ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการ สิทธิชุมชนศึกษา ภาคเหนือ กรณีลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน แม่แตงตอนบน และแม่งัด

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการ สิทธิชุมชนศึกษา ภาคเหนือ กรณีลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน แม่แตงตอนบน และแม่งัด
นักวิจัย : นิคม พุทธา
คำค้น : กรณีลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน , ภาคเหนือ , สิทธิชุมชนศึกษา , แม่งัด , แม่แตงตอนบน
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4740001 , http://research.trf.or.th/node/3610
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในปัจจุบันแนวคิดเรื่องสิทธิชุมชน ได้รับการกล่าวถึงในแวดวงวิชาการ วงการพัฒนา และประชาชนจำนวนมาก ถูกหยิบยกสู่ประเด็นสาธารณะที่ได้รับความสนใจสูง เนื่องจาก สถานการณ์ที่ผ่านมาการละเมิดสิทธิชุมชนในประเทศไทยและในอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะ ชุมชนชายขอบที่มีฐานทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ การถูกเบียดขับแย่งชิงระหว่างชุมชนและอำนาจ ที่นอกเหนือการควบคุมของชุมชนได้สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความหลากหลายของฐาน ทรัพยากร แม้กระทั่งการส่งเสริมหรือการพัฒนาในด้านต่างๆที่ไม่ได้ตอบสนองความต้องการ หรือตอบสนองกับสถานการณ์ปัญหาก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ลดทอนภาวการณ์พึ่งพิงตนเองและโดย การเปิดโอกาสให้ระบบทุนนิยมเข้าคุกคามอัตตลักษณ์ของท้องถิ่น งานวิจัยโครงการสิทธิชุมชนศึกษา ภาคเหนือ กรณีศึกษา ลุ่มน้ำแม่แมะ – แม่นะ โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.).ในลักษณะงานวิจัยเชิง ปฏิบัติการ ร่วมกับทีมวิจัยชาวบ้านจำนวน15 คน ในพื้นที่ทำการศึกษาวิจัยตามแผนกิจกรรม ใน การเร่งพัฒนาศักยภาพทีมวิจัยชาวบ้าน แกนนำ 6 ชุมชนในพื้นที่เป้าหมายประกอบด้วย บ้าน ป่าบง บ้านแม่นะ บ้านห้วยโจ้ บ้านแม่ซ้าย บ้านปางฮ่าง-ปางโฮง และ 5 พื้นที่ขยาย ประกอบด้วย บ้านจอมคีรี บ้านป่าโหล บ้านแม่แมะ บ้านป่าโหล บ้านสันป่าเกี๊ยะ โดยดำเนินการ สร้างความเข้าใจและสร้างการตระหนักถึง”สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น” เสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มและเครือข่ายองค์กรชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติใน พื้นที่ลุ่มน้ำเดียวกัน อันจะนำไปสู่แนวทางที่เป็นรูปธรรมในการจัดการทรัพยากรลุม่ น้ำอย่างเป็น ธรรมและยั่งยืน โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ตัวตนของท้องถิ่น เรียนรู้สถานการณ์ปัญหา/ กฎหมาย/นโยบายที่จะเข้ามากระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ของคนในชุมชน สนับสนุนการ ปฏิบัติการสิทธิเพื่อยกระดับและสร้างการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติการจริง ผลจากการดำเนินงานวิจัยตลอดระยะเวลา 2 ปี6 เดือน (ตุลาคม 2546 –มีนาคม 2549) ข้อค้นพบที่สำคัญ ชุมชนได้สร้างรูปแบบในการต่อสู้กับสถานการณ์ปัญหาในด้านต่างๆ ทั้งการ ปรับตัว ต่อรอง และการผลิตซ้ำโดยใช้เงื่อนองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างพื้นที่ต่อรอง เพื่อคงสถานะอำนาจของชุมชนในการจัดการทรัพยากร เข้าร่วมผลักดันการจัดการทรัพยากรใน ระดับภาค เช่น เครือข่ายป่าชุมชน หรือร่วมผลักดันการจัดการทรัพยากรในระดับพื้นที่ โดยการ รวมตัวเป็นเครือข่ายลุ่มน้ำแม่แมะ-แม่นะ ท้ายที่สุดพบข้อของชุมชนต่อประเด็นสิทธิชุมชนกับ การฐานทรัพยากรคือ การยอมรับตัวตนและวิถีชีวิตที่พิ่งพึงระหว่างคนกับฐานทรัพยากร เปิด โอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการดำเนินการพัฒนาหรือการดำเนินกิจกรรม โครงการ ที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชนและฐานทรัพยากร ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ที่สำคัญ ยอมรับภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดำเนินการใดเพื่อให้สอดคล้องกับภูมินิเวศน์ของพื้นที่นั้นๆ

บรรณานุกรม :
นิคม พุทธา . (2551). โครงการ สิทธิชุมชนศึกษา ภาคเหนือ กรณีลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน แม่แตงตอนบน และแม่งัด.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นิคม พุทธา . 2551. "โครงการ สิทธิชุมชนศึกษา ภาคเหนือ กรณีลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน แม่แตงตอนบน และแม่งัด".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
นิคม พุทธา . "โครงการ สิทธิชุมชนศึกษา ภาคเหนือ กรณีลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน แม่แตงตอนบน และแม่งัด."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2551. Print.
นิคม พุทธา . โครงการ สิทธิชุมชนศึกษา ภาคเหนือ กรณีลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน แม่แตงตอนบน และแม่งัด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2551.