| ชื่อเรื่อง | : | ผลของวิธีการกระตุ้นการเจริญเติบโตหลังการฉีดอสุจิเข้าในไข่โคต่ออัตราการเจริญเติบโตของตัวอ่อนและอัตราการตั้งท้องหลังการย้ายฝากตัวอ่อน |
| นักวิจัย | : | รศ. ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2555 |
| อ้างอิง | : | http://doi.nrct.go.th/ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14455%2FNRCT.res.2014.103 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่โดยเตรียมอสุจิด้วยเทคนิค swim-up จากนั้นตัวอสุจิจะถูกฉีดเข้าไปในไซโพลาสซึมของไข่โคที่ถูกเลี้ยงให้สุกในหลอดแก้วด้วยเครื่อง micromanipulator หลังจากนั้นกระตุ้นด้วย 5?M ionomycin (Io) หรือ 7% ethanol (EtOH) นาน 5 นาที จะเกิดการปลดปล่อยโพลาบอดี้ที่สองในชั่วโมงที่ 3 หลังจากกระตุ้นด้วยสารเคมี โดยพบว่าอัตราการปลดปล่อยโพลาบอดี้ที่สองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (85-87%) ในกลุ่ม EtOH (EtOH + 6-DMAP, EtOH + CHX) จากนั้นไข่ที่มีการปลดปล่อยโพลาบอดี้ที่สองจะถูกคัดเลือกไปไว้ในน้ำยาที่มี 1.9 mM 6-dimethylaminopurine (6-DMAP) หรือ 10 ?g/mL cycloheximide (CHX) และเลี้ยงต่ออีก 3 และ 5 ชั่วโมง ตามลำดับ หลังจากไข่ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมีแล้วจะนำไปเลี้ยงในน้ำยา mSOF เป็นเวลา 2 วัน และเลือกเฉพาะตัวอ่อนระยะ 8 เซลล์ไปเลี้ยงร่วมกับเซลล์บุท่อนำไข่โคนาน 5 วัน พบว่าอัตราการแบ่งตัวในกลุ่ม Io+6-DMAP, EtOH+6-DMAP และ EtOH+CHX เป็น 76%, 70% และ 80% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่ากลุ่ม Io + CHX (59%) และกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดอสุจิเข้าไปในไข่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อัตราการเจริญของตัวอ่อนระยะบลาสโตซีสในกลุ่ม Io + 6-DMAP และ EtOH + CHX (25 และ 27% ตามลำดับ) สูงกว่ากลุ่ม Io + CHX และ EtOH + 6-DMAP (16 and 17% ตามลำดับ) รวมทั้งกลุ่มที่ไม่ได้ฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่ นอกจากนี้ จำนวนเซลล์ของ TE ICM และ total cell number ในกลุ่มที่ฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเทียบจากเปอร์เซ็นต์การเจริญของตัวอ่อนจนถึงระยะบลาสโตซีส กลุ่มที่กระตุ้นด้วย EtOH + CHX มีประสิทธิภาพที่สุดในการกระตุ้นไข่โคหลังจากฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่ ซึ่งจะใช้วิธีการกระตุ้นนี้ในการทดลองต่อไป การทดลองต่อมาได้นำตัวอ่อนระยะบลาสโตซีสเกรด 1 และ เกรด 2 อายุ 7 วัน ที่ได้จากการปฏิสนธิในหลอดแก้วหรือการฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่เพื่อทำการแช่แข็งด้วย Cryotop และ microdrop และทำละลาย 1 หรือ 3 ขั้นตอน สำหรับตัวอ่อนระยะบลาสโตซีสเกรด 1 พบอัตรารอดสูงสุดในกลุ่มที่ปฏิสนธิในหลอดแก้วและแช่แข็งด้วย Cryotop (81-84%) กลุ่มที่ฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่และแช่แข็งด้วย microdrop ที่มีการทำละลายแบบ 3 ขั้นตอน (84%) และกลุ่มที่ฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่และแช่แข็งด้วย Cryotop (80-88%) นอกจากนี้พบอัตรารอดต่ำสุดในกลุ่มที่ปฏิสนธิในหลอดแก้วและแช่แข็งด้วย microdrop ที่มีการทำละลายแบบ 1 ขั้นตอน (53%) กลุ่มที่ฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่และแช่แข็งด้วย Cryotop ที่มีการทำละลายแบบ 1 (74%) และ 3 (77%) ขั้นตอน ให้อัตราการเจริญถึงระยะแฮชบลาสโตซีสหลังการเลี้ยง 48 ชั่วโมงในน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนสูงกว่ากลุ่มอื่น สำหรับตัวอ่อนระยะบลาสโตซีสเกรด 2 พบว่ากลุ่มที่ฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่และแช่แข็งด้วย Cryotop ที่มีการทำละลายแบบ 1 และ 3 ขั้นตอน มีอัตรารอดชีวิต และอัตราการเจริญถึงระยะแฮชบลาสโตซีสหลัง 24 ชั่วโมง และ 48 ชั่วโมงตามลำดับสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ มีลูกโคเกิดมา 1 ตัว หลังจากย้ายฝากตัวอ่อนสดที่ผลิตโดยการฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่ จากผลการทดลองสรุปได้ว่าการกระตุ้นไข่โคด้วย Io + 6-DMAP และ EtOH + CHX มีประสิทธิภาพสูงต่อการเพิ่มอัตราการแบ่งตัวของตัวอ่อนและอัตราการเจริญของตัวอ่อนถึงระยะบลาสโตซีสและกลุ่มที่ฉีดตัวอสุจิเข้าไปในไข่ที่ทำการแช่แข็งด้วย Cryotop มีประสิทธิภาพดีที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
รศ. ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย . (). .
: . รศ. ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย . . "".
: . รศ. ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย . "."
: , . Print. รศ. ดร. รังสรรค์ พาลพ่าย . . : ; .
|
