| ชื่อเรื่อง | : | โครงการวิจัย เรื่อง กระบวนการชุมชนในการนำการละเล่นพื้นบ้านเป็นสื่อและกิจกรรมในการสอนในโรงเรียน ตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา |
| นักวิจัย | : | ปัทมาพร ชเลิศเพ็ชร์ |
| คำค้น | : | กระบวนการชุมชนในการนำการละเล่นพื้นบ้าน , ตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา , สื่อและกิจกรรมในการสอนในโรงเรียน , โครงการวิจัย |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2552 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4540036 , http://research.trf.or.th/node/3488 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพชุมชนของตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และเพื่อศึกษาบทบาท ความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชนในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน อันจะนำไปสู่การทำให้ชุมชนมีส่วนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการศึกษาครั้งนี้มุ่งประเมิน ศักยภาพสภาวะพื้นฐานของชุมชนโดยกำหนดขอบเขตการศึกษา เฉพาะพื้นที่ตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา รวม 6 หมู่บ้าน โดยดำเนินการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาทำให้ทราบสภาวะพื้นฐานชุมชน สรุปได้ดังนี้ 1. การปะกอบอาชีพที่ได้รับอิทธิพลจาก พื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ดังนั้นชุมชนส่วนมากจะประกอบอาชีพประมง ส่วนที่ราบลุ่มจะทำนาข้าว ตาลโตนด แต่ดั้งเดิมตำบลสทิ้งหม้อเป็นศูนย์กลางการค้าขายกันทางทะเล ต่อมาเมื่อมีความเจริญเข้ามาถึงชุมชนเริ่มมีไฟฟ้า มีถนนทำให้ชุมชนเปลี่ยนแปลง มีการประกอบอุตสาหกรรมประเภทน้ำมัน และบ่อกุ้งมากขึ้น แต่การดำรงชีวิตส่วนใหญ่ยังเป็นแบบสังคมชนบท 2. การประกอบอาชีพที่ได้รับอิทธิพลจากพ่อค้าต่างถิ่น ได้แก่ การปั้นหม้อของชาวจีนที่มาจากเกาะยอทำให้ชุมชนสทิ้งหม้อมีอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ในอดีตจัดว่าเป็นอาชีพอุตสาหกรรมในครัวเรือนมีประกอบการกันหลายครัวเรือน แต่ปัจจุบันเพลืออยู่เพียง 3 ครัวเรือน 3. ผู้ชายทำหน้าที่เป็นหลักของครอบครัวในการหาเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากต้องออกทะเลหาปลา หรือขนหม้อไปค้าขายโดยทางเรือยังต่างแดน ส่วนผู้หญิงทำหน้าที่เป็นแม่บ้านคอยซ่อมแซมอวนหาปลา ปั้นหม้อ ค้าขาย ทำนาข้าว เลี้ยงลูก 4. เชื่อชาติและศาสนา พบว่าทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม ในตำบลสทิ้งหม้อ ชาวพุทธได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ พบพุทธรูปอวโลกิเตศวร ที่วัดธรรมโฆษณ์ และชาวไทยมุสลิมได้รับอิทธิพลส่วนหนึ่งมาจาก การเคลื่อนย้ายที่ทำกินของชุมชนตำบลหัวเขาแดง และทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมความรักและเอื้ออาทรต่อกัน 5. การตั้งบ้านเรือนมักรวมกันเป็นกลุ่มตามเชื้อชาติ ศาสนา คือ ชาวไทยพุทธนิยมอาศัยในหมู่ 3 , 4 , 5 มีการตั้งบ้านเรือนเป็นหลังเดี่ยว ส่วนชาวไทยมิสลิมนิยมอาศัยในหมู่ 1 , 2 , 6 มีการตั้งบ้านเรือนอย่างหนาแน่นและไม่มีเขตรั้วกั้นระหว่างเพื่อนบ้าน 6. ประเพณีพื้นบ้านมีส่วนในการโน้มน้าวยึดเหนี่ยวให้ชุมชนมีความรักท้องถิ่น ชุมชนมีความสามัคคีรักพวกพ้อง แต่ละประเพณีมักมีการสอดแทรกการละเล่นพื้นบ้านก่อให้เกิดความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ปัจจุบันประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น คือ ประเพณีไหว้ต้นไม้ใหญ่ ประเพณีชักพระ ประเพณีวันว่าง ส่วนประเพณีทำบุญคูเมืองได้หายเสื่อมสูญแล้ว 7. การละเล่นในชุมชนที่แสดงความเป็นเอกลักษณ์ คือ การเล่นหนังตะลุง ว่าวควาย ติดแอก เพลงมาลัย เพลงกล่อมนาค การแข่งเรือเพรียว วงดนตรีกลองยาว การละเล่นต่างๆ ล้วนมีความสัมพันธ์ผูกพันธ์อยู่กับวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมของชุมชน 8. การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในระบบเครือญาติ และระบบอุปถัมภ์ ทำให้ผู้นำชุมชนเป็นผู้ได้รับการยอมรับจากชุมชนมาก โดยเฉพาะผู้นำทางการศึกษา ผู้นำทางศาสนา และผู้นำทางการปกครอง ส่วนผู้นำทางธรรมชาติก็มีหลายลักษณะ แต่ชุมชนกลับยังเชื่อถือผู้นำที่เป็นทางการมากกว่าผู้นำทางธรรมชาติ ดังนั้นการปกครองยังมีลักษณะแนวดิ่งสูงกว่า แนวราบ อย่างไรก็ดี ภาวะการณ์ปัจจุบันทำให้ชุมชนเริ่มเปลี่ยนท่าทีในการยอมรับผู้ตามธรรมชาติมากขึ้น จึงเกิดการจัดตั้งประธานกลุ่มอาชีพหลายกลุ่ม 9. โรงเรียน วัด ชุมชน มีความสัมพันธ์ผูกพันมาตั้งแต่อดีต แม้ในปัจจุบันก็ยังคงมีความสัมพันธ์กันโดยต่างเป็นคณะกรรมการพัฒนางานให้แก่กันและกัน มีการจัดทำโครงการความร่วมมือให้แก่กัน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับการขัดเกลาศีลธรรมให้แก่เยาวชน ผลจากการศึกษาดังกล่าวนำมาซึ่ง การปลุกจิตสำนึกของการรวมพลังชุมชนให้เกิดความรักท้องถิ่นและการสำนึกในความเป็นเจ้าของถิ่นมากขึ้น จึงก่อเกิดเป็นกระบวนการชุมชนในการร่วมมือกันพัฒนาชุมชนจากหลายองค์กร ทั้งนี้มีจุดมุ่งหมายให้ชุมชนได้มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ที่รวบรวมภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น คือ อาชีพการทำหม้อเครื่องปั้นดินเผา การทำตาลโตนด การประมงพื้นบ้าน เล่นการละเล่นหนังตะลุง ว่าวควายติดแอก แข่งเรือเพรียว แข่งทูนหม้อ ปิดตาตีหม้อ แข่งขึ้นตาล โดยจัดตั้งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ชุมชนและเมื่อชุมชนสามารถพัฒนาได้ ก็ควรจะนำมาซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ชุมชนภายนอกเข้ามาศึกษาดูงานได้อีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
ปัทมาพร ชเลิศเพ็ชร์ . (2552). โครงการวิจัย เรื่อง กระบวนการชุมชนในการนำการละเล่นพื้นบ้านเป็นสื่อและกิจกรรมในการสอนในโรงเรียน ตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปัทมาพร ชเลิศเพ็ชร์ . 2552. "โครงการวิจัย เรื่อง กระบวนการชุมชนในการนำการละเล่นพื้นบ้านเป็นสื่อและกิจกรรมในการสอนในโรงเรียน ตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ปัทมาพร ชเลิศเพ็ชร์ . "โครงการวิจัย เรื่อง กระบวนการชุมชนในการนำการละเล่นพื้นบ้านเป็นสื่อและกิจกรรมในการสอนในโรงเรียน ตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2552. Print. ปัทมาพร ชเลิศเพ็ชร์ . โครงการวิจัย เรื่อง กระบวนการชุมชนในการนำการละเล่นพื้นบ้านเป็นสื่อและกิจกรรมในการสอนในโรงเรียน ตำบลสทิ้งหม้อ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2552.
|
