| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนของการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน |
| นักวิจัย | : | นิธิศ จิตนิยม , อมรรัตน์ วรรณโชติ |
| คำค้น | : | ความยั่งยืน , การเลี้ยงกระบือ , ภาคเหนือตอนบน |
| หน่วยงาน | : | กรมปศุสัตว์ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนของการเลี้ยงกระบือของเกษตรกร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จำนวน 392 ราย เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสังคมศาสตร์ เพื่อหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ผสมผสานกับการวิเคราะห์จากการสัมภาษณ์การแสดงความคิดเห็นของเกษตรกร ผู้เลี้ยงกระบือกลุ่มตัวอย่าง นำเสนอผลการวิจัยด้วยการบรรยายเชิงพรรณนาความ ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรมีอายุเฉลี่ย 48 ปี มีพื้นที่ถือครองเฉลี่ย 17.13ไร่ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.3 จบการศึกษาสูงสุดระดับประถมศึกษาร้อยละ 79.1 มีอาชีพหลักทำนา ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 91.8) ไม่มีการจัดทำแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ จำนวนกระบือที่เลี้ยงเฉลี่ย 5.93 ตัว ประสบการณ์ในการเลี้ยงกระบือเฉลี่ย 20.48 ปี แรงงานที่ใช้เลี้ยงกระบือเฉลี่ย 1.59 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในครอบครัว (ร้อยละ 91.8) เลี้ยงกระบือเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 98.2) มีการจัดทำคอกกระบือแยกต่างหาก ร้อยละ 94.6 และส่วนใหญ่เลี้ยงกระบือแบบปล่อย (ร้อยละ 67.3) ในพื้นที่สาธารณะ (ร้อยละ 53.5) โดยใช้หญ้าสดเป็นอาหารหยาบ เป็นหลัก (ร้อยละ 73.6) เมื่อมีสัตว์ป่วยเกษตรกรส่วนใหญ่ (ร้อยละ 62.7) จะรักษาสัตว์ โดยอาสาปศุสัตว์ และเกษตรกรส่วนใหญ่ (ร้อยละ 78.2) ไม่มีการใช้สมุนไพรในการเลี้ยงกระบือ เกษตรกรมีรายได้จาก การเลี้ยงกระบือในปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 105,890.91 บาท โดยมีรายจ่าย 2,765.91 บาท และเกษตรกรส่วนใหญ่ (ร้อยละ 61.8) ใช้ทุนตนเองในการเลี้ยงกระบือ และมูลกระบือที่ได้เกษตรกรเกินครึ่ง (ร้อยละ 53.6) จะนำไปทำปุ๋ย ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พบว่า ตัวเกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการเลี้ยงกระบือจากวิถีธรรมชาติเดิมเข้าสู่การจัดการการเลี้ยง แบบประณีตที่มีองค์ประกอบสำคัญ คือ การสร้างคอกกระบือที่ได้มาตรฐาน การจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์และการสำรองอาหารสัตว์ให้เพียงพอ การมีแผนการผลิตและปรับปรุงพันธุ์กระบือ การจัดการระบบ ความปลอดภัยในการป้องกันโรคขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นหลักประกันความเสี่ยงต่อการสูญเสียของกระบือ การจดบันทึกข้อมูลกิจกรรมที่เกิดจากการเลี้ยงกระบือ ทั้งนี้เกษตรกรสามารถบริหารการจัดเก็บรายได้ จากมูลกระบืออย่างเป็นรูปธรรม และพัฒนาเข้าสู่ระบบฟาร์มมาตรฐานการเลี้ยงกระบือในอนาคต ควบคู่กับการที่เกษตรกรควรให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้ในการยกระดับสมรรถนะขีดความสามารถในการเลี้ยงกระบือเพื่อสร้างคุณค่าของอาชีพการเลี้ยงกระบือให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม เกิดการยอมรับและสามารถส่งผ่าน อาชีพเลี้ยงกระบือไปสู่เกษตรกรรุ่นใหม่ต่อไป การรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงการผลิตการตลาดของเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือเป็นปัจจัยเสริมความความยั่งยืน |
| บรรณานุกรม | : |
นิธิศ จิตนิยม , อมรรัตน์ วรรณโชติ . (2558). ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนของการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน.
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์. นิธิศ จิตนิยม , อมรรัตน์ วรรณโชติ . 2558. "ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนของการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน".
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์. นิธิศ จิตนิยม , อมรรัตน์ วรรณโชติ . "ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนของการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน."
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์, 2558. Print. นิธิศ จิตนิยม , อมรรัตน์ วรรณโชติ . ปัจจัยที่มีผลต่อความยั่งยืนของการเลี้ยงกระบือของเกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน. กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์; 2558.
|
