ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาระบบการจัดการคดีการเมืองในศาลยุติธรรม

หน่วยงาน สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาระบบการจัดการคดีการเมืองในศาลยุติธรรม
นักวิจัย : สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ , จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ , ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ , ทัศนีย์ ปิยนิรันดร์ , ทรงพล สงวนจิตร
คำค้น : การพัฒนาระบบ , การจัดการคดีการเมือง , ศาลยุติธรรม
หน่วยงาน : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มีผลใช้บังคับ ศาลยุติธรรมได้เข้าไปมีบทบาทในคดีที่มีเนื้อหาและความสัมพันธ์กับการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ศาลยุติธรรมก็มีบทบาทเพิ่มเติมในคดีการสั่ง ให้มีการเลือกตั้งใหม่และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเรียกชื่อคดีเหล่านี้รวมกันว่า คดีการเมือง ในศาลยุติธรรม ผลที่ได้จากการวิจัยสรุปได้ 6 ประเด็น ดังนี้ 1) ความเหมาะสมของการมีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีข้อดี เช่น มีองค์กรที่ทำหน้าที่พิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยเฉพาะ และ มีกระบวนการพิจารณาคดีโดยเฉพาะซึ่งเหมาะสมกับลักษณะของคดีที่มีความเกี่ยวพันกัน ทั้งในทางคดีอาญาและความรับผิดชอบทางการเมือง และบุคคลที่อยู่ภายใต้เขตอำนาจศาล ก็เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูงซึ่งมีอำนาจหน้าที่และบทบาทที่แตกต่างกันไปจากบุคคลทั่วไป ส่วนข้อเสีย เช่น การสร้างกระบวนการยุติธรรมในคดีอาญาแบบพิเศษเพื่อใช้เฉพาะกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอาจไม่สอดคล้องกับหลักความเสมอภาคที่เรียกร้องให้บุคคลต้องอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรมแบบเดียวกันโดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งและสถานะของบุคคล 2) ศาลยุติธรรมกับคดีเลือกตั้ง ควรให้ยกเลิกอำนาจในการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง 3) คดีเลือกตั้งและคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในระบบกฎหมายไทย ในปัจจุบันกับสิทธิของคู่ความในการได้รับการพิจารณาคดีโดยศาลสองชั้นขึ้นไป ควรให้เริ่มต้น ที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาแล้ว ผู้ต้องคำพิพากษามีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ทั้งในประเด็นข้อเท็จจริงและประเด็นข้อกฏหมาย 4) วิธีพิจารณาความในระบบไต่สวน ควรให้ผู้พิพากษาต้องแจ้งให้คู่ความในคดีได้ทราบข้อเท็จจริงที่ศาลนำเข้ามาในคดีและเปิดโอกาสให้คู่ความสามารถโต้แย้งหักล้างข้อเท็จจริงนั้น อย่างเพียงพอ ตลอดกระบวนพิจารณาคดีก่อนทำคำพิพากษา 5) การกำหนดองค์คณะและการจ่ายสำนวนให้แก่องค์คณะ ควรยกเลิกการเลือก องค์คณะผู้พิพากษาเป็นรายคดีโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 6) การลงมติและการทำคำวินิจฉัยส่วนตน ควรยกเลิกการบังคับให้ผู้พิพากษาทุกคน ในองค์คณะต้องทำคำวินิจฉัยส่วนตนและเปิดเผยลงในราชกิจจานุเบกษา

บรรณานุกรม :
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ , จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ , ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ , ทัศนีย์ ปิยนิรันดร์ , ทรงพล สงวนจิตร . (2556). การพัฒนาระบบการจัดการคดีการเมืองในศาลยุติธรรม.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ .
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ , จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ , ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ , ทัศนีย์ ปิยนิรันดร์ , ทรงพล สงวนจิตร . 2556. "การพัฒนาระบบการจัดการคดีการเมืองในศาลยุติธรรม".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ .
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ , จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ , ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ , ทัศนีย์ ปิยนิรันดร์ , ทรงพล สงวนจิตร . "การพัฒนาระบบการจัดการคดีการเมืองในศาลยุติธรรม."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ , 2556. Print.
สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ , จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ , ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ , ทัศนีย์ ปิยนิรันดร์ , ทรงพล สงวนจิตร . การพัฒนาระบบการจัดการคดีการเมืองในศาลยุติธรรม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานศาลยุติธรรม สถาบันวิจัยและพัฒนารพีพัฒนศักดิ์ ; 2556.