ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาและแก้ไขปัญหาการผสมติดยากและการสูญเสียคัพภะระยะต้นในโคนม

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาและแก้ไขปัญหาการผสมติดยากและการสูญเสียคัพภะระยะต้นในโคนม
นักวิจัย : ปราจีน วีรกุล
คำค้น : สาเหตุการผสมติดยาก , โคนม
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4220014 , http://research.trf.or.th/node/3384
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ชุดโครงการการแก้ไขปัญหาการผสมติดยากและสูญเสียคัพภะในระยะต้นในโคนม เป็นการวิจัยภาค สนามที่มีหน่วยงานเกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาควิชาสูติศาสตร์ เธนุเวชวิทยาและวิทยาการสืบพันธุ์ คณะสัตวแพทย ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานหลักได้แก่ ศูนย์วิจัย การผสมเทียม 6 แห่ง (ชลบุรี สระบุรี สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น ราชบุรี และพิษณุโลก) สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดสุพรรณบุรี องค์การส่งเสริมกิจการโคนม (อ.ส.ค.) และส่วนภาคเอกชนได้แก่ ฟาร์มโคนมเกษตรกร รายใหญ่จาก จ.ราชบุรี และชลบุรี และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในเขตที่ให้การบริการของหน่วยวิจัยข้างต้น ที่ให้ ความร่วมมือใน 7 โครงการที่ทำการศึกษา การสำรวจมีจำนวนโคนมทั้งหมด 119,847 ตัว สุ่มคัดเลือกสำรวจจำนวน 11,191 ตัว (9.6%) มี เปอร์เซ็นต์แม่โคท้องรีดนม 22.3% แม่โครีดนมไม่ท้อง 56.2% แม่โคพักท้องรีดนม 19.2% และแม่โคไม่ท้อง พักรีดนม 2.3% จากข้อมูลผลผลิตของฟาร์มโคนมแสดงว่าแม่โคหลังคลอดมีปัญหาการผสมติดตั้งท้องช้ามี ระยะท้องว่างเฉลี่ย 183.3 วัน ประสิทธิภาพความสมบูรณ์พันธุ์ของโคนมที่ทำการสำรวจพบว่า อัตราการการผสมติดของโคสาวมี พิสัย 23.0-61.5 % ของแม่โคมีพิสัย 37.4-45.5 % อายุเฉลี่ยของโคสาวผสมติด 31.9 เดือน อัตราการคัด ทิ้งมีพิสัย 9.7-19.2 % จำนวนครั้งที่ผสมต่อการตั้งท้องเฉลี่ย 2.7 และพบปัญหาการผสมซ้ำของโคสาวมีพิสัย 1.8-14.0 % ของแม่โคมีพิสัย 24.0-26.7% อัตราการให้น้ำนมเฉลี่ยต่อตัวต่อวัน 10.6-15.2 กิโลกรัม แสดงว่าโคสาวทดแทนในฝูงมีการผสมติดตั้งท้องช้าและมีปัญหาการผสมไม่ติดของแม่โคที่จะต้องหาทางแก้ไข ปัญหาของระบบสืบพันธุ์ในการศึกษาวิจัยต่อไป แม่โคนมหลังคลอดนานกว่า 45 วัน พบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย การศึกษาวิธีการเก็บตัวอย่างจาก มดลูก และทำการเพาะแยกเชื้อแบคที่เรียที่เป็นสาเหตุและทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ (โครงการที่ 2) จะ เป็นการแก้ไขและเตรียมความพร้อมของแม่โคที่มีปัญหาการติดเชื้อหลังคลอดให้พร้อมต่อการผสมครั้งแรกเมื่อ 50-60 วันหลังคลอด เชื้อ Ureaplasma diversum พบได้ที่ปากช่องคลอดและแอ่งคลิตอริสของแม่โคที่มีปัญหา การผสมซ้ำหรือในโคสาวและแม่โคปกติ (โครงการที่ 5) ผลการสำรวจนี้ยืนยันว่าโรคนี้มีในโคนมในประเทศ ไทยและควรให้ความสำคัญไม่ให้เชื้อนี้อาจถูกนำเข้าสู่มดลูกจากขบวนการผสมเทียม การใช้ sanitary sheath หุ้มปืนผสมเทียมก่อนผสม (โครงการที่ 6) จะช่วยลดปัญหาการติดเชื้อของ มดลูกจากเชื้อ Ureaplasma diversum และแบคทีเรียปนเปื้อนอื่น ๆ มีผลให้อัตราการผสมติดครั้งแรกของแม่ โคหลังคลอดสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 5.7% การแก้ไขการผสมซ้ำด้วยการชะล้างมดลูกด้วยสารน้ำเกลือผสมยาปฏิชีวนะ (โครงการที่ 4) สามารถ แก้ไขให้แม่โคผสมซ้ำติดตั้งท้องครั้งแรกได้ 23 % แต่ไม่ได้เพิ่มอัตราการผสมติดครั้งแรกแตกต่างไปจากลุ่ม ควบคุมที่ได้รับการชักนำให้เป็นสัดด้วย PGF2? และผสมตามเวลาที่กำหนดปัญหาการผสมซ้ำในแม่โคนม สามารถแก้ไขได้โดยการปรับรอบวงจรการเป็นสัดและผสมเทียมแม่โคในระยะเวลาที่เหมาะสมโดยไม่ต้องตรวจ การเป็นสัด การใช้ฮอร์โมน PGF2? ในขนาดลดโด๊ส (1/4 ฉีดเข้ามดลูกหรือฉีดเข้าใต้เยื่อเมือกบุช่องคลอด สามารถชักนำให้แม่โคเป็นสัดได้ไม่แตกต่างกับวิธีการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ การใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอส โตรเจน (CIDR-B) ให้ผลดีต่อการชักนำให้เป็นสัดและมีอัตราการผสมติดหลังผสมที่ดีขึ้นเช่นกัน (โครงการที่ 1) ความผิดปกติของรังไข่ เช่น การเกิดพยาธิสภาพถุงน้ำที่รังไข่ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องคัดแม่โคทิ้งจากฝูง เนื่องจากผสมไม่ติด วิธีแก้ไขด้วยการฉีดฮอร์โมน PGF2? และ GnRH (โครงการที่ 3) ในแม่โคที่พบปัญหาหลัง คลอดนานกว่า 60 วันหลังคลอด จะแก้ไขให้รังไข่กลับสู่ปกติและมีอัตราการผสมติด 36-38% การศึกษาการสูญเสียของตัวอ่อนในระยะต้นในฟาร์มที่จังหวัดราชบุรี (โครงการที่ 7) พบว่าอุณหภูมิ และความชื้น (THI) มีผลโดยตรงต่ออัตราการผสมติด โคนมมีอัตราการการผสมติดที่สูงในฤดูกาลหรือเดือนที่ มีค่า THI ต่ำ 70-80 การปรับสภาพโคให้มีผลกระทบจากอุณหภูมิและความชื้นทำได้โดยการปรับจัดการโรง เรือนหรือจัดการผสมพันธุ์ในฤดูกาลที่เหมาะสม อัตราการสูญเสียของตัวอ่อนพบสูงสุดในระยะแรก 27 วันหลัง ผสม ผลของโภชนาการเช่น การให้อาหารที่มีระดับโปรตีนสูง มีผลให้ค่า BUN ในเลือดสูงขึ้นและมีความ สัมพันธ์ต่อความสมบูรณ์พันธุ์ของแม่โครีดนม

บรรณานุกรม :
ปราจีน วีรกุล . (2545). การศึกษาและแก้ไขปัญหาการผสมติดยากและการสูญเสียคัพภะระยะต้นในโคนม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปราจีน วีรกุล . 2545. "การศึกษาและแก้ไขปัญหาการผสมติดยากและการสูญเสียคัพภะระยะต้นในโคนม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปราจีน วีรกุล . "การศึกษาและแก้ไขปัญหาการผสมติดยากและการสูญเสียคัพภะระยะต้นในโคนม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
ปราจีน วีรกุล . การศึกษาและแก้ไขปัญหาการผสมติดยากและการสูญเสียคัพภะระยะต้นในโคนม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.