| ชื่อเรื่อง | : | การประเมินความเสี่ยงการดื้อยาต้านจุลชีพเชิงปริมาณของ E. coli, K. pneumoniae และ Salmonella spp. ในผลิตภัณฑ์สุกร |
| นักวิจัย | : | คนึงนิจ ก่อธรรมฤทธิ์ , บุณิกา จุลละโพธิ , ธนิดา หรินทรานนท์ , ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ |
| คำค้น | : | การประเมินความเสี่ยง , การดื้อยาต้านจุลชีพ , ผลิตภัณฑ์สุกร |
| หน่วยงาน | : | กรมปศุสัตว์ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2558 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การประเมินความเสี่ยงการดื้อยาต้านจุลชีพเชิงปริมาณของ E.coli, K.pneumoniae และ Salmonella spp. ในผลิตภัณฑ์สุกร ประกอบด้วย 4 ชั้นตอน คือ 1.การระบุอันตราย (hazard identification) 2.การอธิบายอันตราย (hazard characterization) 3.การประเมินการสัมผัส (exposure assessment) และ 4.การอธิบายความเสี่ยง (risk characterization) ขั้นตอนการประเมินการสัมผัสเป็นการวิเคราะห์ระดับการปนเปื้อน (ปริมาณและความชุก) ของ E.coli, K.pneumoniae และ Salmonella spp. ที่ดื้อยาต้านจุลชีพโดยติดตามซากสุกรในระดับโรคเชือดสุกรต่อเนื่องจนกระทั้งแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สุกรถึงระดับค้าปลีก (ตลาดสดและตลาดทันสมัย) ใน 10 จังหวัด ทั่วประเทศไทย ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำพูน ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี สงขลา ชลบุรี ราชบุรี ร้อยเอ็ด นครปฐม และ กรุงเทพ ทำให้สามารถทราบและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงระดับการปนเปื้อนของระดับโรงเชือดและระดับค้าปลีกได้อย่างถูกต้อง โดยพบว่า พิสัย (range) ของค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (geometric mean) ของปริมาณการปนเปื้อน E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ในโรงเชือดสุกร อยู่ระหว่าง 0.10 0.66, 0.09 0.20 และ 0.09 0.21 mpn/cm2 ในตลาดสด อยู่ระหว่าง 6 691, 4 35 และ 4 12 mpn/g และในตลาดทันสมัย อยู่ระหว่าง 5 394, 4 331 และ 4 7 mpn/g ตามลำดับ ในขณะที่พิสัยของความชุกของการปนเปื้อน E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ในโรงเชือดสุกร อยู่ระหว่าง ร้อยละ 9 95, 0 40 และ 8 41 ในตลาดสด อยู่ระหว่าง 34 100, 11 73 และ 14 70 และในตลาดทันสมัย อยู่ระหว่าง 39-100, 0 100 และ 0 68 ตามลำดับ มีข้อสังเกต คือ ปริมาณการปนเปื้อนในโรงเชือดสุกรอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุด ในขณะที่ปริมาณการปนเปื้อนสูงสูดเป็นผลิตภัณฑ์สุกรในตลาดสด ในขณะที่ พิสัยของค่าเฉลี่ยเรขาคณิตของปริมาณการปนเปื้อน E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ที่ดื้อยาต้านจุลชีพ จำนวน 10 ชนิด คือ Ampicillin, Cefepime, Cefotaxime, Cefoxitin, Chloramphenicol, Ciprofloxacin, Colistin, Gentamicin, Imipenem, Meropenem, Nalidixic acid, Streptomycin, Sulphamethoxazole, Tetracycline และ Trimethoprim ในโรงเชือดสุกร อยู่ระหว่าง 0 0.43, 0 0.77 และ 0 0.63 mpn/cm2 ในตลาดสด อยู่ระหว่าง 0 135.75, 0 44 และ 0 31.08 mpn/g และในตลาดทันสมัย อยู่ระหว่าง 0 55.89, 0 536.66 และ 0 11 mpn/g ตามลำดับ ในขณะที่พิสัยของความชุกของการปนเปื้อน E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ที่ดื้อยาต้านจุลชีพในโรงเชือดสุกร อยู่ระหว่างร้อยละ 0 29, 0 100 และ 0 100 ในตลาดสด อยู่ระหว่างร้อยละ 0 87, 0 100 และ 0 100 และ ในตลาดทันสมัย อยู่ระหว่างร้อยละ 0-72, 0 100 และ 0 100 ตามลำดับ ปริมาณการปนเปื้อนของ E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ที่ดื้อยาต้านจุลชีพมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับปริมาณการปนเปื้อนของ E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae กล่าวคือ การปนเปื้อนจุลินทรีย์ดื้อยาต้านจุลชีพในตลาดสดและตลาดทันสมัยสูงกว่าโรงเชือดสุกร นอกจากนี้ยังพบว่า ปริมาณการปนเปื้อนของ E.coli และ K.pneumoniae ในตลาดสดสูงกว่าตลาดทันสมัย อย่างไรก็ตาม ปริมาณการปนเปื้อน Salmonella spp. ที่ดื้อยาต้านจุลชีพในตลาดทันสมัยกลับสูงกว่าปริมาณการปนเปื้อน Salmonella spp. ในตลาดสด ขั้นตอนการอธิบายอันตรายเป็นการคำนวณความน่าจะเป็นในการเจ็บป่วยจากการได้รับ E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ที่ดื้อยาต้านจุลชีพเข้าสู่ร่างกายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุกร โดยใช้ dose response model ชนิด Beta Poisson หรือ Beta Poisson form ตามด้วยการคำนวณ ความน่าจะเป็นที่เกิดจากการดื้อยาต้านจุลชีพที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือความน่าจะเป็นในการตายจากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (probability of AMR mortality) ซึ่งประกอบด้วย เงื่อนไขการเข้ารักษาในโรงพยาบาล (hospitalization) การใช้ยาต้านจุลชีพในการรักษา (antimicrobial prescription) และการตายจากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR mortality) ขั้นตอนการอธิบายความเสี่ยง เป็นการบูรณาการขั้นตอนการประเมินการสัมผัส ในรูปแบบของความน่าจะเป็นในการสัมผัสกับ E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ที่ดื้อยาต้านจุลชีพจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุกร และขั้นตอนการอธิบายอันตรายในรูปของโอกาสที่จะเกิดการตายจากการติดเชื้อ E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ที่ดื้ยาต้านจุลชีพ ได้เป็นความเสี่ยงในการตายจากการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อ E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ที่ดื้อยาต้านจุลชีพต่อวัน จากนั้นจึงคำนวณเป็นความเสี่ยงต่อปี และ อัตราการเสียชีวิตจากการจากการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อ E.coli, Salmonella spp. และ K.pneumoniae ที่ดื้อยาต้านจุลชีพจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุกรต่อประชากรแสนคนต่อปี โดยสรุป การประเมินความเสี่ยงผู้เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยด้วย E.coli, K. pneumoniae และ Salmonella spp. ที่ดื้อยาต้านจุลชีพจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุกร พบว่า อัตราเสียชีวิต < 1 คน/แสนคน/ปี ยกเว้น จำนวนผู้เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยด้วย Salmonella spp. ที่ดื้อต่อ Ampicillin, Streptomycin, Sulfamethoxazole, Tetracycline และ Trimethoprim จากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุกรจากตลาดสดและ/หรือตลาดทันสมัย มีอัตราเสียชีวิต < 8 คน/แสนคน/ปี โดยแหล่งที่มาของจุลินทรีย์ดื้อยาต้านจุลชีพที่สำคัญมาจากการปริมาณปนเปื้อนในระดับการค้าปลีกทั้งตลาดสดและตลาดทันสมัย ดังนั้นควรเน้นมาตรการจัดการความเสี่ยงในระดับค้าปลีกเพื่อลดการปนเปื้อนและความเสี่ยงจากการดื้อยาและเสียชีวิตของผู้บริโภคผลิตภัณฑ์สุกร |
| บรรณานุกรม | : |
คนึงนิจ ก่อธรรมฤทธิ์ , บุณิกา จุลละโพธิ , ธนิดา หรินทรานนท์ , ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ . (2558). การประเมินความเสี่ยงการดื้อยาต้านจุลชีพเชิงปริมาณของ E. coli, K. pneumoniae และ Salmonella spp. ในผลิตภัณฑ์สุกร.
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์. คนึงนิจ ก่อธรรมฤทธิ์ , บุณิกา จุลละโพธิ , ธนิดา หรินทรานนท์ , ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ . 2558. "การประเมินความเสี่ยงการดื้อยาต้านจุลชีพเชิงปริมาณของ E. coli, K. pneumoniae และ Salmonella spp. ในผลิตภัณฑ์สุกร".
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์. คนึงนิจ ก่อธรรมฤทธิ์ , บุณิกา จุลละโพธิ , ธนิดา หรินทรานนท์ , ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ . "การประเมินความเสี่ยงการดื้อยาต้านจุลชีพเชิงปริมาณของ E. coli, K. pneumoniae และ Salmonella spp. ในผลิตภัณฑ์สุกร."
กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์, 2558. Print. คนึงนิจ ก่อธรรมฤทธิ์ , บุณิกา จุลละโพธิ , ธนิดา หรินทรานนท์ , ศุภชัย เนื้อนวลสุวรรณ . การประเมินความเสี่ยงการดื้อยาต้านจุลชีพเชิงปริมาณของ E. coli, K. pneumoniae และ Salmonella spp. ในผลิตภัณฑ์สุกร. กรุงเทพมหานคร : กรมปศุสัตว์; 2558.
|
