| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาระยะยาวทางระบาดวิทยาของสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของโรคในช่องปากของผู้สูงอายุในชุมชนร่มเกล้ากรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | ชาญชัย โห้สงวน |
| คำค้น | : | กรุงเทพมหานคร , การศึกษาระยะยาว , ชุมชนร่มเกล้า , ปัจจัยเสี่ยง , ผู้สูงอายุ , ระบาดวิทยา , สภาวะทันตสุขภาพ , โรคในช่องปาก |
| หน่วยงาน | : | สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2546 |
| อ้างอิง | : | http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4130009 , http://research.trf.or.th/node/3375 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัจจุบันผู้สูงอายุไทยนับวันจะมีจำนวนเพิ่มทวีคูณยิ่งขึ้น ดังเป็นที่ประจักษ์ดีกว่าประชากรสูงอายุเป็นกลุ่มที่มีระดับความขุก และ ความรุนแรงของโรคในช่องปากที่ลุกลามและซับซ้อนมากกว่าบุคคลในช่วงวัยอื่น ๆ ความจำเป็นต้องการบริการด้านทันตกรรม และการส่งเสริม ทันตสุขภาพของประชากรกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังนั้นข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของโรค ในช่องปากผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการกำหนดนโยบาย และวางแผนเพื่อปรับระบบบริการทันตสุขภาพของประเทศให้สามารถ รองรับความต้องการในประชากรสูงอายุได้ การศึกษานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินระดับความขุกและอุบัติการณ์ของโรค และสภาวะผิดปกติในช่องปากของประชากรผู้สูงอายุ ไทย เพื่อจำแนกปัจจัยเสี่ยงที่มีต่อการเกิดโรคและสภาวะความผิดปกติในช่องปาก เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาทันตสุขภาพและ สุขภาพโดยรวมของผู้สูงอายุ ตลอดจนประเมินถึงผลกระทบของปัญหาทันตสุขภาพต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ แบบแผนการวิจัยเป็นการศึกษา ระยะยาวทางระบาดวิทยาของสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้สูงอายุ (60 ปี ขึ้นไป) รวมทั้งผู้ใกล้วัยสูงอายุ (อายุระหว่าง 51-59 ปี) ที่พำนักอาศัยอยู่ในชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบังกรุงเทพมหานคร โดยมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 614 คน ที่เข้าร่วมในโครงการศึกษาวิจัย นี้และได้รับการสัมภาษณ์ระยะเบื้องแรก ในจำนวนนี้มีอยู่ 522 คน ที่ได้รับการตรวจช่องปากในระยะเบื้องแรก และเมื่อครบกำหนดระยะเวลา ติดตามผล 2 ปี ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์และการตรวจช่องปากอีกรอบหนึ่ง มีผู้สูงอายุได้รับการตรวจช่องปากในระยะติดตาม เป็นจำนวน 396 คน การเก็บข้อมูลประกอบด้วยการสัมภาษณ์และการตรวจช่องปากผู้สูงอายุ การสัมภาษณ์กระทำโดยพนักงานสัมภาษณ์ซึ่งผ่านการฝึก อบรมมาแล้ว ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้าง ในหัวข้อเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ของผู้สูงอายุ การตระหนักรับรู้ถึงสภาพปัญหาในช่องปาก พฤติกรรมการดูแลอนามัยช่องปาก พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ปัญหาการเคี้ยว อาหาร การใช้ฟันปลอม การใช้บริการทางทันต กรรม และผลกระทบของปัญหาทันตสุขภาพ สำหรับการตรวจช่องปากผู้สูงอายุนั้นกระทำโดย ทันตแพทย์จำนวน 4 คน ซึ่งผ่านการฝึกอบรมและปรับมาตรฐานมาแล้วดำเนินการตรวจช่องปากผู้สูงอายุในศูนย์ปฏิบัติการภาคสนามซึ่งได้ถูก จัดตั้งขึ้นในชุมชนร่มเกล้า โดยใช้ชุดเก้าอี้ตรวจภาคสนามร่วมกับโคมไฟส่องปาก ทำการตรวจเกี่ยวกับสถานภาพของฟัน โรคฟันผุที่ตัวฟัน โรคฟันผุที่รากฟัน โรคปริทันต์อักเสบ สภาวะฟันสึก และสถานภาพของฟันปลอม ผู้สูงอายุทุกรายที่เข้าร่วมโครงการเซ็นใบยินยอมอนุญาต หลังจากได้รับคำอธิบายโดยละเอียดถึงการเข้าร่วมโครงการวิจัย ข้อค้นพบที่สำคัญ แบบแผนการเจ็บป่วยในช่องปากของผู้สูงอายุ 1. โดยทั่วไปพบว่าความขุกของโรค และความผิดปกติในช่องปากมีอัตราเพิ่มขึ้นเมื่ออายุสูงขึ้นประมาณ 1 ใน 10 ของผู้สูงอายุสูญเสียฟันไปแล้ว ทั้งปาก โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้สูงอายุสูญเสียฟันไปคนละ 14 ซี่ ซึ่งเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของฟันในปาก ผู้สูงอายุที่มีสถานภาพของการมีฟันใช้งานได้ อย่างน้อย 20 ซี่ ในปาก มีอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งยังไม่บรรลุถึงเป้าหมายทันตสุขภาพแห่งชาติปี 2543 ซึ่งได้กำหนดอัตราดังกล่าวไว้ที่ร้อยละ 50 2. โรคฟันผุ ยังเป็นปัญหาสำคัญในผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุในกลุ่มตัวอย่างเกือบทุกคนมีประสบการณ์เป็นโรคฟันผุที่ตัวฟัน โดยมีค่าเฉลี่ยดัชนีฟันผุ ถอนอุด (ระดับตัวฟัน) อยู่คนละกว่า 17 ซี่ ประมาณร้อยละ 15 ของจำนวนนี้ เป็นฟันผุที่ยังไม่ได้รับการอุด โดยรวมแล้วผู้สูงอายุร้อยละ 84 มี ความจำเป็นต้องรับการรักษาด้วยการอุดฟัน โดยมีจำนวนฟันที่ต้องการอุดฟันโดยเฉลี่ย 1.5 ซี่ 3. โรคฟันผุที่รากฟันมีอัตราความขุกประมาณครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุ (ร้อยละ 51) โดยมีค่าเฉลี่ยดัชนีรากฟันผุอยู่ที่อัตราร้อยละ 17.6 โรคฟันผุที่ รากฟันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุ และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 4. ร้อยละ 41 ของผู้สูงอายุมีฟันผุเหลือแต่ราก โดยมีค่าเฉลี่ยของจำนวนฟันผุเหลือแต่รากคนละ 1.3 ซี่ ซึ่งการที่ฟันมีสภาพผุเหลือแต่รากเป็นสิ่ง บ่งชี้ถึงการเข้าไม่ถึงบริการทันตกรรม 5. ผู้สูงอายุมีสภาวะฟันสึกทางด้านบดเคี้ยวมากที่สุด รองลงมาคือการสึกทางด้านคอฟัน และด้านข้างแก้มหรือข้างลิ้น การสึกของฟันมีระดับ ความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามอายุ และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ผู้สูงอายุที่มีการสึกทางด้านบดเคี้ยว และด้านคอฟันในระดับที่รุนแรงถึงระดับ ที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยการบูรณะฟันมีอัตราร้อยละ 67.4 และ 35.8 ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริการทันตกรรมหัตถการที่จำเป็นต้อง จัดให้แก่ผู้สูงอายุนั้น มีสัดส่วนที่สูงมากพอสมควรซึ่งต้องกระทำไปเพื่อบูรณะการสึกของฟัน 6. ประมาณ 3 ใน 4 ของผู้สูงอายุมีการลุกลามของโรคปริทันต์อักเสบและมีความรุนแรงของการสูญเสียอวัยวะยึดเกาะปริทันต์โดยเฉลี่ย 3.8 มม. ผู้สูงอายุส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 84 มีการสูญเสียอวัยวะยึดเกาะปริทันต์ไปมากกว่า 4 มม. อย่างน้อย 1 ตำแหน่งในปาก 7. มีผู้สูงอายุเพียงส่วนน้อยเท่านั้น (ประมาณร้อยละ 30) ที่ได้รับการใส่ฟันปลอมทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยเฉลี่ยแล้วผู้สูงอายุได้รับการใส่ ฟันปลอมทดแทนคนละ 4.6 ซี่ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนฟันที่สูญเสียไปทั้งหมด ผู้สูงอายุนิยมใส่ฟันปลอมทดแทนในฟันหน้า มากกว่าในฟันหลัง และผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำมีอัตราการใส่ฟันปลอมน้อยกว่าผู้มีรายได้สูง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจที่ยัง เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงบริการฟันปลอมของประชากรผู้สูงอายุ โดยรวมแล้ว ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีปัญหาทันตสุขภาพ โรคและอาการผิดปกติในช่องปากที่สำคัญที่พบในอัตราความขุกค่อนข้างสูง คือ โรคฟันผุทั้งที่ตัวฟันและรากฟัน โรคปริทันต์อักเสบและสภาวะฟันลึก แบบแผนพฤติกรรมทันตสุขภาพของผู้สูงอายุ 8. ผู้สูงอายุร้อยละ 81 แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมักจะแปรงฟันน้อยลง จากวันละ 2 ครั้ง เหลือ เพียงวันละครั้ง และยิ่งมีอายุสูงวัยมาก ก็ยิ่งละเลยการแปรงฟันมากขึ้น 9. มีผู้สูงอายุเพียงส่วนน้อยที่ใส่ฟันปลอมอยู่ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนิดถอดได้ มักใส่ฟันปลอมตลอดเวลารวม ทั้งเวลานอน ซึ่งยังมีความจำเป็นต้องได้รับการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลฟันปลอมอย่างถูกต้อง 10. ผู้สูงอายุมีอัตราการไปใช้บริการทันตกรรมในระดับต่ำ คือ มีเพียง 1 ใน 5 ของผู้สูงอายุที่ไปใช้บริการทันตกรรมในรอบปี ผู้สูงอายุเป็น จำนวนมากไปทำฟันครั้งสุดท้ายเป็นเวลานานกว่า 3 ปี มาแล้ว บริการทันตกรรมที่ผู้สูงอายุนิยมสูงสุดคือการถอนฟัน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ใช้เงินส่วน ตัวในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลทางทันตกรรม และพบว่าผู้สูงอายุเกือบทุกคนไม่เคยตรวจสุขภาพฟันประจำปีเลย แบบแผนการตระหนักรับรู้ถึงปัญหาทันตสุขภาพของผู้สูงอายุ 11. ผู้สูงอายุมีการตระหนักรับรู้ถึงปัญหาสุขภาพช่องปากของตนเองในอัตราที่ต่ำมาก ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีความต้องการพบทันตแพทย์ ประเด็นเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดของการจัดบริการเชิงรับสำหรับประชากรผู้สูงอายุไทย 12. สถานภาพของโรคต่าง ๆ ในช่องปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูญเสียฟันไปนั้น มีความสัมพันธ์กับการตระหนักรับรู้เกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย ของผู้สูงอายุ ผลกระทบของสภาวะทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ 13. สถานภาพของโรคในช่องปากมีส่วนที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกเป็นสุขในการดำรงชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบใน เชิงลบมักเป็นผู้สูงอายุวัยปลาย และเพศชาย อุบัติการณ์และปัจจัยเสี่ยงของโรคในช่องปากผู้สูงอายุ 14. ผู้สูงอายุส่วนใหญ่แสดงอุบัติการณ์ของโรคและอาการผิดปกติในช่องปากภายในระยะเวลา 2 ปีที่ศึกษา มีผู้สูงอายุเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งมีการ สูญเสียฟันเพิ่มขึ้น มีจำนวนฟันผุถอนอุดเพิ่มขึ้น มีฟันสึกเพิ่มขึ้น และมีการลุกลามของโรคปริทันต์เพิ่มขึ้น อุบัติการณ์ของโรคในช่องปากที่ ยังพบได้ในอัตราสูงเช่นนี้ในประชากรสูงอายุ บ่งให้เห็นความสำคัญของมาตรการทันตกรรมป้องกันสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่จำต้องได้รับการ พิจารณาให้อยู่ในส่วนหนึ่งของแผนและนโยบายทันตสุขภาพด้วย 15. แบบแผนการกระจายของอุบัติการณ์ของโรคในช่องปากต่าง ๆ หลายชนิด มีลักษณะสำคัญที่สอดคล้องกันคือ ผู้สูงอายุเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่มีอุบัติการณ์ของโรคเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นมาตรการในการจำแนกกลุ่มเสี่ยงและมุ่งเป้าหมายของ การดำเนินกิจกรรมทันตสุขภาพไปยังกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ จึงเป็นกลวิธีที่มีประสิทธิภาพและประหยัดทรัพยากร 16. ปัจจัยเสี่ยงของโรคในช่องปากผู้สูงอายุมีลักษณะเป็นพหุปัจจัย ซึ่งรวมทั้งปัจจัยทางคลินิก และปัจจัยอื่น ๆ ภายนอกช่องปากด้วย อาทิ ปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคม ปัจจัยทางพฤติกรรม ปัจจัยทางจิตวิทยา รวมทั้งปัจจัยทางด้านสุขภาพร่างกายด้วย การกำหนดกลวิธีดำเนินงานทาง ทันตสุขภาพจึงสมควรให้มีลักษณะในเชิงองค์รวม ซึ่งมีการคำนึงถึงมาตรการในหลากหลายมิติควบคู่กันไป ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาระบบทันตสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ 1. ควรกำหนดนโยบายและเป้าหมายของการให้บริการและสวัสดิการทางทันตสุขภาพแก่ผู้สูงอายุไว้อย่างชัดเจน โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์ จากการศึกษาวิจัยในประเทศเป็นพื้นฐานและแนวทางในการพิจารณา 2. ควรพัฒนากลวิธี และมาตรการหลักในระดับชุมชนเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากและป้องกันโรคในช่องปากของผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้ ที่กำลังย่างเข้าสูงวัยสูงอายุให้รู้จักการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพ โดยเน้นที่การมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ ทั้งนี้เพื่อไม่ ให้เกิดสภาพในช่องปากที่ขาดการละเลยดูแล อันจะเป็นบ่อเกิดของปัญหาทันตสุขภาพหลายอย่างในอนาคต 3. ควรมีมาตรการรณรงค์ให้ผู้สูงอายุและสังคมทั่วไป ตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลสุขภาพช่องปากและเล็งเห็นความสำคัญของการมี สุขภาพช่องปากที่ดีตลอดชีวิต ทั้งนี้ หากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงปัญหาทันตสุขภาพของตนแล้ว ก็ย่อมเป็นอุปสรรคในการชักจูง ผู้สูงอายุให้เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ไข “ปัญหา” เหล่านั้น 4. ควรขยายสวัสดิการรักษาพยาบาลทางทันตกรรมให้ครอบคลุมประชากรผู้สูงอายุอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึง บริการทันตกรรมในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอุปสรรคในการไปพบทันตแพทย์ 5. ควรพัฒนาระบบบริการทันตกรรมให้ผู้สูงอายุในชุมชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม 1. การศึกษาทางระบาดวิทยาระยะยาว ซึ่งมีช่วงระยะเวลาที่ติดตามเป็นเวลานานกว่านี้ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาอุบัติการณ์ของโรค ในช่องปากผู้สูงอายุ ควรเป็น 5 ปี การศึกษาเชิงระยะยาวในช่วงเวลาที่สั้นไป อาจทำให้ไม่เห็นแบบแผนของอุบัติการณ์และความเกี่ยวข้องของ พหุปัจจัยต่าง ๆ อย่างชัดเจนในเชิงพลวัตร สำหรับระยะเวลาติดตามที่นานไปมักพบปัญหาของการที่ผู้สูงอายุออกจากโครงการศึกษา 2. การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนากลวิธีในการจำแนกกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคในช่องปาก โดยศึกษาถึงประสิทธิภาพของกลวิธีจำแนกความ เสี่ยงในเชิงของความไว (sensitivity) และความจำเพาะ (specificity) ตลอดจนความคุ้นทุน (cost-effectiveness) 3. การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนามาตรการทันตกรรมป้องกันในระดับชุมชนสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ โดยศึกษาถึงประสิทธิภาพในการป้องกันโรค การ ยอมรับและมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ ตลอดจนความคุ้มทุนของการดำเนินงาน 4. การศึกษาวิจัยด้านหลักประกันสุขภาพ เพื่อเปรียบเทียบและประเมินถึงผลกระทบของชุดสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่ในหลักประกันทันตสุขภาพ ประเภทต่าง ๆ ที่มีต่อการเข้าถึงบริการทันตกรรมรักษาและบริการทันตกรรมฟื้นฟู (ฟันปลอม) ในกลุ่มผู้สูงอายุ 5. การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบระบบบริการทันตสุขภาพในชุมชน ซึ่งมีชุมชนเป็นฐานในการร่วมจัดบริการดูแลทันตสุขภาพของผู้สูงอายุที่ พำนักอาศัยในชุมชน |
| บรรณานุกรม | : |
ชาญชัย โห้สงวน . (2546). การศึกษาระยะยาวทางระบาดวิทยาของสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของโรคในช่องปากของผู้สูงอายุในชุมชนร่มเกล้ากรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ชาญชัย โห้สงวน . 2546. "การศึกษาระยะยาวทางระบาดวิทยาของสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของโรคในช่องปากของผู้สูงอายุในชุมชนร่มเกล้ากรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. ชาญชัย โห้สงวน . "การศึกษาระยะยาวทางระบาดวิทยาของสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของโรคในช่องปากของผู้สูงอายุในชุมชนร่มเกล้ากรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2546. Print. ชาญชัย โห้สงวน . การศึกษาระยะยาวทางระบาดวิทยาของสภาวะทันตสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของโรคในช่องปากของผู้สูงอายุในชุมชนร่มเกล้ากรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546.
|
