ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษากลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ (Organized Corruption) จำแนกตามภาคเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาการทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากรในประเทศไทย

หน่วยงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษากลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ (Organized Corruption) จำแนกตามภาคเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาการทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากรในประเทศไทย
นักวิจัย : วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล / ณฐพร ถนอมทรัพย์
คำค้น : กลุ่มอิทธิพล / การทุจริตอย่างเป็นระบบ / การทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่ม / การทุจริตภาษีศุลกากร
หน่วยงาน : กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2561
อ้างอิง : https://www.dsi.go.th/Detail/T0003838 และ https://www.nacc.go.th/download/article/article_20190422134305.pdf
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบของกลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริต คอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ ศึกษาลักษณะความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยง และความร่วมมือของ กลุ่มอิทธิพลผ่านกรณีศึกษาการทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากรในประเทศไทย โดย กลุ่มอิทธิพลในการศึกษานี้ ได้แก่ (๑) นักการเมืองที่มีตำแหน่งทางการเมืองหรือมีอำนาจแทรกแซง ทางบริหารและทางนิติบัญญัติ (๒) ข้าราชการหน่วยจัดเก็บภาษีอากร และ (๓) ผู้ประกอบการ หรือบุคคลซึ่งกระทำตนเป็นผู้ประกอบการแต่มิได้ประกอบการจริง เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางภาษี ซึ่งกลุ่มอิทธิพลดังกล่าวอาจร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่าย หรือเป็นความร่วมมือกัน 2 ฝ่าย หรือเป็นความร่วมมือกันเองในกลุ่มบุคคลกลุ่มเดียวกันตาม (1) หรือ (2) หรือ (3) ซึ่งความร่วมมือกันดังกล่าว มีพฤติการณ์ใช้อิทธิพลแฝงหรือแทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มอิทธิพลดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ทางภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นการใช้ช่องว่างของกฎหมายหรือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโอกาสหรือช่องทางการทุจริตภาษีอากรโดยกลุ่มอิทธิพล ได้แก่ (๑) โครงสร้างอำนาจ การแทรกแซง และช่องว่างของกฎหมาย กล่าวคือ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง/นักการเมือง มีพฤติการณ์แทรกแซงทางกฎหมายหรือใช้ช่องว่างของกฎหมายที่เปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลพินิจ หรือแทรกแซงขั้นตอนทางราชการตามสายบังคับบัญชา หรือแทรกแซงไม่ให้มีการตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพล ซึ่งขบวนการดังกล่าวยากแก่การตรวจสอบ (๒) ระบบการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เอื้อต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การไม่ตรวจสอบการมีอยู่จริงของกรรมการบริษัทเมื่อมีการขอจดทะเบียนนิติบุคคล การไม่ตรวจสอบความมีอยู่จริงของนิติบุคคลผู้ประกอบการส่งออกที่ขอคืนภาษี ทั้งที่มีการขอคืนภาษีจำนวนมาก และการที่สถาบันการเงินไม่ตรวจสอบความมีอยู่จริงของเจ้าของบัญชีธนาคาร เมื่อมีการสั่งจ่ายเช็คโอนเงินขอคืนภาษีเข้าบัญชีธนาคาร เป็นต้น (๓) การห้ามมิให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร เว้นแต่การดำเนินคดีอาญาตามคำร้องทุกข์กล่าวโทษของเจ้าพนักงานตามประมวลรัษฎากร ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๘ ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐ อาจทำให้เกิดความล่าช้า มีผลต่ออายุความ และมีผลต่อการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงถึงผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้มีอิทธิพลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ (๔) การพัฒนากฎหมายยังไม่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการใช้สกุลเงินดิจิทัล เป็นต้น มีผลต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีอากรและการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาษีอากร (๕) เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องการผลประโยชน์อาจจะในรูปของทรัพย์สินหรือความก้าวหน้าในราชการ (๖) บุคลากรของหน่วยจัดเก็บภาษีอากรมีจำนวนไม่เพียงพอ มีความรู้ไม่เท่าทัน และขาดจิตสำนึกความรับผิดชอบ ขาดวินัย หรือขาดภูมิคุ้มกันในเส้นทางอาชีพที่ยังต้องอาศัยอำนาจฝ่ายบริหารหรือการเมืองมาสนับสนุน (๗) เครื่องมือในการปฏิบัติงานที่ยังไม่เหมาะสมและ ไม่ทันสมัย เช่น กระบวนการและวิธีการจัดเก็บภาษีอากรที่ซับซ้อนยุ่งยาก เป็นต้น (๘) การประสานความร่วมมือและบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง ทำให้การจัดเก็บภาษีและการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาษีอากรไม่มีประสิทธิภาพ และ (๙) ปัญหาหรือปัจจัยอื่น ๆ เช่น การบริหารจัดการเงินสินบนและรางวัล และการใช้ดุลพินิจเกี่ยวกับสิทธิทางภาษี เป็นต้น ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ได้แก่ (๑) กำหนดนโยบายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการฐานข้อมูลระหว่างกัน โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI - Artificial Intelligence) มาช่วยในการวิเคราะห์ทั้งระบบ เพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ความสมเหตุผลของผลประกอบการและการเสียภาษี และเส้นทางการเงินของบุคคล/นิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน เพื่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี และ การสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตภาษีอากร (๒) กำหนดนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบการทุจริตภาษีโดยให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้มงวดในการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าที่สุ่มเสี่ยง และ เพิ่มกลไกการตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกของหน่วยงานจัดเก็บภาษีอากรให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กรมสรรพากรและกรมศุลกากรควรให้ความสำคัญต่อการดำเนินคดีทุจริตภาษีอากรซึ่งเป็นคดีอาญา โดยต้องรายงานความน่าสงสัยและส่งเรื่องให้สำนักงาน ป.ป.ช./กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว (๓) ทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ยกเลิก/ปรับปรุงหรือแก้ไขประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๘ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นต้น (๔) ควรนำกรณีศึกษาพฤติการณ์การทุจริต/หลีกเลี่ยงภาษีอากรไปเป็นบทเรียนเพื่อสร้างองค์ความรู้ แก่เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้มีความรู้ความเข้าใจและเท่าทันต่อพฤติการณ์ดังกล่าว ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการสืบสวนสอบสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (๕) กำหนดหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งของข้าราชการ ในระดับบริหาร (ต้น) ขึ้นไป และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีให้เป็นไปตามระบบคุณธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลและมีการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม รวมทั้งควรคำนึงถึงความซื่อสัตย์สุจริตของ บุคคลเป็นสำคัญ และ (๖) ควรให้ผู้ประกอบการทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลาง จัดทำใบกำกับภาษี และรายงานภาษีซื้อ - ภาษีขายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ การประกอบการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรณานุกรม :
วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล / ณฐพร ถนอมทรัพย์ . (2561). การศึกษากลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ (Organized Corruption) จำแนกตามภาคเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาการทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากรในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ.
วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล / ณฐพร ถนอมทรัพย์ . 2561. "การศึกษากลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ (Organized Corruption) จำแนกตามภาคเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาการทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากรในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ.
วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล / ณฐพร ถนอมทรัพย์ . "การศึกษากลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ (Organized Corruption) จำแนกตามภาคเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาการทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากรในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ, 2561. Print.
วัชรา ไชยสาร / วรวุฒิ รักษาวงศ์ / อดิเรก คิดธรรมรักษา / นัทพล เพชรากูล / ณฐพร ถนอมทรัพย์ . การศึกษากลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ (Organized Corruption) จำแนกตามภาคเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาการทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีศุลกากรในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ; 2561.