ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

หน่วยงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์
นักวิจัย : วัชรา ไชยสาร / วลัยพร มานิตยกุล / พันธมิตร ช่วยบำรุง / อดิเรก คิดธรรมรักษา / วรวุฒิ รักษาวงศ์
คำค้น : กรมสอบสวนคดีพิเศษ / ค้ามนุษย์
หน่วยงาน : กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2559
อ้างอิง : https://www.dsi.go.th/Detail/T0001304
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผลการวิจัยโดยสรุปดังนี้ 1. ปัญหาในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในภาพรวม 1.1 ปัญหาเกี่ยวกับบุคลากรผู้บังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ (1) การขาดความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ (2) การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ และการธำรงรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ (3) ทัศนคติของผู้บังคับใช้กฎหมายที่มีต่อผู้เสียหาย และ (4) การถูกแทรกแซง 1.2 ปัญหาในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ได้แก่ (1) การคุ้มครองผู้เสียหายยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ (2) การ สอบตัดพยาน เพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้นโดยเร็ว ทำให้ไม่สามารถจะนำตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมดมาลงโทษได้ (3) การคัดกรอง ดูแล และให้ความคุ้มครองผู้เสียหายหรือพยานเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานจึงเกิดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานและความรับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน และ (4) การใช้ภาษาเพื่อการสอบสวนคนต่างด้าว 1.3 ปัญหาในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้าประเวณี ได้แก่ (1) พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาล ขาดความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (2) การโยกย้ายบุคลากรทำให้การปฏิบัติงานไม่ต่อเนื่อง และ (3) การขาดหน่วยงานหลักในการดำเนินการ และการขาดการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. การพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ 2.1 การเพิ่มประสิทธิภาพของกรมสอบสวนคดีพิเศษ การพัฒนาฐานข้อมูล การบูรณาการข้อมูล และการพัฒนาเทคโนโลยี ในภาพรวมของประเทศให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด และควรจัดหา/พัฒนาเครื่องมือพิเศษ การดำเนินการกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด นอกจากนั้น กระบวนการส่งกลับต้องดำเนินการอย่างจริงจัง การกำหนดค่าสินไหมทดแทนควรเป็นอย่างรวดเร็ว และหากมีการใช้มาตรการการฟอกเงินและมาตรการทางภาษีมาดำเนินการกับผู้กระทำผิดจะทำให้สามารถตรวจค้น จับกุม และนำตัวผู้ต้องหามาลงโทษได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง/ควรให้ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติงานแบบ สหวิชาชีพ และยังต้องการบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรหว่างประเทศตามอนุสัญญาสหประชาชาติ และพิธีสารแนบท้ายอนุสัญญาสหประชาชาติ สหประชาชาติและประเทศสมาชิก โดยการบูรณาการในการป้องกันและการปราบปรามคดีความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี ควรให้มีศูนย์ปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในมิติต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในระดับปฏิบัติ และสำหรับการบังคับใช้แรงงาน ควรกำหนดยุทธศาสตร์การบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเร่งด่วน โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการ 2.2 แนวทางการพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (1) แนวทางการพัฒนากระบวนการสืบสวน 1) แนวทางการพัฒนาการรับคำร้องทุกข์/คำกล่าวโทษ/การรับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิด ได้แก่ (1) การจัดระบบการตรวจสอบกลั่นกรองเบื้องต้นก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชา (ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ได้วางระบบออนไลน์ไว้ เพื่อตรวจสอบติดตามข้อมูลได้ตลอด ซึ่งอาจมีการมอบหมายเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการรายงานเป็นการเฉพาะต่อไป) (2) การจัดให้มีมาตรฐานเบื้องต้นของข้อมูลโดยใช้แบบฟในการบันทึกข้อมูลในระบบสารสนเทศ และ (3) การสร้างเครือข่ายในการแจ้งเบาะแส 2) แนวทางการพัฒนาการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการรวบรวมข้อมูลหลักฐานเบื้องต้น โดยเมื่อรับเรื่องแล้วต้องพิจารณาว่าเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ มีผู้เสียหายหรือไม่ หากเป็นเรื่องเร่งด่วน ควรมีการลดขั้นตอนหรือให้ดำเนินการไปพลางก่อน โดยเฉพาะในกรณีที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของ ผู้เสียหาย และควรจัดทำรายงานผลการสืบสวนเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล 3) แนวทางการพัฒนาการบันทึกถ้อยคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบทีม สหวิชาชีพ โดยร่วมกันวางแผนและกำหนดประเด็นอย่างอย่างมีศิลปะ และระวังเรื่องการเปิดเผยตัวผู้เสียหายต่อสาธารณะ สำหรับผู้เสียหายที่สำคัญ ควรมีการบันทึกด้วยวิดีโอ และกรณีคนต่างด้าว ควรใช้ล่ามที่มีมาตรฐาน และควรเพิ่มมาตรการในการคุ้มครองพยาน รวมทั้งต้องมีมาตรการคุ้มครองพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณีที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต 4) แนวทางการพัฒนาการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมีความไว้วางใจกัน ให้เกียรติและแชร์ความสำเร็จ รวมถึงให้ความสนับสนุนด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม (2) แนวทางการพัฒนากระบวนการสอบสวน 1) การพัฒนาการรับเป็นคดีพิเศษ ได้แก่ การพิจารณาทบทวนเกี่ยวขอบเขตการใช้ดุลยพินิจการรับคดีความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (ก) - (จ) ให้มีความชัดเจน และการรับเป็นคดีพิเศษในกรณีเร่งด่วนที่ต้องให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายหรือพยานให้ทันท่วงทีจำเป็นต้องมีช่องทางเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรงได้ทันที 2) การพัฒนาการสอบสวนปากคำผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ การแจ้งสิทธิทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหาต้องครบถ้วน ควรมีการบันทึกวิดีโอ ควรมีล่ามที่มีมาตรฐาน และกรณีการสอบสวนพยานซึ่งเป็นเด็กให้เตรียม ความพร้อมทั้งด้านสหวิชาชีพ รวมทั้งห้องสอบสวนและอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับคดีทางเพศควรให้พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้หญิงบันทึกถ้อยคำ และกรณีที่ผู้เสียหายที่เป็นเด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ หรือบ้านพักเด็กและครอบครัว ควรทำการบันทึกถ้อยคำที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ หรือบ้านพักเด็กและครอบครัว กรมสอบสวนคดีพิเศษควรจัดสถานที่เพื่อรองรับไว้ด้วย นอกจากนั้น การจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติให้ยึดหนังสือเดินทาง (Passport) ส่งตรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และแจ้งสถานทูตตามสัญชาติของผู้ต้องหาด้วย และควรพิจารณานำพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 31 มาใช้ รวมทั้งกรณีคดีที่มีโทษประหารชีวิต กฎหมายระบุให้ต้องจัดหาทนายความให้ผู้ต้องหา จึงต้องเตรียมความพร้อมในการประสานงาน 3) การพัฒนาการการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย กล่าวคือ ต้องรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนเพียงพอก่อนออกหมายจับ และให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน การสืบพยานควรให้มีการสืบพยานล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด การ สอบตัดพยาน ควรดำเนินงานในรูปของคณะทำงาน การสืบสวนและการตรวจอายุเด็กซึ่งเป็นชาวต่างชาติจะมีเอกสารยืนยันอายุอยู่แล้ว ถ้าสอบถามจากเด็กมักจะไม่ได้คำตอบ ต้องใช้วิธีการอื่น ซึ่งต้องแสวงหาความร่วมมือกับประเทศต้นทาง หรือเชิญมาสอบที่ชายแดน ซึ่งเป็นข้อควรระวังในการต่อสู้ของฝ่ายผู้ต้องหา หรือนายจ้าง ต้องมีการนำสืบว่าเหยื่อมีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือไม่ หากไม่มีอาจต้องนำส่งตรวจมวลกระดูกเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ 4) การพัฒนาการบูรณาการและการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ กรมสอบสวนคดีพิเศษควรให้หน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมสนธิกำลังกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้าถึงพยานหลักฐานพร้อมกัน รวมทั้งเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนั้นๆ เข้ามาให้ถ้อยคำด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจน และการเก็บพยานหลักฐานควรเก็บให้ครบถ้วนและให้สามารถเข้าถึงพยานหลักฐานได้ด้วย สำหรับบุคลากรที่มีบัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 28 นั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษควรวางแนวทางการปฏิบัติไว้ให้ชัดเจนด้วย 5) การพัฒนาการมีพนักงานอัยการ/อัยการทหาร ร่วมสอบสวน หรือการมีบุคคลซึ่งเป็น ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษ เพื่อให้คดีมีความรัดกุม 6) การพัฒนาการใช้มาตรการพิเศษตามกฎหมาย ได้แก่ ควรจัดหาและพัฒนาเครื่องมือ เช่น การตรวจสอบรายละเอียดการใช้โทรศัพท์ (Call detail) และการวางมาตรฐานการค้นไม่มีหมาย เป็นต้น 7) การพัฒนาการดำเนินการเกี่ยวกับผู้ต้องหา กรณีการคัดค้านการประกันตัว ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 (5) กรณีที่ผู้ต้องหาต่างชาติเป็นหลักนั้น หากปล่อยตัวแล้ว ก็มักจะมีปัญหาหลบหนี ทั้งนี้ หากศาลใช้ดุลพินิจให้ประกันตัวแล้ว ควรมีมาตรการป้องกันการหลบหนีด้วย 8) การคุ้มครองพยานในคดีอาญาที่เป็นคดีพิเศษและที่มีการร้องขอ ควรพิจารณาความเหมาะสมกับลักษณะของคดี เนื่องจากคดีค้ามนุษย์มักมีผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครองพยาน 2.๓ การบริหารงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ตามทฤษฎี 4M (1) แนวทางการพัฒนาบุคลากร (Man) ได้แก่ การปรับโครงสร้างและเพิ่มอัตรากำลังให้เหมาะสม การสร้างแนวคิดอุดมการณ์และวัฒนธรรมองค์การที่ดี กำหนดคุณสมบัติของผู้ปฎิบัติงานที่เหมาะสมกับลักษณะสำคัญของคดีค้ามนุษย์ การพัฒนาทางวิชาการและความเชี่ยวชาญพิเศษ และการพัฒนาทักษะ การเป็นผู้นำทีมที่สามารถเข้าร่วมบัญชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (2) แนวทางการพัฒนาเกี่ยวกับงบประมาณ (Money) ผู้บริหารควรพิจารณากำหนดนโยบายเพิ่มช่องทางพิเศษในการขออนุมัติเดินทางไปราชการและเบิกงบประมาณ และควรทบทวนการใช้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 31 ให้มีความคล่องตัว (3) แนวทางการพัฒนาเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ (Material) ควรจัดหาอุปกรณ์สนับสนุนการสืบสวนสอบสวนที่มีประสิทธิภาพ และต้องฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ก่อนนำอุปกรณ์ไปใช้ (4) แนวทางการพัฒนาวิธีการปฏิบัติการ (Method) ควรจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน/คู่มือ การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) และควรเพิ่มการพัฒนาแหล่งข่าว และควรสร้างทีมเฉพาะกิจไว้รองรับกรณีเร่งด่วน (ชุดเคลื่อนที่เร็ว)

บรรณานุกรม :
วัชรา ไชยสาร / วลัยพร มานิตยกุล / พันธมิตร ช่วยบำรุง / อดิเรก คิดธรรมรักษา / วรวุฒิ รักษาวงศ์ . (2559). การศึกษาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์.
    กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ.
วัชรา ไชยสาร / วลัยพร มานิตยกุล / พันธมิตร ช่วยบำรุง / อดิเรก คิดธรรมรักษา / วรวุฒิ รักษาวงศ์ . 2559. "การศึกษาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์".
    กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ.
วัชรา ไชยสาร / วลัยพร มานิตยกุล / พันธมิตร ช่วยบำรุง / อดิเรก คิดธรรมรักษา / วรวุฒิ รักษาวงศ์ . "การศึกษาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์."
    กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ, 2559. Print.
วัชรา ไชยสาร / วลัยพร มานิตยกุล / พันธมิตร ช่วยบำรุง / อดิเรก คิดธรรมรักษา / วรวุฒิ รักษาวงศ์ . การศึกษาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบงานสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์. กรุงเทพมหานคร : กรมสอบสวนคดีพิเศษ; 2559.