมาณสาร Capsaicin การศึกษาสถานภาพการผลิตพริกในเขตจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายพบว่าการปลูกพริกของเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยพื้นฐานทั่วไปของเกษตรกร เป็นผู้มีความรู้ระดับประถมศึกษา ส่วนใหญ่มีอายุ 41 – 50 ปี และมีแนวโน้มว่าผู้ที่มีอายุน้อยทำอาชีพปลูกพริกน้อยลง มีแรงงานใช้ในครอบครัวประมาณ 2 – 3 คน มีการจ้างแรงงานในการปลูกพริกเป็นครั้งคราว เกษตรกรส่วนใหญ่มีพื้นที่ถือครองไม่เกิน 10 ไร่ และแต่ละรายมีพื้นที่ในการปลูกพริก ประมาณ 1 – 10ไร่ เกษตรกรผู้ปลูกพริกเกือบทุกรายมีหนี้สิน จำนวนหนี้สินโดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ 10,000 – 50,000 บาทต่อครอบครัวและมีเกษตรกรส่วนหนึ่งมีหนี้สินมากกว่า 100,000 บาทต่อครอบครัว แหล่งกู้ยืมที่สำคัญ คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ด้านประสบการณ์ในการปลูกพริกพบว่า เกษตรกรมีประสบการณ์ยาวนานส่วนใหญ่สืบทอดเรียนรู้มาจากบรรพบุรุษ การปลูกพริกของเกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกเป็นพืชแซมในพืชชนิดอื่น ได้แก่ การปลูกแซมในแปลงปลูกหอมหัวใหญ่ กระเทียม ยาสูบ ข้าวโพด ลำไย ยกเว้นใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และ อ.เชียงของ จังหวัดเชียงรายซึ่งปลูกเป็นพืชหลักวิธีการปลูกส่วนใหญ่จะย้ายกล้าปลูกในช่วงกลางฤดูหนาว – ปลายฤดูหนาว ( พ.ย. – ก.พ.) ยกเว้นใน อ.จอมทองและ อ.เชียงของที่ย้ายกล้าในช่วงต้นฤดูฝน ( พ.ค.- มิ.ย. ) พันธุ์พริกที่ใช้ปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมืองของท้องถิ่นนั้นๆ และเกษตรกรนิยมเก็บพันธุ์ไว้ใช้เอง ยกเว้นใน อ.สันทราย ที่มีการปลูกพริกพันธุ์ลูกผสม โดยพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมใช้มากที่สุดคือพันธุ์หนุ่มขาว 031 ของบริษัท อีสท์ เวส ซีดส์ จำกัดและมีการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ดี ส่วนในพื้นที่อื่นๆ ยังคงใช้วิธีการปลูกพริกแบบดั้งเดิม การจัดการบำรุงรักษาต่างๆอยู่ในระดับต่ำ พบมีการระบาดของโรคและแมลงอยู่ในระดับสูง โดยโรคสำคัญที่สร้างปัญหามากที่ สุดคือ โรคกุ้งแห้ง ส่วนแมลงที่สร้างปัญหามาก ได้แก่ เพลี้ยไฟ ไรขาว และแมลงวันทอง เมื่อเกิดปัญหาเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้สารเคมีในการกำจัด ด้านการเก็บเกี่ยวและการจำหน่ายเกษตรกรส่วนใหญ่เก็บพริกที่ยังเขียวอยู่ ยกเว้นใน อ.ฝาง ,อ.ไชยปราการ และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่เกษตรกรนิยมเก็บพริกที่สุกแดง สำหรับการจำหน่ายนั้นส่วนใหญ่มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อที่แปลงพริกหรือมีจุดรับซื้อประจำท้องถิ่น ด้านต้นทุนและรายได้จากการปลูกพริก พบว่า มีการกระจายตัวค่อนข้างสูง เกษตรกรไม่ได้บันทึกและไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน เนื่องจากปลูกเป็นพืชแซม แต่อย่างไรก็ตามโดยส่วนใหญ่มีต้นทุนการผลิตพริกไร่ละไม่เกิน 10,000 บาท และมีรายได้จากการปลูกพริกปีละ 20,000 – 30,000 บาท ยกเว้นใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ซึ่งเกษตรกรมีรายได้จากการปลูกพริกปีละประมาณ 100,000 บาท/ไร่ การวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบในกลุ่มแคพไซซินอยด์ในตัวอย่างพริกที่เก็บจากพื้นที่ ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายได้ทำการศึกษาโดยใช้เทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง โดยทำการวิเคราะห์หาสารเผ็ดร้อนสามชนิดคือ แคพไซซิน ไดไฮโดรแคพไซซิน และนอร์ไฮโดรแคพไซซิน ในหน่วยมิลลิกรัมต่อกิโลกรัมและเปลี่ยนเป็นหน่วยสโควิลล์ ฮีท เพื่อแสดงความเผ็ดร้อนของตัวอย่างพริกในหน่วยสากล โดยพบว่า ตัวอย่างพริกที่นำมาศึกษามีปริมาณสารในกลุ่มแคพไซซินอยด์อยู่ระหว่างร้อยละ 0.071-0.451 โดยน้ำหนัก ปัจจัยทางกายภาพและทางเคมีเช่นความเป็นกรด-ด่าง ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน แร่ธาตุหลักและแร่ธาตุรองของสภาวะแวดล้อมในการเพาะปลูก ได้ถูกเก็บข้อมูลและนำมาทดสอบเพื่อหาความเกี่ยวข้องที่เป็นไปได้ ต่อปริมาณของสารแคพไซซินอยด์ที่มีมากน้อยในแต่ละพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งพบว่าความเป็นกรด-ด่างที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะทำให้ปริมาณสารแคพไซซินอยด์ที่มีในผลผลิตลดต่ำลงในหลายตัวอย่าง ส่วนปัจจัยอื่นๆ ไม่มีแนวโน้มหรือข้อสรุปที่สามารถใช้อธิบายถึงความเกี่ยวข้องต่อปริมาณสารแคพไซซินอยด์ที่มีในตัวอย่าง ซึ่งควรจะต้องมีการทำการทดลองและทดสอบหาความเกี่ยวข้องต่อไป

บรรณานุกรม :
ฉันทนา วิชรัตน์ . (2552). การศึกษาสถานภาพการผลิต และความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อผลผลิต คุณภาพและปริมาณสาร capsaicin ในพริกพันธุ์การค้าในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ฉันทนา วิชรัตน์ . 2552. "การศึกษาสถานภาพการผลิต และความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อผลผลิต คุณภาพและปริมาณสาร capsaicin ในพริกพันธุ์การค้าในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ฉันทนา วิชรัตน์ . "การศึกษาสถานภาพการผลิต และความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อผลผลิต คุณภาพและปริมาณสาร capsaicin ในพริกพันธุ์การค้าในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print.
ฉันทนา วิชรัตน์ . การศึกษาสถานภาพการผลิต และความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อผลผลิต คุณภาพและปริมาณสาร capsaicin ในพริกพันธุ์การค้าในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.