| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาระบบรู้จำเสียงพูดอัตโนมัติ |
| นักวิจัย | : | มงคล มีลุน |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | กรมสอบสวนคดีพิเศษ |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2561 |
| อ้างอิง | : | https://www.dsi.go.th/Detail/T0003836 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบของกลุ่มอิทธิพลซึ่งนำไปสู่การทุจริต คอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ ศึกษาลักษณะความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยง และความร่วมมือของ งานวิจัย เรื่อง การศึกษาระบบรู้จ าเสียงพูดอัตโนมัติ (The Study of The Speech Recognition) เป็นงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาระบบรู้จ าเสียงพูดอัตโนมัติ โดยได้น าแนวคิดเรื่องระบบรู้จ าเสียงพูดอัตโนมัติมาพัฒนาเพื่อแปลสัญญาณเสียงเป็นข้อความทันที ซึ่งเป็นการช่วยลดระยะเวลาในการในการท างานของเจ้าหน้าที่คดีพิเศษและพนักงานสอบสวนคดี พิเศษ ทั้งนี้ ตัวชี้วัดตามแผนยุทธศาสตร์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปี พ.ศ. 2560-2564 ประจ าปี งบประมาณ พ.ศ. 2561 ตัวชี้วัดที่ 2.6 ระดับความส าเร็จของการด าเนินการเกี่ยวกับการวิจัยหรือ ผลงานทางวิชาการเพื่อการป้องกันการกระท าความผิดที่มีลักษณะเป็นคดีพิเศษที่มีประสิทธิภาพ โดยในส่วนของการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ผู้วิจัยได้เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ปลายเปิด ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลการท างาน ปัญหา อุปสรรค และความต้องการต่อการพัฒนา ระบบรู้จ าเสียงพูดของผู้ใช้งาน จากนั้น น าข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และออกแบบระบบรู้จ าเสียงพูด อัตโนมัติให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานโดยเริ่มจากในขั้นตอนของการสอบสวนพนักงาน สอบสวนใช้คอมพิวเตอร์ที่มีไมโครโฟน ท าการเลือกชนิดของเอกสารที่ต้องการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น เอกสารต้นแบบ เอกสารที่ไม่มีต้นแบบ ที่สามารถเรียกได้อีกอย่างว่าเอกสารเปล่า จากนั้นพนักงาน สอบสวนสั่งการระบบผ่านไมโครโฟน โดยจะมีไมโครโฟนประจ าตัวของแต่ละคน จากนั้นข้อมูลเสียง ของการสอบสวนหรือสนทนาท าการประมวลผล เพื่อตรวจสอบคุณลักษณะของเสียงที่ไม่พึงประสงค์ ออกไป เช่นเสียงรบกวน เป็นต้น จากนั้นระบบท าการส่งข้อมูลเสียงแยกตามไมโครโฟนของแต่ละคน ไปยังโปรแกรมพาที (PARTY) ที่พัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เพื่อประมวลผลให้ออกมาเป็นข้อความตัวหนังสืออัตโนมัติตามเสียงพูด เมื่อได้ตัวหนังสือตามที่พนักงานสอบสวนได้พูดหรือสั่งการแล้ว ระบบจะท าการจับคู่ข้อความ กับต าแหน่งของข้อความในไฟล์เอกสารต้นแบบ โดยจะเป็นการเติมข้อความแบบอัตโนมัติ ซึ่งหลักการ จะคล้ายคลึงกับระบบสั่งการด้วยเสียงอัตโนมัติ จากนั้นระบบท าการจัดเก็บข้อมูลเสียงและข้อความ จากการสอบสวนหรือสนทนา เพื่อใช้ประโยชน์ในการสืบค้นได้ในอนาคต งานวิจัยนี้ได้ด าเนินการโดยมีระเบียบวิธีวิจัยที่ถูกต้องตามหลักวิชาการว่าด้วยการศึกษา ระเบียบวิธีวิจัย พิจารณาตามขอบเขต บทบาทหน้าที่ และภารกิจหลัก ตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทั้ง 4 ด้าน ดังนี้ 1. ด าเนินการป้องกัน ปราบปราม และควบคุมอาชญากรรมพิเศษ 2. พัฒนาระบบ รูปแบบ วิธีการและมาตรการในการป้องกัน ปรามปราม และควบคุม อาชญากรรม 3. พัฒนาบุคลากรในการเสริมสร้างศักยภาพในด้านความรู้ ความสามารถ คุณธรรมจริยธรรม และขวัญก าลังใจ 4. ประสานความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามและควบคุมอาชญากรรมพิเศษจากหน่วยงาน ภาครัฐและภาคประชาชน ทั้งภายในและต่างประเทศ |
| บรรณานุกรม | : |
