ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี
นักวิจัย : ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช
คำค้น : แนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนมพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4640015 , http://research.trf.or.th/node/3537
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัย เรื่องแนวทางพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ใช้ระยะเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่ 15 มีนาคม 2546 ถึง 15 มีนาคม 2548 มีวัตถุประสงค์ เพื่อแสวงหารูปแบบการสร้างเครือข่ายระหว่าง กลุ่มสหกรณ์ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และไม่ได้จดทะเบียน รวมตลอดถึงกลุ่มเกษตรกร เพื่อจะได้มี การเชื่อมโยงและทำธุรกิจร่วมกันเป็นเครือข่ายตามอุดมการณ์สหกรณ์ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม โดยใช้วิธีการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) เป็นหลัก ประกอบกับการใช้เทคนิคการวิจัยหลายรูปแบบ อาทิ การสนทนากลุ่ม(Focus Group) การประชุม ระดมสมองแบบสร้างสรรค์(AIC) การประชุมเชิงปฏิบัติการ การจัดเวทีชาวบ้าน การศึกษาดูงาน การ สัมมนาเชิงวิชาการ การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และปัญหาอุปสรรค ( SWOT Analysis) การ ดำเนินงานวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1) ประเมินสถานการณ์ปัญหาและความสนใจในการเข้าร่วมเครือ ข่ายของกลุ่มและองค์กรประชาชนในภาคสหกรณ์และภาคเกษตรกรรม 2) การดำเนินกิจกรรม เชิง ปฏิบัติการต่างๆ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการพัฒนาธุรกิจตามอุดมการณ์สหกรณ์ 3) การสังเคราะห์องค์ ความรู้ที่สะท้อนถึงรูปแบบการสร้างเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ผล การศึกษาพอสรุปได้ดังนี้ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ เป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติ อุดม สมบูรณ์ เป็นพื้นที่ชายทะเล แต่ในบางอำเภอที่ไม่ติดชายทะเล บางฤดูกาลขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้มีสภาพ แห้งแล้งมาก และบางปีประสบอุบัติภัยน้ำท่วมรุนแรงแบบฉับพลัน เช่น ในปี 2546 ทำให้การเกษตรได้ รับความเสียหายมาก เกษตรกรส่วนมาก ทำนาทำสวน ปลูก ข้าว มะนาว พืชผัก ผลไม้ ทำนาเกลือ ใน จังหวัดเพชรบุรีมีสหกรณ์ทั้งสิ้น 62 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นสหกรณ์ออมทรัพย์(รวมทั้งสหกรณ์เครดิตยู เนียน) รองลงมาเป็นสหกรณ์การเกษตร และมีกลุ่มเกษตรกร 84 กลุ่ม ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลรับ ผิดชอบของสหกรณ์จังหวัด สถานการณ์ปัญหาที่พบคือ สหกรณ์และกลุ่มเกษตรต่างๆ มีการรวมตัวกัน เป็นเครือข่าย 2 แบบ คือเครือข่ายแบบทางราชการที่จัดเวทีประชุมประจำเดือน และเครือข่ายแบบไม่ เป็นทางการ ที่เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวราว 6,000 คนรวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหามะนาวล้นตลาดโดยไม่ ประสงค์จะจดทะเบียนเป็นชุมนุม สหกรณ์ เพราะต้องการความเป็นอิสระในการทำธุรกิจมะนาว ต่อมา นักวิจัยได้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงกันระหว่างเครือข่ายทางการกับเครือข่ายแบบไม่เป็นทางการโดยการจัด เวทีสนทนากลุ่มเพื่อช่วยเหลือให้คำแนะนำสหกรณ์การเกษตรแห่งหนึ่งที่มีปัญหาการบริหารธุรกิจ สหกรณ์ต่ำกว่าข้อกำหนดมาตรฐานของสหกรณ์จนสามารถดำเนินการต่อไปได้ ผลสำเร็จนี้ทำให้เป็นที่ สนใจของสหกรณ์อื่นรวมทั้งกลุ่มเกษตรกรต่างๆสนใจเข้าร่วมขบวนการสหกรณ์ ในการจัดเวทีแลก เปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาธุรกิจ สหกรณ์ การจัดทำแผนกลยุทธ์ในการทำธุรกิจสหกรณ์และการเกษตร ของจังหวัดเพชรบุรี การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มพูนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสหกรณ์ เครดิตยูเนียนและสหกรณ์การเกษตรที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจมาเป็นแบบอย่าง ทำให้ส หกรณ์และ กลุ่มเกษตรกรเรียนรู้ที่จะประสานเชื่อมโยงธุรกิจกันเอง โดยไม่รอนำเสนอปัญหาของ ตนต่อเจ้าหน้าที่รัฐดังเช่นที่เคยกระทำมา นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐกลับให้การสนับสนุนในการรวมตัว กันในแนวราบของกลุ่มสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จนกระทั่งได้ก่อตั้งเป็นเครือข่ายพันธมิตรเพชรบุรี (Petchburi Network Alliance - PNA) โดยเลือกตั้งตัวแทนจากสหกรณ์ทุกประเภทมาเป็นกรรมการ บริหารเครือข่าย และเปิดรับสมาชิกเครือข่ายอย่างไม่มีข้อจำกัดเนื่องจากถือ “ความเป็นเพื่อนร่วมอุดม การณ์สหกรณ์” เดียวกัน ใช้ระบบการติดต่อสื่อสารกัน “แบบบอกต่อ” หรือ แบบไม่เป็นทางการ จึงเป็น เวทีภาคประชาชนที่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรต่างยินดีที่จะเข้าร่วมเนื่องจากนักวิจัยได้ สนับสนุนให้คณะกรรมกรเครือข่ายพันธมิตรเพชรบุรี จัดกิจกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของ สมาชิกและเติมเต็มให้ในส่วนขาด เช่น การจัดหาวิทยากรมาให้ความรู้เรื่องการทำธุรกิจสหกรณ์และ เกษตร การจัดหาตลาด การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ การแปรรูปมะนาวผง จนเมื่อสิ้นสุดโครงการทำให้ เกิดการขยายผลเครือข่ายพันธมิตรเพชรบุรี โดยการช่วยประสานให้กลุ่มสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ได้ มีการเชื่อมโยงธุรกิจออกเป็นเครือข่ายต่างๆ ได้แก่ เครือข่ายเกลือทะเล เครือข่ายมะนาว เครือข่ายจัดตั้ง โรงงานแปรรูปมะนาว เครือข่าย กล้วยหอมทอง และเครือข่ายบัตรเครดิต PNA ปัจจุบัน ได้มีการเลือก ตั้งคณะกรรมการเครือข่ายพันธมิตรเพชรบุรี ชุดที่ 2 เป็นองค์กรภาคประชาชนซึ่งเป็นที่ยอมรับของภาค ราชการและทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนขบวนการสหกรณ์ซึ่งกันและกัน ทั้งในเวทีการประชุมประจำ เดือนของภาคราชการ คือสหกรณ์จังหวัดที่จัดมอบวาระการประชุมหนึ่งวาระ ให้กับคณะกรรมการ เครือข่ายพันธมิตรเพชรบุรีดำเนินการประชุมปรึกษาหารือกันอย่างเป็นอิสระในการจัดทำแผนกลยุทธ์ ในการดำเนินงานต่อไป รูปแบบของการรวมตัวกันของกลุ่มสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป็น “เครือข่ายพันธมิตร เพชรบุรี - PNA” เป็นที่ยอมรับของทั้งภาคราชการและภาคประชาชน ซึ่งการรวมตัวกันนี้เกิดขึ้นจาก การที่สมาชิกสหกรณ์มองเห็นและเข้าใจสถานการณ์ความเป็นจริง ทำให้เกิดการเรียนรู้และการมองเห็น ผลงานเชิงประจักษ์ของคณะกรรมการเครือข่ายพันธมิตรเพชรบุรีในการเชื่อมโยงธุรกิจและเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ระหว่างสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ทำให้พัฒนาเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งเป็นทาง เลือกหนึ่ง ของการพัฒนาขบวนการสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาหลายสหกรณ์และกลุ่ม เกษตรกรได้ขยายเครือข่ายธุรกิจออกไปเชื่อมโยงกับสหกรณ์อื่นๆ เช่น เครือข่ายเกลือทะเลได้ตกลงซื้อ ขายเกลือทะเลกับชมรมเจ้าของโรงงานน้ำแข็งที่จังหวัดปัตตานี การทำโครงการบัตรเครดิต PNA ซึ่งเป็น โครงการนำร่อง ระหว่างสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบุรี สหกรณ์การเกษตรเขาย้อยและท่ายาง และส หกรณ์เครดิตยูเนียนรวมใจท่ายาง ในการให้วงเงินสินเชื่อแก่สมาชิกมาซื้อสินค้าของสหกรณ์ที่เข้าร่วม โครงการ ได้แก่ ข้าว นำมันเชื้อเพลิง อุปกรณ์การทำการเกษตร เป็นต้น ทำให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนสิน ค้าซึ่งกันและกัน ข้อเสนอต่อคณะกรรมการเครือข่ายพันธมิตรเพชรบุรี คือ การจัดกิจกรรมเพื่อตอบสนอง ความต้องการของสมารชิกอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สหกรณ์ควรทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ในกรณีที่คณะ กรรมการเครือข่ายพันธมิตรต้องการความช่วยเหลือทางด้านเทคนิควิชาการ และการเติมเต็มความรู้ใน ส่วนที่ขาดด้านกรพัฒนาธุรกิจสหกรณ์และการตลาด ควรมีการปรับกระบวนทัศน์ในการทำงานแบบ เครือข่ายทั้งด้านเจ้าหน้าที่สหกรณ์ คณะกรรมการเครือข่ายพันธมิตรเพชรบุรี สมาชิกในการทำงานร่วม กันแบบเครือข่าย ซึ่งสามารถนำมาแทนที่ในการบริหารงานสหกรณ์ได้ในหลายส่วน ซึ่งกรมส่งเสริมส หกรณ์ควรให้การสนับสนุนด้านการทำงานแบบเครือข่ายมากขึ้นแทนการบริหารราชการแบบดั้งเดิม The research on “ The Guidelines for Developing Cooperative Networks of the Cooperatives and Agricultural Groups in Petchaburi Province, Thailand, during the year of 2004-2005, sponsored by Thai Research Fund (TRF). The objectives are to seek for models and guidelines for developing networks of all cooperatives and farmers’ groups in Petchaburi, either registered or unregistered bodies under the Cooperatives Act, 1999. The Participatory Action Research (PAR) used with various techniques due to certain situations, such as focus group, AIC (Appreciation-Influence-Control), AFP(Area-Function- Participation), networking, workshop, seminar, study tour, local meeting, and vocational training. It classified into 3 phases 1) the baseline data survey 2) arranging activities for developing cooperative networks 3) synthesis the models and guidelines for developing the network. The findings are as follows. There are 8 districts of Petchaburi. The land of Petchaburi is mostly fertile but some villages are very draught in summer. Agricultural farmers mostly grow rice, fruits, lime, banana, etc. The total numbers of cooperatives are 62 cooperatives and 84 agricultural groups under the responsibility of the provincial cooperative officer. The based situations are no involvement of cooperatives or agricultural groups, but only once a month at the official meeting arranged by the provincial co-op officer. This we call “the formal network”. The other is “the informal network” of the Lime Farmers Club which members are about 6,000 farmers. Then we start connecting with both networks by dialogues and focus groups about their management problems. One agricultural co-op that failed from the Co-op standard of account can raise up with the advise of the informal network. This case as the key player for developing cooperative network .It is allowed to present at the Co-op official meeting and attract other co-ops to join in networking to help each other. They elect the network committee who arrange many kinds of activities about developing co-op and agricultural business such as seminar on strategic plan for coop and agriculture in Petchaburi, workshop on best practice of the success coops in Petchburi, dialogue on capacity building of PNA, and so on. These help synergizing all co-ops in Petchburi which participate in programs. They can automatically join as they are friends who hold the beliefs of Co-op ideology. The local communication is “persuading” friends to join activities that serve their needs in technical assistance of Co-ops’ business, agriculture and marketing. The network committee has developed to be “Petchburi Network Alliance –PNA”. They extend to organize all kinds of Co-ops and agricultural farmers to join activities which encourage their ways of doing business and quality of life. The results are in the Sea-salt network cooperate with the 7 ice factories club in Pattanee province, the Banana network cooperate with Toto coop in Japan, the Lime network plan to establish the factory for preserving limes and the PNA Credit card network between Ruam-Jai-Thayang credit union, Petchaburi Teachers’ Saving coop and Thayang Agricultural coop. The second committees of PNA are elected in the official coop meeting which means the official acceptance as PNA and coop members please. This value chain can be sustained as PNA has the social space in monthly official meeting .They can propose one agenda for developing their activities with the facilitators of coop officers. The model of Coop involvement in the form of “Petchaburi Network Alliance-PNA” to help each other in Coop and agricultural business and social activities for better quality of life is the guideline for developing cooperative networking. PNA is set up after Coop members and agricultural groups accept the result of the friend network and wish to share. The researchers stress on the capacity building of PNA to understand more about networking management and encourage them to get success in their activities to serve members’ needs with the concept of participation. Finally PNA and members are in learning society and have ability to think and perform by themselves that reduce depending on Coop officials and begin to help themselves through the cooperative movement of PNA. Recommendations towards PNA are to continue activities as members need under the coop official supervisors, especially in cases of more knowledge in capacity building of technical assistance and marketing. The lessons learned from this research are to adjust the new public management that suitable for rapid changed situations. Paradigm shifts of both officials and coop members and agricultural farmers must be done towards the roles of cooperative networking and train networking management instead of traditional bureaucracy of the Coop Promotion Department.

บรรณานุกรม :
ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช . (2549). โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช . 2549. "โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช . "โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2549. Print.
ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช . โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม/องค์กรประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2549.