ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

เตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบดโดยใช้เชื้อเพลิงแกลบในระดับอุตสาหกรรม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : เตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบดโดยใช้เชื้อเพลิงแกลบในระดับอุตสาหกรรม
นักวิจัย : ฐานิตย์ เมธิยานนท์
คำค้น : ระดับอุตสาหกรรม , เตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบด , ใช้เชื้อเพลิงแกลบ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4750007 , http://research.trf.or.th/node/3619
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงงานวิจัยนี้ได้ทำการพัฒนาเตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบด (VFBC) ในระดับอุตสาหกรรมขนาด 9 MWth โดยใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งได้พัฒนาขึ้นโดยรวมลักษณะเด่นของเตาเผาไหม้แบบฟลูอิไดซ์เบดและ เตาเผาไหม้แบบไซโคลนเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเตาเผาไหม้ที่ให้ค่าภาระความร้อนต่อหน่วย ปริมาตรเตารวมถึงประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่สูง โดยการออกแบบเตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบด (VFBC) ใน ระดับอุตสาหกรรมนี้ได้นำข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นต่อการออกแบบและสร้างเตามาจากการศึกษาและวิจัยเตาเผาไหม้ วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบด (VFBC) ในระดับห้องปฏิบัติการ โดยเตาเผาไหม้ที่ใช้ในการทดลองนี้มีขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลางภายในและความสูงเท่ากับ 1.8 และ 5.35 m ตามลำดับ และยังมีการติดตั้งใบกวนไว้ที่ต่ำแหน่งด้านล่าง ของเตาเผาไหม้เพื่อป้องกันการเกาะเป็นก้อนของเชื้อเพลิงขณะกำลังเผาไหม้ อันเป็นสาเหตุให้สูญเสียสภาพการเป็น ฟลูอิไดซ์เซชั่น ในการทดสอบสมรรถนะจะทำการปรับเปลี่ยนอัตราการป้อนเชื้อเพลิงและอัตราการไหลของอากาศ ส่วนที่หนึ่ง สองและสาม จากการทดสอบสมรรถนะของเตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบด (VFBC) ในระดับ อุตสาหกรรมพบว่ามีสมรรถนะใกล้เคียงกับเตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบด (VFBC) ในระดับห้องปฏิบัติการ โดย ประสิทธิภาพเชิงความร้อนของเตาเผาไหม้มีค่าใกล้เคียงกันทุกเงื่อนไขการทดลองโดยมีค่าระหว่าง 88-94% (เตาเผา ไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบดระดับห้องปฏิบัติการจะพบว่ามีค่าอยู่ในช่วง 75-94 % เมื่อเข้าสู่สภาวะคงตัว) ได้ค่าภาระ ความร้อนเตาเผาไหม้และพิกัดเตาที่ทดสอบโดยมีค่ามากที่สุดเท่ากับ 0.67 MWth/m3 และ 7.5 MWth ตามลำดับ ซึ่ง พิกัดเตาที่ทดสอบได้มีค่าต่ำกว่าพิกัดเตาที่ออกแบบไว้ (9 MWth) อุณหภูมิภายในเตามีค่าในช่วง 900-1,250 °C ซึ่ง สามารถเทียบเคียงได้กับอุณหภูมิภายในเบดของเตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบดระดับห้องปฏิบัติการที่มี ค่าประมาณ 1,000 °C อย่างไรก็ตามพบว่าปริมาณก๊าซ CO ที่วัดจากตำแหน่งทางออกของเตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิ ไดซ์เบดระดับอุตสาหกรรมมีปริมาณ CO (ที่ 6% O2 โดยปริมาตร) มากอยู่ในช่วง 4,000-9,500 ppm เนื่องจากความ ยาวท่อทางออกสั้นเกินไปทำให้ไม่เกิดการเผาไหม้ CO อย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ค่าประสิทธิภาพการเผาไหม้มีค่า ต่ำประมาณ 94-97% ซึ่งต่ำกว่าในห้องปฏิบัติการ(ประสิทธิภาพการเผาไหม้ในห้องปฏิบัติการมีค่ามากกว่า 98%) ส่วนปริมาณ NOx มีค่าอยู่ในช่วง 170-420 ppm (ที่ 6% O2) ทั้งนี้พบว่าผู้ประกอบการพอใจกับการทดลองและค่าภาระความร้อนที่เตาอุตสาหกรรมทำได้ในปัจจุบัน แต่หลังจากได้ประชุมกับทางภาคอุตสาหกรรมถึงประเด็นที่จะนำ VFBC ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมโรงสีพบว่า ใน ระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาโรงสีต่างๆได้ขยายกำลังผลิตและสั่งซื้อเครื่องอบแห้งพร้อมกับเตาเผาไหม้เป็นจำนวนมาก ทำ ให้ปัจจุบันตลาดของเตาเผาไหม้ที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงเริ่มอิ่มตัว ทำให้แนวโน้มในการนำ VFBC ไปใช้ใน อุตสาหกรรมโรงสีข้าวเป็นไปได้ยากขึ้น ดังนั้นแนวทางในการผลักดันให้มีการใช้ VFBC ในภาคอุตสาหกรรมทำ ได้โดยการใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่นแทนเช่น ซังข้าวโพด เหง้ามันสำปะหลัง เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการนำ VFBC ไปใช้กับภาคอุตสาหกรรม This project deals with development of an industrial-scale vortex-fluidized bed combustor (VFBC) that employs a combination of cyclone and fluidized-bed combustor features, and which is demonstrated with ricehusk fuel. The design capacity was 9 MWth. The aim of this work is to gain high combustion intensity and efficiency. The design was based on preliminary basic parameters derived from our previous work on a laboratory VFBC. The combustor was 1.8 m inside diameter and 5.35 m in height. The stirring blades were installed at the combustor bottom to destroy agglomerates that may form and cause serious defluidization. According to performance tests by varying fuel feed rates and primary, secondary and tertiary air flow rates, it was found that the industrial VFBC was as efficient as the laboratory VFBC. A thermal efficiency of 88-94% was achieved with the industrial VFBC, with 75-94% with the laboratory model. Maximum combustion intensity and thermal capacity were 0.67 MWth/m3 and 7.5 MWth, respectively. The thermal capacity achieved in this state was lower than the design capacity. The temperature inside the combustor ranged between 900-1250 oC, which approximated a 1000 oC average bed temperature for the laboratory combustor. CO emission, based on 6% O2 (by volume), was in the range 4000-9500 ppm. The high CO concentration was attributed to too short an exit pipe, which resulted inadequate time for burning the CO remaining in the exit pipe. This was the presumed cause of lower combustion efficiency (94-97%) than the laboratory combustor (>98%). NOx (at 6% O2) was in the range 170-420 ppm. The combustor performance met the manufacturers’ requirements. However, in the past few years, most rice mills have expanded their capacity. Recently, the market share for combustors using rice-husk as fuel became saturated. Alternate biomasses, such as corn stubble and cassava, must be employed to increase the trend of VFBC utilization in industry.

บรรณานุกรม :
ฐานิตย์ เมธิยานนท์ . (2550). เตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบดโดยใช้เชื้อเพลิงแกลบในระดับอุตสาหกรรม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ฐานิตย์ เมธิยานนท์ . 2550. "เตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบดโดยใช้เชื้อเพลิงแกลบในระดับอุตสาหกรรม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ฐานิตย์ เมธิยานนท์ . "เตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบดโดยใช้เชื้อเพลิงแกลบในระดับอุตสาหกรรม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2550. Print.
ฐานิตย์ เมธิยานนท์ . เตาเผาไหม้วอร์เทค-ฟลูอิไดซ์เบดโดยใช้เชื้อเพลิงแกลบในระดับอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2550.