ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากไอระเหยน้ำมันของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์
นักวิจัย : นางสาววรรณา เลาวกุล
คำค้น : -
หน่วยงาน : กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://doi.nrct.go.th/ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14455%2FNRCT.res.2011.43
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การประเมินการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) จากไอระเหยน้ำมันของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ได้ด้าเนินการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากไอระเหยน้ำมันของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์โดยรวมต่อรถยนต์หนึ่งคัน และเพื่อประเมินแนวโน้มปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายจากไอระเหยน้ำมันของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แต่ละชนิด ในการศึกษาได้เน้นศึกษารถยนต์ขนาด 1,800 ซีซี ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 จ้านวน 2 ยี่ห้อๆละ 3 คัน ซึ่งมีการติดตั้งกล่องดักไอน้ำมัน ระยะการใช้งานอย่างน้อย 50,000-70,000 กิโลเมตร และ100,000-140,000 กิโลเมตร ทดสอบไอระเหยน้ำมันของรถยนต์ ในสภาวะการสูญเสียไอระเหยน้ำมันขณะเครื่องยนต์ร้อน (Hot soak loss) และสภาวะการสูญเสียไอระเหยน้ำมันในช่วงระหว่างวัน (Diurnal loss) ในห้องทดสอบไอระเหยรถยนต์ของสถาบันยานยนต์ โดยเก็บตัวอย่างสารอินทรีย์ระเหยง่ายด้วยถังเก็บตัวอย่างอากาศ และวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Preconcentrator-GC/MS และเก็บตัวอย่างสารกลุ่มคาร์บอนิลที่สภาวะการสูญเสียไอระเหยน้ำมันในช่วงระหว่างวันเมื่อครบ 12 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส โดยใช้ DNPH cartridge และวิเคราะห์ด้วยเครื่อง High Performance Liquid Chromatograph (HPLC) รวมทั้งตรวจวัดสารประกอบไฮโดรคาร์บอนทั งหมด (Total hydrocarbon) ด้วยเครื่องตรวจวัดไฮโดรคาร์บอนแบบอัติโนมัติ ผลการศึกษา พบสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่เด่นๆ จากไอระเหยน้ำมันของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ได้แก่ Pentane, Hexane, Cyclohexane, Benzene, Toluene, Ethylbenzene, m-,p-Xylene, o-Xylene, 1,3,5-Trimethylbenzene 1,2,4-Trimethylbenzene, และ 1,2,3-Trimethylbenzene และพบว่า Formaldehyde, Acetaldehyde และ Acetone มีค่าความเข้มข้นสูงในสภาวะการสูญเสียไอระเหยน้ำมันในช่วงระหว่างวันที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งสารดังกล่าวเป็นชนิดที่มีโอกาสส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเป็นสารที่มีศักยภาพในการก่อให้เกิดก๊าซโอโซนได้ และพบปริมาณสารประกอบไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด ในสภาวะการสูญเสียไอระเหยน้ำมันในช่วงระหว่างวันสูงกว่าสภาวะการสูญเสียไอระเหยน้ำมันขณะเครื่องยนต์ร้อนโดยเฉลี่ยประมาณ 9-14 เท่า ทั้งนี้ ไอระเหยน้ำมันแก๊สโซฮอล์จากรถยนต์ต่างยี่ห้อกันจะมีปริมาณการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่ายและสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความดันไอและสัดส่วนของเบนซีนและอะโรมาติกในน้ำมันเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม ไอระเหยของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่ำกว่าค่ามาตรฐานการทดสอบไอระเหยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนซึ่งกำหนดไว้ 2 g/test นอกจากนี้ ยังพบว่ารถยนต์ที่ขาดการบำรุงรักษา seal ฝาปิดถังน้ำมันปล่อยให้มีการรั่วซึม จะมีปริมาณการระบายสารอินทรีย์ระเหยง่ายและสารประกอบไฮโดรคาร์บอนสูงกว่ารถยนต์ที่มีการดูแลรักษา seal ฝาปิดถังน้ำมัน จากข้อมูลองค์ประกอบทางเคมีและปริมาณของสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่ได้จากการศึกษานี้ จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะน้ำไปใช้ประโยชน์ในการพิจารณาประเมินหาสัดส่วนแหล่งกำเนิดของสารอินทรีย์ระเหยง่าย และสามารถน้ำไปใช้ประเมินตัวคูณมลพิษสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Emission Factor) ต่อรถยนต์หนึ่งคันที่ระบายออกมาจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์แต่ละชนิด คำสำคัญ: สารอินทรีย์ระเหยง่าย ไอระเหยน้ำมัน รถยนต์ที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์

บรรณานุกรม :