| ชื่อเรื่อง | : | ความต้องการใช้น้ำของข้าวและงบดุลน้ำภายใต้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง |
| นักวิจัย | : | ผศ.ดร. ศุภธิดา อ่ำทอง |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (NRMS) |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2560 |
| อ้างอิง | : | - |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | บทคัดย่อ ข้าวเป็นพืชอาหารหลักสำหรับประชากรโลก ซึ่งระบบการปลูกข้าวนั้นจะต้องใช้น้ำในปริมาณที่สูงกว่าการปลูกธัญพืชชนิดอื่น ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปุ๋ยในการปลูกข้าว สำหรับการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้งถือเป็นวิธีการประหยัดการให้น้ำสำหรับการปลูกข้าวงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงธาตุอาหารและสมบัติทางฟิสิกส์ของดินบางประการภายใต้การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง ระดับความชื้นที่เป็นประโยชน์ในดินที่ต้องให้น้ำของข้าวในดินแต่ละชนิดต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าว และความต้องการใช้น้ำของข้าวในเนื้อดิน และการจัดการธาตุอาหารที่แตกต่างกันภายใต้การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง ทำการศึกษาอิทธิพลของเนื้อดินและสายพันธุ์ข้าวต่อการใช้น้ำของข้าวภายใต้ระบบการให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง โดยวางแผนการทดลองแบบ Randomize Complete Block Design (RCBD) ประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ ได้แก่ รูปแบบการให้น้ำแบบน้ำขัง (WL) และเปียกสลับแห้ง (AWD) ชนิดดิน 2 ชนิด ได้แก่ ดินเนื้อหยาบ (CS) และดินเนื้อละเอียด (FS)สายพันธุ์ข้าว 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ไรซ์เบอร์รี และขาวดอกมะลิ 105 (KDML 105) และการใส่ปุ๋ย วิเคราะห์สมบัติดินและพืช และประเมินประสิทธิภาพการใช้น้ำของพืช และศึกษาผลของจำนวนวงรอบของการเปียกสลับแห้งต่อการเปลี่ยนแปลงธาตุอาหารในดิน โดยวางแผนการทดลองแบบ Factorial in CRD ประกอบด้วย 2 ปัจจัย ได้แก่ ปัจจัยที่ 1 ชนิดดิน ได้แก่ ชุดดินหางดง (Hd) น้ำพอง (Ng) และสรรพยา (Sa) และปัจจัยที่ 2 คือ การเติมกลูโคส (substrate1), การเติมกลูโคสร่วมกับ NH4NO3 (substrate2) ,ไม่ใส่ทั้งสองอย่าง (substrate3) แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ระดับความชื้นลดลงที่ระดับ 0.3 บาร์ พบว่า ชนิดของดินแต่ละชนิดมีผลทำให้ปริมาณจุลธาตุในดินมีความแตกต่างกัน ปริมาณ Cu, Fe, Mn มีค่าสูงในดิน Hd ส่วนรูปแบบการจัดการน้ำทำให้ Cu มีปริมาณสูงสุดที่ระดับความชื้น 30% การจัดการน้ำ WL พบปริมาณ Fe ในดินสูงสุด และความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของดิน รูปแบบการจัดการน้ำ พบว่า ดิน Hd ที่มีระดับความชื้น 30% และการจัดการน้ำแบบ 0.3 บาร์ มีปริมาณ Cu, Mn และ Fe ในดินสูงสุด ส่วนดิน Ng มีการให้น้ำแบบ WL ทำให้ปริมาณ Zn ในดินสูงสุด และช่วงเวลาการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมีผลต่อปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน เมื่อปล่อยให้ระดับความชื้นในดินลดลงถึง 0.3 bar หลังบ่ม 7 วัน ขังน้ำที่ระดับ 2 ซม. หลังบ่ม 2 วัน ทำให้ปริมาณ WSC และ HWSC มีค่าสูงที่สุด ดิน Ng มีผลต่อปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินสูงที่สุด และเมื่อมีการขังน้ำในช่วงแรกปริมาณ Zn ในดินจะมีน้อย เมื่อความชื้นในดินลดลงอยู่ที่ 0.3 bar ส่วนปริมาณ Cu ในดินเปียกสลับแห้งมีค่าเพิ่มขึ้น และในดิน Sa และ Hd เมื่อมีการขังน้ำทำให้ P ในดินมีปริมาณที่สูงขึ้น ในดิน Sa ปริมาณความชื้นลดลง P ในดินก็จะลดลง และการทำเปียกสลับแห้งมีผลให้ P ส่วนต่างๆ มีปริมาณสูงขึ้นตามรอบของการบ่ม คำสำคัญ: การให้น้ำแบบเปียกสลับแห้ง, ระดับความชื้นที่เป็นประโยชน์ในดิน, ความต้องการใช้น้ำของข้าว |
| บรรณานุกรม | : |
ผศ.ดร. ศุภธิดา อ่ำทอง . (2560). ความต้องการใช้น้ำของข้าวและงบดุลน้ำภายใต้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง.
กรุงเทพมหานคร : ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (NRMS). ผศ.ดร. ศุภธิดา อ่ำทอง . 2560. "ความต้องการใช้น้ำของข้าวและงบดุลน้ำภายใต้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง".
กรุงเทพมหานคร : ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (NRMS). ผศ.ดร. ศุภธิดา อ่ำทอง . "ความต้องการใช้น้ำของข้าวและงบดุลน้ำภายใต้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง."
กรุงเทพมหานคร : ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (NRMS), 2560. Print. ผศ.ดร. ศุภธิดา อ่ำทอง . ความต้องการใช้น้ำของข้าวและงบดุลน้ำภายใต้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง. กรุงเทพมหานคร : ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (NRMS); 2560.
|
